อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564

ผู้ว่าฯกทม.ตรวจรพ.สนามแห่งที่4 ก่อนเปิดรับผู้ป่วย19 เม.ย.นี้

ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะบริหาร ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม รพ.สนามที่ศูนย์กีฬาบางกอก อารีนา ซึ่งเป็นรพ.สนามแห่งที่ 4 ก่อนเปิดรับผู้ป่วย 19 เม.ย. พร้อมอัพเดทจำนวนเตียงสนามล่าสุดของกทม. มีประมาณ 1,860 เตียง คาดว่าเพียงพอกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 18.15 น.


เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่โรงพยาบาลสนาม (เอราวัณ 2) สนามบางกอก อารีนา เขตหนองจอก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม (เอราวัณ 2) เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยโควิด 

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาดูความเรียบร้อยโรงพยาบาลสนามที่ศูนย์กีฬาบางกอก อารีนา เขตหนองจอก (โรงพยาบาลเอราวัณ 2) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 4 ของกทม. สามารถรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ 400 เตียง แบ่งเป็น ชาย 150 เตียง หญิง 250 เตียง พร้อมเปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ (19 เม.ย.) โดยได้รับการสนับสนุนเตียงกับมุ้งจาก SCG ชุดเครื่องนอนจากกลุ่มบริษัท ที่นอนโลตัส และผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคอื่น ๆ อาทิ น้ำดื่ม ของใช้จำเป็นเป็นต้น  

โดยที่ รพ.สนามแห่งนี้ จะรองรับผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่มีอาการ ที่เรียกว่าโควิดเขียว ให้มาดูแลรักษาและติดตามอาการที่โรงพยาบาลสนาม แต่หากมีอาการโควิดเหลืองหรือโควิดแดง จะส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ และโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการรักษาต่อไป



นอกจากนี้ได้มีการอำนวยความสะดวกในเรื่องอื่น ๆ เช่น อาหาร 3 มื้อ สัญญาณ Wifi รวมไปถึงการดำเนินการป้องกันการติดเชื้อทำเต็มรูปแบบตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ กรุงเทพมหานครพร้อมดูแลประชาชนเต็มที่ในทุกด้านรวมไปถึงรักษาความปลอดภัย มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอดเวลา ทั้งสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ในพื้นที่ รวมถึง รปภ. ของศูนย์ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่จะพักอาศัยในโรงพยาบาลสนามนั้นจะมีเจ้าหน้าที่คอยแจ้งรายละเอียดก่อนเข้าพัก มีคิวอาร์โค้ดและแผ่นพับให้สแกนดูรายละเอียดการปฏิบัติตนด้วย

ส่วนกรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 กังวลว่า มีการรับผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเกิดการรับเชื้อใหม่นั้น อยากให้เข้าใจว่า ถึงแม้การรับตัวผู้ป่วยโควิด-19 มาดูแลรักษาไม่พร้อมกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการหรือทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามีการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ในคน อีกทั้งโรงพยาบาลสนามของกรุงเทพมหานครมีการดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐาน อาทิ เตียงห่างกันอย่างน้อย 1.5 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามจับกลุ่มกัน และปฏิบัติตามหลัก D-M-H-T-T โดยก่อนเข้าพักเจ้าหน้าที่จะทำความเข้าใจกับผู้ติดเชื้ออย่างชัดเจน
                           
หากผู้ติดเชื้อมีความประสงค์มาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามของกรุงเทพมหานครแจ้งได้ที่ศูนย์เอราวัณ โทร. 1669 หากไม่สะดวกเดินทางมาเองกรุงเทพมหานครมีรถไปรับ แต่หากมีความประสงค์เดินทางมาเองให้โทร.ประสานที่ 1669 ก่อนว่ามีที่ไหนว่างบ้างจะได้ไม่เสียเวลา กรณีเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ให้โทร. 1330 หรือ 1668



ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีจำนวนมากขึ้น โดยแบ่งแผนการรับผู้ป่วยออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 การเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้รองรับผู้ป่วยโควิดให้มากขึ้น ทั้งในโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครและนอกสังกัด ระดับที่ 2 การเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอาการ (Hospitel) สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้รักษาตัวในโรงแรมที่จัดหาไว้ให้ และระดับที่ 3 จัดทำโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบเพื่อรองรับผู้ป่วย โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 500 เตียง ใช้ไปแล้ว 480 เตียง ยังว่างอยู่ 20 เตียง (จะเพิ่มเตียงรองรับอีก 500 เตียง ในวันที่ 19 เม.ย.) โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา รองรับได้ 250 เตียง ใช้ไปแล้ว 164 เตียง ว่าง 36 เตียง และที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เขตบางบอน (โรงพยาบาลเอราวัณ 1) รองรับได้ 100 เตียง รพ.กลาง 110 และเอราวัณ 2 อีก 400 เตียง เบื้องต้นมีเตียงโรงพยาบาลสนามรวมทั้งหมด 1,860 เตียง คาดว่าเพียงพอกับผู้ติดเชื้อโควิด-19

สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารักษา ณ โรงพยาบาลสนาม ขอให้เตรียมพร้อมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการมาอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม ได้แก่ เสื้อผ้า จำนวน 4-5 ชุด หรือพอดีกับจำนวนที่เข้าพัก 14 วัน ของใช้ในกิจวัตรประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู โฟมล้างหน้า แปรงสีฟัน และอื่น ๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง ยารักษาโรคประจำตัว รวมทั้งข้อมูล ประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเดิม (ถ้ามี) โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ ใช้สำหรับดาวน์โหลดแอำพลิเคชั่นไลน์ ในการติดต่อ หอผู้ป่วยในการสื่อสาร ขณะรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลสนาม และสามารถนำกระติกน้ำร้อนมาเองได้.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น