อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

คดีแทงลุงแท็กซี่ไม่ถึงพยายามฆ่า หากข้องใจฟ้องเองได้

"ทนายเดชา"ไขข้อสงสัย หลังชาวเน็ตงง "ตำรวจ" ไม่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า "หนุ่มKSR" ลั่นยืนยันไม่เข้าหลักเกณฑ์กฎหมาย แต่หากผู้เสียหายยังข้องใจ ให้แจ้งสอบเพิ่มเติม หรือไปฟ้องร้องต่อศาลเองได้ อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 12.49 น.

จากกรณี ชาวเน็ตสงสัยตั้งคำถาม ทำไมตำรวจดำเนินคดีแค่ 3 ข้อหา 'หนุ่มKSR' หัวร้อนใช้มีดแทงหน้าอก โชเฟอร์แท็กซี่วัย 53 ปี แต่ยังโชคดีที่คมมีดไม่เข้าเพราะติดแบงก์ 20 บาทปึกใหญ่ในกระเป๋าเสื้อ ซึ่งพฤติการณ์น่าจะเข้าข่ายความผิดฐาน "พยายามฆ่า" ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

เกี่ยวกับเรื่องนี้  นายเดชา กิตติวิทยานันท์  ทนายความชื่อดัง ได้ให้ความเห็นในแง่มุมของกฎหมายว่า ตามหลักกฎหมายนั้นการจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่ามีหลัเกณฑ์ 4 อย่างด้วยกัน (ตามป.อาญามาตรา 59) คือ 1.ความร้ายแรงของอาวุธ ซึ่งกรณีนี้คือมีด ซึ่งหากเปรียบกับปืนแล้วปืนย่อมมีความร้ายแรงกว่า ซึ่งหากปืนเล็งไปยังหน้าอกอันนี้พยายามฆ่า แต่ถ้าเป็นมีดอาจจะยังไม่ใช่ เพราะถ้ามีดเล็ก หรือแทงไปยังบริเวณจุดไม่สำคัญ ตรงนี้อาจไม่ใช่พยายามฆ่า 2.อวัยวะที่ถูกกระทำ บริเวณหน้าอก หากเป็นอาวุธปืนถือว่าเป็นอวัยวะสำคัญ 3.ลักษณะบาดแผลที่ได้รับลึกหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ไม่มีบาดแผล 

4.ดูจากพฤติการณ์อื่นประกอบ ซึ่งในการกระทำผิดทางอาญา พฤติการณ์ในการกระทำผิดถือว่าสำคัญมาก จะสามารถวินิจฉัยได้ว่าเจตนาของคนแทงนั้น ต้องการฆ่าหรือต้องการทำร้าย อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2546 ซึ่งเมื่อดูจากคลิปแล้วมันยังไม่ชัดเจนว่าถึงขนาดพยายามฆ่า เพราะหากจะพยายามฆ่าเมื่อล้มลงไปก็ต้องเข้าไปแทงซ้ำจนตายได้ เพราะฉะนั้นการที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแค่ทำร้ายร่างกายนั้นถูกต้องแล้ว 

" ลักษณะของพยายามฆ่านั้น คือต้องเข้าไปแทงซ้ำ แทงเข้าไปอีกเจตนาเพื่อให้เป้าหมายถึงแก่ความตาย ล้มเสร็จต้องแทงซ้ำ ซึ่งในคลิปไม่มีการเข้าไปแทงซ้ำ เพราะฉะนั้น ที่ไม่แจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้นชอบด้วยกฎหมายแล้วครับ แต่หากผู้เสียหายเห็นว่าข้อหามันเบาไป ก็สามารถแจ้งตำรวจและอัยการให้สอบเพิ่มก็ได้ หรือหากตำรวจและอัยการไม่ทำตามเรา เราก็ไปฟ้องศาลเองก็ได้ แต่เมื่อผมดูจากคลิปแล้วมันน่าจะเป็นเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น ดูจากพฤติการณ์ และลักษณะการแทงไม่ได้หวังถึงขนาดให้ตาย ลักษณะเหมือนบันดาลโทสะ ขับปาดไปมาแล้วแท็กซี่ชนรถล้ม ทำให้โมโหและหัวร้อน ขอฝากไปยังคนหัวร้อนทั้งหลายว่าให้ใจเย็น ๆ หน่อยนะครับอาจติดคุกติดตารางได้ " ทนายเดชา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจาก นายกิติพงษ์ มากจงดี โชเฟอร์แท็กซี่ อายุ 53 ปี ไม่พอใจที่ถูก นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี ช่างต่อเติมตกแต่งภายใน ขี่จยย.ปาดหน้าจึงบบแตรใส่แต่ภายหลังเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้นทำให้นายสิทธิชัย ไม่พอใจเข้ามาทำร้ายร่างกาย นายกิติพงษ์ ด้วยการใช้อาวุธมีดแทงที่หน้าอก จากนั้นทั้งสองได้ลงไปพูดคุยกัน ก่อนที่นายกิติพงษ์จะถูกชกล้มลงกับพื้น ขณะที่นายสิทธิชัยผู้ก่อเหตุไม่ได้เข้าไปซ้ำ แต่ยังคงถือมีดเดินไปมานั่นเอง.



ชมคลิปวินาทีลุงแท็กซี่ถูกแทงได้ที่นี่...คลิก

ขอบคุณภาพประกอบจากเพจเฟซบุ๊ก เฮียขับรถ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวเน็ตงง'หนุ่มKSR'รอด'พยายามฆ่า' เห็นจะๆใช้มีดแทง!

'หนุ่มKSR'หัวร้อนมอบตัวแล้ว! ขอโทษทำไปเพราะชั่ววูบ

แบงก์20ช่วยชีวิต!หนุ่มKSRหัวร้อน ชักมีดแทง'ลุงแท็กซี่'


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    4%
  • ไม่เห็นด้วย
    96%