อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562

เด้ง'ร้อยเวรเฉย'รักจรรยาบรรณ สัญญากับโจรว่าจะไม่จับ

ผกก.สภ.เขมราฏ สั่งตั้งสอบและเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ปมเหตุ "ผู้กองเฉย" ร้อยเวรรับคดีไปสัญญาใจกับโจรลักทองว่าจะไม่จับหากนำทองมาคืน อ้างเป็นจรรยาบรรณตำรวจแม้ทองจะไม่ครบ อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 19.31 น.


เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @BaiFurn ได้โพส์ตภาพและข้อความ ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.62 มีขโมยขึ้นบ้านตอนประมาณ 5 ทุ่ม ได้ขโมยทองคำรูปพรรณไป 6 กว่าบาท นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ขโมย ได้โทรฯไปแจ้งความตอนเช้าวันที่ 8 มิ.ย.62 ที่ สน.แห่งหนึ่ง ได้รับคำตอบว่าวันเสาร์ทำงานแค่ครึ่งวัน แล้วก็เงียบไป จึงให้คนที่รู้จักประสานไปอีกครั้ง กระทั่งวันที่ 9 มิ.ย.มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและพิมพ์ลายนิ้วมือ ตอนบ่าย 3 โมงกว่าๆ"

"จากนั้นผ่านไป 1 อาทิตย์ คือวันที่ 14 มิ.ย.มีเจ้าหน้าที่โทรฯมาบอกว่าประมาณ 2 ทุ่ม ขโมยจะเอาทองมาคืนให้ตำรวจ แต่จะคืนไม่ครบนะจะขาดไปบางส่วน พอ 2 ทุ่มกว่าๆก็มีตำรวจโทรฯมาหาบอกว่าได้ทองมาแล้วขาดอยู่ 2 เส้น กับแหวน 1 วง ตอนเช้าวันที่ 15 มิ.ย. ได้เข้าไปเอาทองกับตำรวจ แม่พยายามถามว่าแล้วส่วนที่เหลือล่ะจะตามได้ไหม ได้คำตอบกับมาว่า มันจะผิดจรรยาบรรณเพราะได้รับปากขโมยไว้แล้วว่าหากเอาทองมาคืนจะไม่จับ???"



"#คืนไม่ครบ #จับไม่ได้เดี๋ยวจะผิดจรรยาบรรณ #จรรรยาบรรณของตำรวจกับโจร ลักทรัพย์ในยามวิกาลเป็นคดีอาญา #โจรเอาทองมาคืนตำรวจ #ตำรวจไม่จับโจร #ขอความเป็นธรรมอยากให้จับคนทำผิดมารับโทษเพราะที่บ้านหวาดกลัวระแวง กินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวโจรจะกลับมาอีก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ขโมยขึ้นบ้าน ครั้งแรกมีเงิน 5 หมื่นบาท โจรขโมยไปแค่ 1 หมื่น 1 พัน คิดว่าคนใกล้ตัวเลยไม่ได้ไปแจ้งความ #ขอบคุณตำรวจที่สามารถนำทองมาคืนให้ได้ #แต่ของยังไม่ครบ #คนผิดยังไม่ได้รับโทษ #ช่วยกันกดไลค์และแชร์กันเยอะๆหน่อยนะคะ"

สอบถามไปยังเจ้าของเฟซฯ ซึ่งระบุว่าผู้เสียหายจริงๆคือมารดาของตัวเองคือ นางคอง อายุ 39 ปี ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พร้อมเล่าว่าคืนวันที่ 7 มิ.ย. ตนทราบว่าทองคำรูปพรรณที่เก็บไว้ภายในบ้านได้หายไป แยกเป็นสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนักเส้นละ 1 บาท สร้อยข้อมือ 2 เส้น น้ำหนักรวม 3 บาท แหวนทอง 2 วง น้ำหนักวงละ 1 สลึง และต่างหู 1 คู่ จึงแจ้งตำรวจ สภ.เขมราฐ ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบและพิมพ์ลายนิ้วมือ ตอน 15.00 น. จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป

ต่อมาเวลา 20.00 น.วันที่ 14 มิ.ย.ตำรวจได้โทรมาบอกว่าตอนนี้ได้ทองคืนมาแล้ว แต่ได้ไม่ครบนะ ก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดบอกเพียงแค่ตอนเช้าจะเข้าไปเอาทองที่โรงพัก พอเช้าวันที่ 15 มิ.ย.ตนและสามีได้ไปที่ สภ.เขมราฐ พบกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชื่อ "ผู้กองเฉย" ได้นำทองที่ห่อไว้ด้วยถุงสีแดงออกมานับดู ปรากฏว่าไม่ครบจริงๆ จึงสอบถามกับร้อยเวรว่า  



ผู้เสียหาย : “หัวหน้า เขาเอามาคืนแบบนี้ ทำไมไม่จับเขาค่ะ”
ตำรวจ : “เราไม่รู้ตัวเหมือนกัน แต่เราต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับเขา” “เรารับปากว่าหากนำของมาคืน จะไม่เอาเรื่องเอาราวน้อ ถ้าเราไม่รับปากของก็จะหายไปเลย” ต้องรับปากเป็นหมั้นเป็นเหมาะนะ ไม่ใช่ว่าจะไปพูดกันลอยๆ

ผู้เสียหาย : ทีนี้จะทำอย่างไรต่อ จะตามต่ออีกไหมของที่หาย
ตำรวจ : ถ้าตามต่อ ก็คือเราจะเสียจรรยาบรรณเราเอง ถ้าเราบอกว่าถ้าเอาของมาคืน จะไม่เอาเรื่อง ถ้าเราไปตามอย่างไร เราก็จะไม่ได้ทองเหล่านี้คืน เขาก็จะหนีไปเลย

ผู้เสียหาย : หนูไม่สนิทใจ วันดีคืนดีเขาจะไม่มีฆ่าหนูหรอ
ตำรวจ :สรุปแล้วว่าเราไม่รู้ตัวเขา เราถึงได้ของเราคืน เป็นข้อแลกเปลี่ยนกัน

ผู้เสียหาย : ตำรวจกับโจรมีจรรยาบรรณกันบ้อ

 
ตอนที่สนทนากันนั้น มารดาได้อัดคลิปไว้ด้วย เพราะร้อยเวรบอกว่าจะไม่ตามคดีต่อและไม่จับกุมคนร้ายนั้น เป็นเพราะจรรยาบรรณที่รับปากกันไว้ระหว่างตำรวจกับคนร้าย

ล่าสุด เพจ@สถานีตำรวจภูธรเขมราฐ สภ.เขมราฐ ได้โพสต์ความคืบหน้าว่า พ.ต.อ.สมพาน มุทาพร ผกก.สภ.เขมราฐ ได้สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว และทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เพื่อขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคนใหม่ มาปฏิบัติหน้าที่แทน รวมทั้งตอนนี้พอจะทราบตัวคนร้ายแล้ว แต่ขอเก็บหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าอีก 2-3 วัน จะได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%