อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2564

เสียงสะท้อน"ข้าวสาร"ยังทรุด แนะปรับเสน่ห์ดึงคนไทยเที่ยว

พิษโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศซบเซา สังเกตชัดเจนจากผู้ประกอบการร้านค้าได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว อย่างเช่นถนนข้าวสาร ปัจจุบันนี้ยังคงเงียบเหงาไร้เงานักท่องเที่ยว พฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 น.

 
“ถนนข้าวสาร” แหล่งท่องเที่ยวย่านสำคัญอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ นิยมปักหมุดท่องเที่ยว แต่ละปีก่อนมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ธุรกิจในถนนข้าวสารมีเงินสะพัดหมุนเวียนสูงปีละกว่า 1,000 ล้านบาท ต่างจากปัจจุบันตกอยู่ในสภาพซบเซา กระทั่งปลายเดือน ต.ค.63 ที่ผ่านมา รัฐบาลต้องจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจบนถนนข้าวสาร ชื่อ “สวัสดีข้าวสาร” มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ร่วมเปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ หวังส่งเสริมการท่องเที่ยวพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารคาว-หวาน สินค้า OTOP จากผู้ค้าเดิมที่เคยขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานเขตพระนคร ร่วมกับร้านค้าเฉพาะกิจรวมกว่า 240 ร้านค้า 

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ระบุ การจัดกิจกรรมเปิดตัวร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับ กทม. ก่อนหน้านี้ถือว่าได้ผลตอบรับค่อนข้างดี นักท่องเที่ยวกลับมาจับจ่ายใช้สอยย่านถนนข้าวสารเพิ่มขึ้น และทำให้ธุรกิจภาคกลางคืนเริ่มฟื้นตัวได้แม้ยังไม่เต็ม 100% โดยนักท่องเที่ยวนอกจากเดินเที่ยวงานแล้ว ยังเข้ามากินข้าว ฟังเพลงที่ร้านอาหารในถนนข้าวสารต่อจนร้านปิด ผู้ประกอบการธุรกิจภาคกลางคืน จึงมีรายได้เพิ่มขึ้น พอประคองตัวได้  



อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจภาคกลางวันยังน่าห่วง เพราะอยู่ไม่ได้เลย โดยเฉพาะช่วงนี้หากเดินถนนข้าวสารช่วงกลางวันก่อน 17.00 น. จะเหมือนถนนร้าง เพราะไม่นักท่องเที่ยวมาจับจ่ายซื้อของ เนื่องจากธุรกิจภาคกลางวันส่วนใหญ่เป็นร้านนวด ร้านขายของที่ระลึกสำหรับขายคนต่างชาติ กระทั่งโรงแรมก็ยังปิดอยู่ สำหรับกรณีที่เปิดให้ผู้ค้าลงทะเบียนไว้ขายของในช่วงกลางวัน กับช่วงเย็นยังไม่ผู้ค้าเข้ามาค้าขาย เพราะยังกลัวสถานการณ์เปิดร้านแล้วไม่มีผู้ซื้อ ทำให้ต้นทุนจมหนักกว่าเดิมกลายเป็นหนี้สิน

“เมื่อก่อนในช่วงกลางวันผู้ที่มาเดินซื้อของคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ 99% ทำให้ขายของได้  แต่คนไทยไม่นิยมเดินกลางวัน รวมถึงร้านขายของก็จะเป็นสินค้าที่ชาวต่างชาติซื้อ พอเจอเหตุการณ์ช่วงนี้ ผู้ค้าในช่วงกลางวันจึงปรับตัวไม่ทัน เพราะบางรายก็ไม่มีเงินทุนในการปรับ หรือเปลี่ยนสินค้ามาขายให้ตรงกลุ่มมากขึ้น” 



นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร  เผยธุรกิจภาคกลางคืนมีกลุ่มนักเที่ยวชาวไทยเริ่มกลับมาแล้ว แต่ช่วงกลางวันยังเงียบ จำเป็นต้องหาแนวทางช่วยเหลือโดยที่ผ่านมาสมาคมฯ หารือร่วมกับผู้ประกอบการตลอด พร้อมเสนอแนวทางให้แต่ละร้านปรับรูปแบบการค้าให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้น เช่น ร้านอาหารที่เคยเปิดเพลงสไตล์ต่างชาติก็ให้ปรับเปลี่ยนเป็นเพลงสไตล์ลูกค้าคนไทย หรือนำตัวดีเจชาวไทยที่อยู่ในกระแสมามาเปิดเพลงเพิ่มสีสัน อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือเรื่องเงินทุนหมุนเวียนซึ่งผู้ประกอบการบางรายเป็นรายย่อยทำให้ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารทั้งของรัฐหรือเอกชนได้ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ ขณะเดียวกันยังต้องหากิจกรรมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนไทยมาเดินถนนข้าวสารในช่วงกลางวันด้วย

หลังกิจกรรมเปิดตัวโดยรัฐ สมาคมฯ และผู้ประกอบการในถนนข้าววสาร มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ในชื่องาน “เข้าซอยข้าวสาร 2435” เพื่อฟื้นท่องเที่ยวให้ต่อเนื่อง มีงานเสวนา กิจกรรมชมสถานที่ใหม่ๆ หรือสถานที่เก่าแก่ที่หลงลืมไป ชมงาน Street Art ตามจุดต่างๆ โดยมีไกด์จากพิพิธภัณฑ์บางลำพูเป็นผู้นำทัวร์ ซึ่งได้รับผลตอบรับดี รวมถึงมีการจัด Linghting แสง สี โดยนักศึกษาจากมหาวิยาลัยศิลปากร ดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยวถ่ายภาพ  

ทั้งนี้ มองถึงแผนสนับสนุนเพิ่มเติมว่าต้องการให้ กทม. จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมากกว่าการจัดเป็นครั้งคราวที่ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก  ควรเน้นจัดกิจกรรมให้ต้องติดตามตลอดอย่างการจัดกิจกรรมทุกปลายสัปดาห์ ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ อยู่ระหว่างเตรียมจัดงานเทศกาลปีใหม่เริ่มตั้งแต่งคริสต์มาส วันที่ 25 ธ.ค.เป็นต้นไป หวังกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ายังถนนข้าวสารเพิ่มขึ้น โดยอยู่ระหว่างการคิดรูปแบบและหางบประมาณ อย่างไรก็ตาม อีกข้อเสนอที่น่าสนใจคือการให้รัฐขยายเวลาปิดร้านอาหารช่วงกลางคืนจากเดิมต้องปิดในเวลา 01.00 น. คาดว่าน่าจะทำให้ผู้ประกอบการหลายส่วนมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งร้านอาหาร แท็กซี่ โรงแรม



ด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในส่วน กทม.อยู่ระหว่างการหากิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่ถนนข้าวสาร  ล่าสุดมีการพูดคุยกับเชฟชุมพล เชฟกระทะเหล็ก ที่จะร่วมมือกันจัดกิจกรรม Food Festival ที่ถนนข้าวสารต่อเนื่อง 10 สัปดาห์ คาดว่าจะจัดกิจกรรมได้ช่วงสุดสัปดาห์ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เน้นการออกมาจับจ่ายของนักท่องเที่ยวไทยให้คึกคักขึ้น เบื้องต้นน่าจะเริ่มกิจกรรมได้หลังเทศกาลปีใหม่ ย้ำว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่พยายามค้นหารูปแบบการจัดกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ และฟื้นฟูบรรยากาศถนนข้าวสารให้กลับมามีรายได้เลี้ยงตัวอีกครั้ง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น