อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

เร่งเคลื่อนย้ายป้ายรถเมล์พัง ป้องกันเกิดอุบัติเหตุซ้ำ

จากกรณี ป้ายรถประจำทางล้มทับผู้โดยสาร บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด สำนักงานเขตปุทวัน ร่วมกับ สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. นำรถเครนมายกป้ายที่ล้มออกและจะดำเนินการเคลื่อนย้ายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 เวลา 16.40 น.


เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ทางสำนักงานเขตปทุมวัน ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ของเขตเข้าตรวจสอบเบื้องต้นทันที พบว่าบริเวณดังกล่าวเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ทำให้เสาเป็นสนิม และพังลงมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการล้อมพื้นที่ไว้ และจะดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  ส่วนป้ายดังกล่าวอยู่ในความดูแลของบริษัทเอกชน ที่ได้รับสัมปทาน  ขณะนี้เอกชนรายเก่าหมดสัญญา จึงอยู่ระหว่างเปลี่ยนถ่ายกับเอกชนรายใหม่ โดยป้ายดังกล่าว อยู่ในแผนที่จะดำเนินการเปลี่ยนเป็นป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ทั้งนี้ ป้ายรถเมล์ทั่วกรุงเทพฯมีจำนวน  2,000 กว่าป้าย หลังจากนี้จะให้ทางเอกชนผู้รับผิดชอบเข้าดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของป้ายต่อไป



ด้านนางมาศวัลย์ ปิ่นสุวรรณ  ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องทางเขตไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทันที โดยมอบหมายให้ นางสุวรรณ ศิริมุจลินท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตปทุมวัน  ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ป้ายรถเมล์ล้ม เบื้องต้นได้นำเชือกมากั้นที่เกิดเหตุไว้ และสั่งการให้ นำรถเครนเข้ามาทำการเคลื่อนย้ายป้ายรถเมล์ทางล้มในบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่ามีการนำส่งรักษาตัวอยู่หลายแห่ง อยู่ระหว่างประสานเพื่อขอข้อมูลผู้บาดเจ็บ เพื่อสอบถามอาการและให้การช่วยเหลือต่อไป



ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางสจส.กทม. มีประกันในการดูแลค่ารักษาพยาบาล ให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จึงขอให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไปรักษาตัวยังโรงพยาบาล สามารถนำเอกสารการรักษาพยาบาล ติดต่อไปยัง สจส.กทม.ได้ที่ หมายเลข 0-2354-1230 ในวันและเวลาราชการ.




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65