อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ยกเพิ่มซากรถจอดทิ้งย่านสวนสยาม เพื่อความเรียบร้อย

กทม.เดินหน้ายกซากรถยนต์ที่จอดทิ้งอย่างต่อเนื่อง วันนี้ถึงคิวเขตคันนายาวยกเพิ่มอีก 1 คัน เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย พุธที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 15.30 น.


 
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.บริเวณสถานีตรวจสอบคุณภาพอากาศ ปากทางเข้าหมู่บ้านอมรพันธ์ ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ ในพื้นที่เขตคันนายาว โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตคันนายาว กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง สถานีตำรวจนครบาลบางชัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่



จากการสำรวจในพื้นที่เขตคันนายาว พบว่ามีซากรถยนต์จอดทิ้งไว้ จำนวน 4 คัน ที่ผ่านมาเจ้าของได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ออกไปแล้ว 3 คัน โดยวันนี้สำนักงานเขตคันนายาวร่วมกับสำนักเทศกิจ กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง และสถานีตำรวจนครบาลบางชัน ดำเนินการเคลื่อนย้ายอีก 1 คัน ซึ่งเขตฯ ได้ทำหนังสือแจ้งเจ้าของให้เคลื่อนย้ายซากรถยนต์ภายใน 15 วัน แต่ยังไม่ดำเนินการเคลื่อนย้าย เขตฯ จึงได้ประสานสถานีตำรวจนครบาลบางชัน เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทางคดี หรือเป็นของกลางทางคดีหรือไม่



ซึ่งในการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สถานีตำรวจนครบาลบางชัน ทั้งก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการ สำหรับการดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์นั้น กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน โดยขอสนับสนุนรถยกจากกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง และรถสไลด์จากสำนักสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการจัดเก็บซากรถยนต์ทุกวันพุธและวันศุกร์ ในช่วงเวลาบ่าย ซึ่งสำนักเทศกิจจัดทำตารางการจัดเก็บซากรถยนต์ หมุนเวียนทุกกลุ่มเขตในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างทั่วถึง โดยจะมุ่งเน้นซากรถยนต์ที่เคลื่อนย้ายลำบากก่อน  ทั้งนี้หลังดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ จะลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวเพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 88