อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ส่อง'ห้างหรู-ค้าส่ง-ตลาดดอกไม้' กทม.ขู่สั่งปิดป้องกัน'โควิด'

อีกหนึ่ง "สถานที่เสี่ยง" ติด "โควิด-19" แต่ก็ยังคงผู้คนจำนวนมากโหยหาห้างสรรพสินค้า "ชุมชนเมือง-เดลินิวส์" พาไปส่องมาตรการคุมป้องกันภายใน "ห้างหรู" ใจกลางเมือง รวมทั้ง "ตลาดค้าส่งและตลาดดอกไม้ชื่อดัง" โดยหากผู้ค้ารายใดฝ่าฝืน ตักเตือนแล้วไม่ปฏิบัติตาม กทม.ขู่สั่งปิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.40 น.


กลายเป็นอีกหนึ่ง "สถานที่เสี่ยง" ติด "โควิด-19" แต่ก็ยังคงผู้คนจำนวนมากโหยหา "ห้างสรรพสินค้า" อยากจะออกไปเดินจับจ่ายใช้สอย หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 อนุญาตให้สถานประกอบการหลายเแห่งเปิดกิจการได้ตั้งแต่ 17 พ.ค.เป็นต้นมา ซึ่ง 1 ในกิจการที่สามารถเปิดได้ แต่ต้องดำเนินการตามมาตรการและข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด คือ ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ทุกแห่งต้องเว้นระยะห่าง ตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และผู้ใช้บริการต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย-หน้ากากผ้าตลอดเวลา 

โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้ารวมอยู่ทั้งสิ้น 289 แห่งใน 50 เขต ซึ่ง กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ในพื้นที่ โดยกำชับให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำกัดจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการ ในส่วนของร้านอาหาร ห้ามดื่มสุราภายในร้านโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมาตรการจะสั่งปิดบริการในทันที 

สำหรับประชาชนที่เข้าไปใช้บริการต้องสแกนคิวอาร์โค้ดแอพพลิเคชั่น "ไทยชนะ" แต่เนื่องจากปริมาณจำนวนคนมีจำนวนมาก ทำให้จุดเช็กอินกลายเป็น "สถานที่แออัด" ทำเอาหลายคนเป็นกังวลอาจเป็น "จุดแพร่เชื้อโรค" หรือไม่!?! และจะทำอย่างไรให้เดินห้างสรรพสินค้าได้ปลอดภัย ไม่ติดเชื้อโควิด-19



ทีมข่าว "ชุมชนเมือง-เดลินิวส์" จึงสัมภาษณ์พิเศษ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ถึงมาตรการคุมเข้มต่าง ๆ รวมทั้งผลการปฏิบัติตามข้อกำหนดในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านอาหาร ดังนี้ ตั้งแต่วันที่ 17-20 พ.ค.ที่ผ่านมา กทม.ได้ออกตรวจห้างสรรพสินค้าไปแล้ว 264 ครั้ง ไม่นับรวมกับร้านค้าปลีกย่อยต่าง ๆ พบว่าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการเว้นระยะห่าง ซึ่งในส่วนของร้านค้า หากไม่มีการเว้นระยะ จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือนให้แก้ไข และเมื่อเข้าไปตรวจซ้ำพบว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ในกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพคนจำนวนมากยืนออรอเข้าไปใช้บริการในห้างสรรพสินค้า อันดับแรกต้องเข้าใจว่าก่อนเราจะเข้าไปด้านในต้องสแกนคิวอาร์โค้ดหรือลงทะเบียนเสียก่อน ทำให้ในวันแรก ๆ ที่เริ่มใช้คิวยาว เพราะทุกคนไม่มีประสบการณ์ ยังไม่ได้ตั้งตัว จึงเกิดความแออัด ทาง กทม.จึงแนะนำให้ห้างสรรพสินค้ากระจายจุดแสดงคิวอาร์โค้ดไว้หลายที่ เมื่อสแกนเสร็จจะได้โชว์หน้าจอมือถือที่เช็กอินแล้ว ก่อนให้เจ้าหน้าที่คัดกรองวัดอุณหภูมิ ถึงจะเข้าไปในห้างสรรพสินค้าได้ 



