อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มกราคม 2562

พล.ร.อ.ร้องจ๊ากรถลูกสาวโดนสวมทะเบียน ป.ลุยจับได้

กองปราบตามยึด"เบ็นซ์" สวมทะเบียนรถลูกสาวพล.ร.อ. หลังเจ้าตัวโดนใบสั่งความเร็ว 4 ใบรวด สั่งขยายผลเชื่อเป็นขบวนการ พุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 17.14 น.

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. พ.ต.ต.พลปพัฒน์ ภู่พูลทรัพย์ สว.กก.1บก.ป.  และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดรถยนต์ เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น อี 250 ซีดีไอคูเป้ ทะเบียน ญว 65 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถแฝดผิดกฎหมายที่สวมทะเบียนและนำไปใช้ในการกระทำความผิดกฎหมายจราจร สร้างความเสียหายให้แก่ เจ้าของทะเบียนและรถยนต์ตัวจริง  โดยพ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก น.ส.ช่อทิพย์ สักกวาที  ผู้เสียหาย พร้อมด้วยพล.ร.อ. ชลิษฐ์  สักกวาที อดีตนายทหารเรือ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับทางพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.  ให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบ กรณีมีใบสั่งการกระทำความผิดกฎหมายจราจรจำนวน 4 ใบ ส่งมาที่บ้านของตน โดยใบสั่งระบุรุ่นรถ สี และทะเบียนตรงกัน  ซึ่งเชื่อว่ามีการเอาแผ่นป้ายทะเบียนไปสวมรถยนต์รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางพล.ต.ต.จิรภพ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกก.1บก.ป. สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ศปจร.ก. ตรวจสอบข้อเท็จจริง



ต่อมาชุดสืบสวนได้สืบทราบว่ารถดังกล่าวได้ไปจอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถหน้าร้านเรือนพระยา ถนนเลียบทางด่วน-รามอินทรา  ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว ระหว่างนั้นก็พบนายวัฒน์ แซ่อู๋ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555/101ถ.ประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง แสดงตนเป็นเจ้าของรถและ ให้การว่า รถคันดังกล่าวเป็นของเพื่อนตน ซื้อมาจากเพจขายรถยนต์แห่งหนึ่ง ในราคา 4 แสนบาท ซึ่งได้ยืมมาขับเป็นการชั่วคราว แต่ทางนายวัฒน์ไม่สามารถนำเอกสาร สำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถมาแสดงความเป็นเจ้าของได้ ตำรวจจึงได้ยึดอายัดรถมาทำการตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบว่าแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี มีการดัดแปลงเลขตัวถังรถ โดยมีร่องรอยของการขูดขีด  ในเบื้องต้นหากพบว่ามีการปลอมแปลงแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ผู้ครอบครองรถต้องถูกดำเนินคดี ในฐานปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ปรับสูงสุด 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลหากพบว่ามีข้าราชการในสังกัดใดเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น



พ.ต.ต.พลปพัฒน์  กล่าวว่า ฝากเตือนประชาชนที่มีความต้องการในการซื้อรถยนต์ทั้งจากเต็นท์รถมือสองหรือทางอินเตอร์เน็ต จะต้องมีการตรวจสอบตัวรถจริงโดยเฉพาะเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลงขูดลบแก้ไขหรือไม่ พร้อมทั้งนำไปตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนเบื้องต้นกับกรมขนส่งทางบกด้วยว่าตรงกันหรือไม่ ก่อนจะตกลงซื้อขายกัน  ซึ่งการที่รถที่ซื้อมานั้น หากไม่สามารถจดทะเบียนหรือต่อภาษีผ่านตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการที่ถูกต้อง ได้ด้วยตนเองก็ขอให้พึงระวัง อยากให้ประชาชนตระหนักถึงความน่าจะเป็นว่าของดี ของถูก ไม่มีในโลก
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 2.71K