อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

กทม.ทำแผนป้องกันอุบัติภัยจากสารเคมี เน้นหลัก2P-2R

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญคนทั่วโลก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา กับเหตุการณ์แอมโมเนียมไนเตรทระเบิด ที่กรุงเบรุต ประเทศเลบานอน จึงทำให้หลายคนวิตกกังวลว่า แล้วในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีคนอยู่กันอย่างหนาแน่น จะมีสารดังกล่าวหรือสารเคมีอันตรายประเภทอื่น ถูกเก็บอยู่หรือไม่ และมีวิธีการป้องกันอย่างไร จันทร์ที่ 7 กันยายน 2563 เวลา 14.40 น.


ทีมข่าวชุมชนเมือง-เดลินิวส์ จึงติดต่อขอสัมภาษณ์พิเศษ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวว่า  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร(กทม.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ  ได้เช็กข้อมูลสำรวจทันทีว่า ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีการขออนุญาตในการจัดเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรท ไว้หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล จากหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ พบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ  ไม่มีสารแอมโมเนียมไนเตรท ถูกจัดเก็บอยู่  แต่หากถามว่า แล้วมีสารเคมีประเภทอื่นที่จะก่อการระเบิดเกิดขึ้นได้หรือไม่ คงต้องบอกว่า มี อาทิ ก๊าซหุงต้ม นั่นเอง



แต่ทั้งนี้ ในกรุงเทพฯ ก็มีผู้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่เช่นกัน โดยผู้ประกอบกิจการเหล่านี้จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานนี่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเขต และสำนักอนามัย กทม. ในการตรวจสอบสถานที่จัดเก็บสารเคมีว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ สถานที่ตั้งของสถานประกอบการอยู่ในจุดที่อนุญาตให้จัดตั้งหรือไม่ อย่างไร โดยมีกลุ่มผู้ประกอบกิจการการจัดเก็บ การผลิตและการสะสมสารเคมี การขนส่ง และการใช้งานสารเคมีและวัตถุอันตรายจำนวน 4,750 ราย ซึ่งกิจการประเภทเหล่านี้ จะต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญของกทม. ซึ่งจะเข้าตรวจสถานประกอบการทุกแห่ง ที่มีการจัดเก็บสารเคมี อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการบริหารจัดการสารเคมีอย่างถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงจัดฝึกอบรมส่งเสริมความรู้ ด้านการบริหารการจัดการสารเคมีและวัตถุอันตรายแก่ผู้ประกอบการ

ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดให้ทุกสถานประกอบการมีแผนรองรับหากเกิดการรั่วไหลของสารเคมี หรือ เกิดการระเบิดขึ้น  แต่หากประชาชนมีสารเคมีไม่ได้รับอนุญาตเสี่ยงมีภัยไว้ในความครอบครอง ถือว่ามีความผิด และจะถูกลงโทษตามขั้นตอนของกฎหมาย  ส่วนแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในส่วนของกทม. เราก็มีการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยทุกรูปแบบไว้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. จัดฝึกซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและการตอบโต้อุบัติภัยสารเคมี ในทุกหน่วยงานของ กทม. ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดซ้อมแผนป้องกันการเกิดเหตุอื่น อาทิ เพลิงไหม้ในอาคารสูง เหตุเพลิงไหม้ในสำนักงาน เหตุเพลิงไหม้ในชุมชน



อย่างไรก็ตาม หากต้องการที่จะให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.เข้าไปตรวจสอบว่าจัดเก็บสารเคมีให้ถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต หรือเบอร์ 1555 และหากมีเหตุไฟไหม้จากสารเคมี  โทร. 199 ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเรามีทีมเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพิเศษในการดับเพลิงที่เกิดจากสารเคมี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเข้าระงับเหตุด้วยวิธีการที่ถูกต้องและปลอดภัย

ดร.ไพฑูรย์ งามมุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตดอนเมือง  อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดการสารเคมีและวัตถุอันตรายในสถานประกอบการ สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กทม. ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมี สารพิษ ของกทม. กล่าวว่า การจัดเก็บสารเคมีอันตรายในเมืองที่มีประชาชนหนาแน่นโดยเฉพาะเมืองหลวง หากไม่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการจัดเก็บ จะนำมาสู่อุบัติภัย อย่างเช่นเหตุระเบิดที่ผ่านมา ที่ไม่ได้สร้างแค่ความเสียหายในด้านของวัตถุหรือทรัพย์สินอย่างเดียวแต่ยังสร้างความเสียหายต่อชีวิต และการไร้ที่อยู่ของประชาชนด้วยซึ่งแท้จริงแล้ว ยังมีสารเคมีตัวอื่นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยด้วยเราต้องไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกัน อาทิ ก๊าซหุงต้ม ก๊าซแอมโนเนียที่ใช้ในโรงงานน้ำแข็ง แก๊สแอลพีจี รวมไปถึงควันพิษที่เกิดจากการเผาขยะมีพิษ หรือเหตุไฟไหม้บ่อขยะด้วย

