อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

เปิดเทอม1ก.ค.หวั่นรถติดหนัก สั่งตร.3พันนายช่วยหน้าโรงเรียน

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. สั่งตำรวจนครบาล 3,000 นาย ลงพื้นที่หน้าโรงเรียนเพื่ออำนวยความสะดวก เร่งระบายรถส่งนักเรียน ให้เกิดความคล่องตัวที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ช่วงวันที่ 1 ก.ค.ที่เปิดภาคเรียน พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียน ให้ทำตามมาตราการป้องกัน การลืมนักเรียนทิ้งไว้บนรถ และป้องกัน "โควิด-19" จันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 13.28 น.


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. (ดูแลงานด้านจราจร) กล่าวถึงมาตรการเตรียมความพร้อมด้านการจราจรในวันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 ก.ค.นี้ ว่า ตำรวจนครบาลได้มีการระดมกำลังรวมกว่า 3,000 นาย ลงพื้นที่โดยเฉพาะด้านหน้าโรงเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกและเร่งระบายรถที่เดินทางมาส่งนักเรียนให้เกิดความคล่องตัวที่สุด ซึ่งในช่วงสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้โรงเรียนต้องวางมาตรการในการคัดกรองนักเรียน ทางตำรวจได้แนะนำให้ทุกสถานศึกษาจัดจุดคัดกรองให้อยู่ภายในบริเวณโรงเรียน เนื่องจากหากมีการวางจุดคัดกรองบริเวณด้านหน้าประตู จะทำให้เกิดปริมาณนักเรียนและรถยนต์สะสม จนเกรงว่าจะเกิดปัญหาการจราจรติดขัด และทำให้นักเรียนเข้าเรียนไม่ทัน ในส่วนของผู้ปกครอง ขอให้ศึกษาเส้นทาง ทั้งในสภาพการจราจรและการปรับปรุงพื้นผิวการจราจร โดยขอให้ผู้ปกครองโดยเฉพาะผู้ปกครองใหม่ที่บุตรหลานเพิ่งเข้าศึกษา เผื่อเวลาการเดินทางไว้ 30-45 นาที รวมทั้ง เตรียมความพร้อมเรื่องเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนให้พร้อมที่สุด



พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนผู้ปกครองที่ใช้บริการรถรับส่งนักเรียน ตำรวจจราจรได้วางมาตรการป้องกันเด็กนักเรียนตกค้างอยู่บนรถจนทำให้เกิดอันตราย ด้วยการแนะนำให้คนขับรถแจกบัตรให้แก่นักเรียนที่ขึ้นรถ และเก็บบัตรเมื่อนักเรียนลงจากรถ เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนนักเรียน และป้องกันการลืมนักเรียนทิ้งไว้บนรถ นอกจากนี้ ตำรวจจราจรจะคอยแนะนำผู้ประกอบการรถนักเรียนให้รักษามาตรฐานในการป้องกันโรค ทั้งการให้นักเรียนสวมใส่หน้ากากอนามัย เตรียมเจลล้างมือ และคอยทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดเพิกเฉย ทางตำรวจจราจรอาจพิจาณาส่งเรื่องให้ทางกรุงเทพมหานครออกมาตรการกับผู้ประกอบการรายนั้น ซึ่งอาจจะเริ่มต้นด้วยการตักเตือน หากยังเพิกเฉยอีกก็อาจถึงขั้นให้หยุดกิจการชั่วคราว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%