อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

"กริช"มรดก"ปู่"10ปีเหน็บเอวตลอด ชักครั้งแรกได้เลือด!

หนุ่มสวนยางชักมีดกริชแทงคออริเจ็บสาหัสหนีนอนป่า 1 คืน ทนหิวไม่ไหววอนกำนันพามอบตัว สารภาพอ้างถ้าไม่แทงคู่กรณี อาจกลายเป็นศพ  เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 15.54 น.


เมื่อวันที่ 19 ต.ค.  พ.ต.ท.สุทน ช้างรบ รอง ผกก.สส. สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ ต.กุแหระ เพื่อติดตามจับผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนี โดยเหตุเกิดช่วงค่ำของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา กระทั่ง นายประสิทธิ์ จัทร์มณี กำนัน ต.กุแหระ ได้นำตัวนายไกรศร บุญมา หรือบิลลี่ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148/1 หมู่ 1 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ ผู้ก่อเหตุมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนนายไกรศร ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 1 กค 4394 นครศรีธรรมราช ของนายทวีศักดิ์ ชูขันธ์ อายุ 39 ปี อาชีพทำสวนยาง บ้านเลขที่ 56 หมู่ 1 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ มาตามถนนในหมู่บ้าน ระหว่าทางตนได้ทวงเงินกับนายทวีศักดิ์ เนื่องจากได้นำรถ จยย.ของพ่อตนไปจำนำ จนพ่อถูกบริษัทรถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งนายทวีศักดิ์ ได้โต้เถียงกับตนตลอดทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุ นายทวีศักดิ์ ได้ใช้มือซ้ายชักมีดเหวี่ยงแทงมาที่ตนด้านหลัง ตนจึงคว้ามือเอาไว้ได้ พร้อมทั้งชักมีดกริช ยาว 5 นิ้ว ที่เหน็บเอวติดตัวไว้ตลอดเวลา แทงสวนเข้าไปที่ท้ายทอยของคนขับจนรถล้มคว่ำลงบนถนน เมื่อลุกขึ้นได้ตนวิ่งหนีเข้าป่าและหลบไปนอนอยู่ในกระท่อมในสวนยางของชาวบ้าน 1 คืน รุ่งเช้าทนหิวไม่ไหวจึงเดินกลับบ้าน พร้อมทั้งติดต่อกำนันให้นำมามอบตัว 



"ผมมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ไม่เคยทำร้ายใคร ส่วนกริช ที่พกติดตัวอยู่นั้นเป็นสมบัติที่คุณปู่ มอบให้เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยชักออกจากฝักเลย แต่พอชักครั้งแรกกลับได้เลือดได้เรื่องทันที แต่ถ้าผมไม่แทงสวนกลับไปก็ไม่แน่ว่าอาจจะถูกคู่กรณีแทงจนตาย" นายบิลลี่ กล่าว

พ.ต.ท.สุทน กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊งได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ และแพทย์ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ทุ่งสง เนื่องจากมีบาดแผลลึก และอาการสาหัส  ทั้งนี้ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีและจะได้สอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะแจ้งข้อหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    46%
  • ไม่เห็นด้วย
    54%

บอกต่อ : 87