อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

'จักรทิพย์'สั่งกระจายไบโอแมทริกซ์ตาม บช.ทั่วประเทศ

จักรทิพย์ สั่งเดินหน้า กระจายไบโอแมทริกซ์ ตามกองบัญชาการทั่วประเทศ ทำเอาวุ่นระดับบก.ตั้งรับคำสั่งเซ็นรับคุรุภัณฑ์ไม่ทัน เหตุกระชัดชิด พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 06.34 น.


เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงนามในบันทึกข้อความด่วนที่สุด ลงวันที่ 28 พ.ค.2562 สั่งการให้ดำเนินการตามที่สกบ.เสนอ กรณีที่พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบช.สกบ. ทำหนังสือขออนุมัติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์(ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า)ระยะที่1 งวดที่5 และงวดที่6

โดยระบุว่า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์(ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อกำหนดแห่งสัญญาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมและบรรลุผลสำเร็จตามที่ทางราชการกำหนดไว้จึงเห็นสมควรอนุมัติให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจรับพัสดุโดยพิจารณาตามพื้นที่หน่วยงานที่ทำการตรวจรับตามสัญญาเลขที่พธ.37/2560 ลง 11 ก.ค.2560 โดยให้รองผบก.(รับผิดชอบงานบริหาร)เป็นประธาน ,ผกก.ฝอ.และสว.ฝอ.เป็นอนุกรรมการ

สำหรับหน่วยงานที่ต้องทำการตรวจรับครุภัณฑ์ “ไบโอแมทริกซ์” มีดังนี้ บก.ตม.1-6 บก.สส.ภาค 1-9 บก.น.1-9 บก.สส.บช.น. บช.ก. บก.ป. บก.ปคม. บก.รน. บก.ปทส. บก.ปอศ. บก.ปคบ. บช.ทท. และ บก.ภ.จว.ทั่วประเทศ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 500 เครื่อง โดยแต่ละหน่วยงานจะได้รับการจัดสรรหน่วยงานละ 5-10 เครื่องด้วยกัน  โดยในท้ายคำสั่งได้มีการระบุให้ดำเนินการตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่ส่งมอบและติดตั้งตามรายการจำนวนให้แก่หน่วยงานในสังกัดแล้วรวบรวมรายงานการตรวจรับพัสดุให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์(ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) โดยเร็วที่สุดด้วย

ทั้งนี้มีรายงานว่าภายหลังมีการแจกจ่ายหนังสือดังกล่าว เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายหน่วยงานว่าการแจกจ่ายคุรุภัณฑ์ดังกล่าวมีความจำเป็นหรือไม่ เพราะบางหน่วยงานไม่ได้มีหน้าที่ในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีดังกล่าวและอาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ระบุไว้ในทีโออาร์ว่า คุรุภัณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการจัดเก็บและนำมาตรวจสอบข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า สำหรับผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยกับฐานข้อมูลระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง ระบบพรีบิ๊ก และจัดเก็บข้อมูลไบโอแมทริกซ์ รวมทั้งระบบตรวจสอบฐานข้อมูลการกระทำผิด ข้อมูลบุคคลต้องห้าม และข้อมูลหมายจับคนร้ายข้ามชาติ

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการแจกจ่ายคุรุภัณฑ์ดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ที่เกินความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมืองมีช่องตรวจเพียง 1366 ช่องเท่านั้น แต่จัดซื้ออุปกรณ์ลูกข่าย 1843 ชุด ซึ่งเกินกว่าความจำเป็น 500 ชุด อย่างไรก็ตามการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆเร่งตรวจรับคุรุภัณฑ์ดังกล่าว ให้แล้วเสร็จโดยเร็วนั้น เพื่อให้ทันส่งมอบตามกำหนดสัญญาที่ครบกำหนดภายในวันที่ 30 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากตรวจรับส่งมอบไม่ทันตามสัญญาจะต้องมีค่าปรับวันละ 4 ล้านบาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%