อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2562

ซัด'ชูวิทย์'ข้อมูลมั่ว"ว่าที่อสส."ไม่ได้สั่งคดีวิคตอเรียซีเครท

รองโฆษกอัยการ แจงข้อมูล "ชูวิทย์" คลาดเคลื่อน "วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์" อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และเป็นว่าที่อัยการสูงสุด ไม่ได้เกี่ยวข้องในการสั่งคดีค้ามนุษย์ อังคารที่ 24 กันยายน 2562 เวลา 08.11 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ กับผู้ต้องหาคดีวิคตอเรียซีเคร็ทในส่วนของ นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ สามี-ภรรยา เจ้าของวิคตอเรียซีเคร็ท ซึ่งพาดพิงทำนองว่า "นาย ว. ซึ่งกำลังจะไปทำงานใหญ่โตแถวถนนแจ้งวัฒนะ" โดย นาย ว. ดังกล่าวหมายถึง นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และเป็นว่าที่อัยการสูงสุด เข้าไปเกี่ยวข้องการสั่งคดีว่า เรื่องนี้มีความคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง โดย นาย ว. หรือ นายวงศ์สกุล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการดำเนินคดีดังกล่าว เนื่องจากคดีไม่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคดีพิเศษ อีกทั้งไม่มีคดีที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคดีพิเศษแต่อย่างใด คดีที่กล่าวหานายกำพล, นางนิภา  และบริษัท วิคตอเรียซีเคร็ท จำกัดนั้นอยู่ในอำนาจดำเนินคดีของพนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของสำนักงานคดีพิเศษที่นายวงศ์สกุล เป็นอธิบดีอัยการอยู่

นายประยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดคดีที่กล่าวหานายกำพล, นางนิภา  และบริษัท วิคตอเรียซีเคร็ท จำกัด กับพวกอีกหลายคนที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ รับผิดชอบอยู่จำนวน 2 เรื่อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องทั้ง 2 คดี แต่นายกำพลได้หลบหนี ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องภายในอายุความ 20 ปีแล้ว โดยในส่วนผู้ต้องหาอื่นๆ อีกหลายคน พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลอาญา แผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญาในข้อหาค้ามนุษย์ โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาและสมคบ โดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามฯ

รองโฆษกอัยการ กล่าวด้วยว่า ต่อมาทั้ง 2 คดี ศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 และ 24 ก.ย. 2561 ยกฟ้องจำเลยทุกคนในข้อหาค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ  แต่ให้ลงโทษในข้อหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามฯ



นอกจากนี้คำพิพากษายังมีการวินิจฉัยด้วยว่า นายกำพล และนางนิภา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดที่ศาลลงโทษจำเลยคนอื่น ๆ ดังกล่าว ซึ่งหลังจากศาลมีคำพิพากษาทั้งนายกำพลและนางนิภา ได้ร้องขอความเป็นธรรมขอให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ เพื่อให้ทบทวนคำสั่งโดยส่วนหนึ่งอ้างอิงคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งต่อมาอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือร้องขอความเป็นธรรมฟังขึ้น ในส่วนของนางนิภาจึงกลับความเห็น สั่งไม่ฟ้องซึ่งรองอัยการสูงสุดเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้ว เห็นพ้องด้วย โดยไม่แย้งในการกลับคำสั่งดังกล่าว คดีจึงถึงที่สุดตามขั้นตอนของกฎหมาย เเต่ในส่วนของนายกำพล อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ยืนยันฟ้องนายกำพลไปตามคำสั่งเดิมทั้ง 2คดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษติดตามตัวนายกำพลมาให้พนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องภายในอายุความต่อไป

เมื่อถามว่า นายวงศ์สกุล จะดำเนินคดีกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ได้เขียนบทความเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อ้างถึง นาย ว. ซึ่งให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า การแถลงข่าวนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่คาดเคลื่อน เพราะถือเป็นความเสียหายร้ายแรง โดยเรื่องทางกฎหมายนั้น ว่าที่อัยการสูงสุดยัง ไม่ได้ประสงค์ที่จะดำเนินการใด ๆ ในทางกฎหมาย อย่างไรก็ดีในส่วนของนายชูวิทย์ หากเห็นว่า สิ่งที่ได้ดำเนินการมานั้นมีข้อผิดพลาด ก็ควรที่จะออกมาดำเนินการใด ๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เมื่อถามว่า มีข้อน่าสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดจึงพุ่งเป้ามาที่นายวงศ์สกุล รองโฆษกฮัยการ ระบุว่า นายวงษ์สกุลเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าเหตุใดจึงพุ่งเป้ามาที่ตน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจสอบสวนคดีดังกล่าวและไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น

เมื่อถามย้ำถึงการดำเนินคดีกับเสี่ยกำพลและนางวิภา "นายประยุทธ" รองโฆษกอัยการ ระบุว่า ในส่วนของนายกำพล ก็มีระยะเวลาในการติดตามตัวมาดำเนินคดีภายในอายุความ 20 ปี ซึ่งดีเอสไอจะเป็นผู้ดำเนินการติดตามตัว หากพบว่ามีได้หลบหนีไปต่างประเทศและมีข้อมูลที่อยู่ในต่างแดน ก็จะต้องประสานมายังสำนักงานอัยการต่างประเทศเพื่อจะดำเนินการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 32