กรุงเทพมหานคร จึงได้มีการจัดทำแผนป้องกันอุบัติภัยสารเคมีและวัตถุอันตรายของกรุงเทพมหานคร โดยตัวแผนป้องกันฯ ฉบับนี้นั้นเราจะ เน้นหลัก 2P-2R คือ 2P จะเน้นระยะก่อนเกิดเหตุ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติภัย นั่นก็คือเราจะต้องทราบแหล่งเก็บสารจำพวกนี้ กทม.จึงมอบนโยบายให้แต่ละสำนักงานเขต สำรวจผู้ประกอบกิจการการจัดเก็บ การผลิตและการสะสมสารเคมี การขนส่ง และการใช้งานสารเคมีและวัตถุอันตราย ในพื้นที่ของตนเอง พร้อมทั้งในคำแนะนำในการจัดเก็บให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและเข้าตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ  การจัดเตรียมบุคลากร ที่ผ่านมา กทม.ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ  ในหลักสูตรการจัดการสารเคมีและวัตถุอันตราย สำหรับผู้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อให้เข้าใจถึงความร้ายแรงและความรุนแรงของสารเคมีชนิดต่างๆ หากจัดเก็บไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลทั้งด้านสุขภาพตนเองและทรัพย์สิน  

การจัดอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขต เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและอ่านสัญลักษณ์ต่างๆ ของสารเคมีได้ในเบื้องต้น เพื่อประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรงของสารเคมีชนิดนั้นๆ เมื่อเข้าไปตรวจสอบสถานประกอบการ หรือเมื่อเกิดเหตุในสถานประกอบการต่างๆ เมื่อรับรู้ว่าสารนั้น มีระดับความรุนแรงเท่าไหร่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ สารชนิดนี้เกิดการระเบิดได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ก็จะสามารถสั่งดำเนินการได้ทันที และการจัดเตรียมเครื่องมือในการจัดการเหตุ ประกอบไปด้วย คน/รถ/ชุดที่สวมใส่และอุปกรณ์ต้องสอดคล้องกัน เพื่อให้การเข้าระงับเหตุเป็นไปด้วยความปลอดภัยและรวดเร็ว



ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้มีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ทีมตอบโต้อุบัติภัยสารเคมีโดยเฉพาะ เรียกว่า BMA Hazmat Team จำนวน 500 คน โดยคัดเลือกจากเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่มีความสามารถ ในการเข้าร่วมฝึกเป็นทีมตอบโต้อุบัติภัยสารเคมี ซึ่งทีมนี้จะเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการเข้าจัดการเหตุและระงับเหตุที่เกิดจากสารพิษ และสารเคมี ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ส่วนหลัก 2R  คือ การตอบโต้เผชิญเหตุ ในขณะที่เกิดเหตุผู้บังบัญชาเหตุการณ์ ณ เวลานั้น จะต้องประเมินสถานการณ์โดยหาข้อมูลและประมวลผลข้อมูลทุกอย่างที่ได้รับมา ก่อนจะสั่งการให้ดำเนินการตามขั้นตอน อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินน้อยที่สุด  และการฟื้นฟู หลังเกิดเหตุ โดยจะต้องฟื้นฟูและเยียวยาไปพร้อมกัน 3 สิ่งคือ คน โครงสร้าง และสิ่งแวดล้อม ที่ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานของสาธารณสุข พัฒนาสังคมฯ เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเดินหน้าไปพร้อมกัน ส่งผลให้การฟื้นตัวของเมืองหรือชุมชน กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ดร.ไพฑูรย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลักการจัดการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่ดีนั้น เราจะต้องเริ่มต้นจากข้อมูล เมื่อมีข้อมูลแล้ว เราจะตระหนักถึงอันตราย จากนั้นจะเริ่มประเมินความเสี่ยงได้ และนำเข้าสู่กระบวนการควบคุมโดยใช้กฎหมาย เมื่อทำครบตามขั้นตอนแล้ว ก็จะเกิดความปลอดภัยขึ้นในเมืองและชุมชนที่เราอยู่อาศัย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 69