อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562

ยอมถูกตราหน้าเป็นลูกทรพี! อ้างชาตินี้ไม่ยอมให้แม่เจ็บ

หนุ่มวัย 34 ปี รับสารภาพหลังก่อเหตุทุบพ่อตัวเองเสียชีวิต อ้างทนเห็นแม่ถูกพ่อเมาสุราทำร้ายร่างกายไม่ไหว ก่อนหน้านี้เคยใช้มีดฟันปากแม่เจ็บสาหัสมาแล้ว ล่าสุดพยายามเข้าห้ามปราม กลับถูกไล่ฟันสาหัส สุดท้ายสยบพ่อด้วยจอบถางหญ้า จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 20.40 น.


เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.สภ.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นำตัว นายทัน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาวอ.โพธาราม ผู้ต้องหาฆ่า นายบอย (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี พ่อแท้ ๆ ของตัวเอง มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังจากถูกตำรวจจับกุมตัวไว้ได้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายบอย ผู้เสียชีวิต ได้นั่งดื่มสุราจนมึนเมาและเกิดมีปากเสียงกับ นางยิ้ม (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี ภรรยาและเป็นแม่ของผู้ต้องหา จนถึงขั้นจะทำร้ายร่างกาย โดยนายทันพยายามเข้าห้ามปราม เกรงว่าผู้เป็นแม่จะถูกพ่อทำร้ายสาหัสอีก เพราะเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาแม่เคยถูกพ่อใช้มีดฟันปากสาหัสมาแล้ว และครั้งนี้ นายบอยได้ฉวยเอาใช้มีดดายหญ้าฟันเข้าที่ไหล่ซ้ายของนายทันจนเป็นแผลฉกรรจ์

หลังเกิดเหตุ นายทัน พยายามวิ่งหลบหนีออกมาหน้าบ้าน แต่ผู้เป็นพ่อกลับวิ่งตามง้างมีดจะฟันซ้ำ ทำให้นายทันคว้าเอาจอบถางหญ้าที่วางอยู่หน้าบ้านเข้าต่อสู้ ก่อนจะเหวี่ยงหัวจอบเข้าที่ใบหน้าของนายบอย ถูกกรามซ้ายอย่างจังจนล้มคว่ำ จากนั้นก็ทุบซ้ำจนนอนแน่นิ่งไป ญาติทราบเรื่องรีบตามมาดู พบทั้งคู่เลือดโชกจึงพาทั้งสองส่งรพ. แต่ปรากฏว่า นายบอย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทางเจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นายทันไปดำเนินคดีข้อหา “ฆ่าบุพการี” เบื้องต้นยังให้ภาคเสธ อ้างว่าต้องการจะห้ามพ่อไม่ให้ทำร้ายแม่และสงสารแม่ที่ถูกกระทำบ่อยครั้ง ไม่อยากให้แม่ถูกกระทำอีก ครั้งนี้ถือเป็นการป้องกันตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.สาโรจน์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับพี่น้องประชาชน ว่าการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเกิดจากการมึนเมาสุรา หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับผู้บังเกิดเกล้า จะไปใช้ความรุนแรงและตอบโต้ด้วยอารมณ์ไม่ได้ ต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงและใช้สติปัญญาแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี เช่น ควรรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ หรือตามผู้นำท้องถิ่นมาช่วยเหลือ สำหรับผู้ต้องหา ยังคงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดในเวลานี้.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%