อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562

พบรร.ไร้รั้ว-ครูไม่เชื่อเด็ก 'ปวีณา'ล่าหื่นล่วงละเมิด6ขวบ

"ปวีณา" ประชุมร่วม ตำรวจ-สพฐ. ตามความคืบหน้าคดีคนร้ายละเมิดทางเพศเด็กหญิง 6 ขวบ พบโรงเรียนไม่มีรั้วใครเข้ามาก็ได้ แถมเด็กบอกครูแล้วแต่ไม่เชื่อ พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 08.20 น.


เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ สภ.เมืองนครปฐม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา นางก้อย (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี มารดาของเด็กหญิง 6 ขวบ ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในห้องเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม พร้อมด้วย นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. ด้านการพัฒนาการแนะแนว กระทรวงศึกษาธิการ และนายปริญญา จุฑาสงฆ์ ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และหาแนวทางการช่วยเหลือเด็กหญิง 6 ขวบผู้เสียหายและครอบครัว

พ.ต.อ.พีระเดช กล่าวว่า ได้ส่งเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และจัดสอบสหวิชาชีพ จนกระทั่งออกหมายจับคนร้ายเป็นชายตามภาพวงจรปิด อายุ 48 ปี ชาว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ในข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ถึง 15 ปี และปรับ 20,000-300,000 บาท โดยศาลอนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าคนร้าย เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากเด็กฯ เมื่อปี 51 หลังออกจากคุกก็มาก่อคดีลักทรัพย์ อนาจารเด็ก และเสพยาเสพติด เข้าออกคุกมาหลายครั้ง เป็นคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง



นายธีร์ กล่าวว่า ได้ประสานไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่าโรงเรียนไม่มีรั้วรอบขอบชิดทำให้ใครก็ได้เดินเข้ามา ซึ่งตอนเกิดเหตุเป็นช่วงเข้าแถวเคารพธงชาติ จากนี้จะต้องมองในเรื่องการดูแลนักเรียนให้ละเอียดขึ้น ส่วนกรณีที่เด็กบอกว่านำเรื่องไปบอกครูแล้วแต่ครูไม่เชื่อ คงจะต้องปรับในเรื่องความรู้ของครูในการไม่ปล่อยผ่านสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ไป และควรจะต้องตรวจสอบให้มาก แม้จะต้องตรวจสอบเป็นร้อยครั้ง ก็จะดีกว่าปล่อยให้เกิดเหตุครั้งเดียว

ด้าน นางปวีณา  กล่าวว่า คดีนี้ผู้กระทำผิดเป็นอาชญากรและเป็นภัยสังคมที่จะต้องเร่งจับกุมโดยเร็ว มิฉะนั้นอาจจะมีคนตกเป็นเหยื่ออีก ที่พูดคุยกับแม่และเด็ก พบว่าสภาพจิตใจเด็กยังไม่ดีเท่าไหร่ และหลังเกิดเหตุไม่ได้ไปโรงเรียนอีกเลยเพราะยังหวาดกลัวและอยากย้ายไปเรียนที่อื่น เราจะประสานส่งนักจิตวิทยาไปเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก และประสานเรื่องการย้ายสถานศึกษาเด็กตามความต้องการของมารดา พร้อมกับประสานกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม เรื่องเงินเยียวยาผู้เสียหายทางคดี ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามประสานงานการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป



ทั้งนี้อยากฝากทางกระทรวงศึกษาธิการว่า ห้องเรียนอนุบาลที่มีห้องน้ำในตัวและในโรงเรียนก็มีกล้องวงจรปิดเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่อยากให้เพิ่มคีย์การ์ดสำหรับครู นักเรียน ที่จะเข้าไปภายในห้องเรียน ซึ่งบุคคลภายนอกจะเข้าไปไม่ได้นอกจากครูและนักเรียน สำหรับผู้ปกครองก็จะต้องมีบัตรแสดงตัวในการเข้าออกโรงเรียน และเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าออกในโรงเรียนได้

หากมีใครทราบเบาะแสคนร้ายตามภาพวงจรปิด สามารถแจ้งได้ที่พ.ต.อ.พีระเดช เจริญเดช ผกก.สภ.เมืองนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ 061-1453693 หรือแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ 081-8140244, 098-4788991, 094-7787771 โดยข้อมูลผู้แจ้งจะถือเป็นความลับ.

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจ@มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%