"ในส่วนห้างค้าส่งขนาดใหญ่ กทม.ไม่มีความกังวล อาทิ ร้านค้าส่งแถวประตูน้ำ ภายในซอยเพชรบุรี 19 และซอยเพชรบุรี 21 ตอนแรกหลังการผ่อนปรนพบว่ามีปัญหายังไม่ได้ดำเนินการเหมือนห้าง ไม่มีการเว้นระยะห่าง ทางเขตจึงเชิญเจ้าของและผู้ประกอบการมาพูดคุย โดยขอให้เจ้าของรับผิดชอบการตั้งจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ แต่หากไม่สามารถทำได้ ต้องสั่งให้ปิดไปก่อนแล้วปรับปรุง จึงค่อยเปิดใหม่ โดยเฉพาะห้างค้าส่ง โบ๊เบ๊ คลองถม มีการคุมเข้ม หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืน จะสั่งปิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ส่วนตลาดดอกไม้ ให้เน้นมาตรการล้างมือบ่อย ๆ" 

ด้าน นายยุทธนา ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ในห้างค้าส่งในพื้นที่ว่า ช่วงแรกได้ส่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กำหนดทางเข้า-ออกเพียงจุดเดียว และตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ จัดเว้นระยะห่าง ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม บูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับตำรวจในสังกัด บก.น.6 และ กอ.รมน. ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์ ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย โดยที่คลองถมและโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ จะมีจุดให้สแกนเข้า-ออกเหมือนห้าง ผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะเช่นกัน



"ในส่วนตลาดโบ๊เบ๊ โซนตึกหรือโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ จะใช้มาตรการเดียวกับห้างสรรพสินค้าทั่วไป เจ้าของตึกจัดเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ค้าและผู้ซื้อทุกคน หากสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียสจะให้นั่งพักรอเก้าอี้เว้นระยะห่างแล้วค่อยวัดใหม่ และสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ถ้าพบว่าจำนวนคนเข้าใช้บริการเต็มก็ต้องรอคนทยอยออก ถึงค่อยสแกนเข้าอีกครั้ง รวมทั้งทุกร้านต้องมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้คอยให้บริการด้วย ส่วนโซนริมคลองยังไม่มีการสแกนผ่านแอพพลิเคชั่น แต่ขอให้ผู้ค้าหมั่นรักษาความสะอาด เว้นระยะห่าง และกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน หากฝ่าฝืนไม่ทำตามจะสั่งปิด มีโทษทั้งจำและปรับ"

นายยุทธนา กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรการว่า ทางสำนักงานเขตจะออกใบเตือนผู้ค้าให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หากออกตรวจซ้ำ ยังพบว่าไม่ได้ดำเนินการต้องออกประกาศสั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ 



ขณะที่ นางมาศวัลย์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กล่าวถึงมาตรการดูแลห้างสรรพสินค้าหรูขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ฝ่ายเทศกิจ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 16 แห่งในเขตปทุมวัน ให้ปฎิบัติตามมาตรการควบคุมหลัก 7 ข้อ ประกอบด้วย 1.ทำความสะอาดพื้นพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆทั้งก่อนและหลังการให้บริการ รวมทั้งกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน 2. ให้ผู้ประกอบการพนักงานบริการผู้ใช้บริการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า 3. มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 4.ให้เว้นระยะที่นั่ง ยืนเลือกสินค้าและชำระสินค้าอย่างน้อย 1 เมตร 



5.ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการอย่าให้มีการแออัด หลีกเลี่ยงสัมผัสระหว่างกัน เพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นบันทึกข้อมูล 6.ให้กิจการสถาบันกวดวิชา ยังคงปิด โดยครอบคลุมถึงโรงเรียนสอนดนตรี ภาษา เต้น สถาบันลีลาศหรือสอนลีลาศ วาดภาพศิลปะ ขับรถยนต์ โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ โรงเรียนสอนอาหาร หรือสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอนการสอบหรือการฝึกอบรม และ7.ร้านเสริมสวยแต่งผมหรือตัดผมสำหรับบุรุษหรือสตรี บริการได้เฉพาะสระ ตัด ซอยผม แต่งผม แต่ต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าบางแห่งยังมีแผนฉุกเฉินในกรณีมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก สามารถใช้เครื่อง Fast Scan และเพิ่มจุดสแกนคิวอาร์โค้ดแอพพลิเคชั่นไทยชนะ บริเวณประตูทางเข้าเพื่อเช็กอิน-เช็กเอาท์ก่อนเข้าและหลังเข้าไปใช้บริการ  เพื่อประเมินการให้บริการของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าว่าถูกสุขลักษณะตามมาตรการหรือไม่



นายสุรเดช อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตพระนคร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดดอกไม้ยอดพิมาน บริเวณปากคลองตลาด พบว่าผู้ค้าและผู้ซื้อให้ความร่วมมือในการสวมใส่หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย รวมทั้งตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ รักษาระยะห่างไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร มีจุดล้างมือด้วยสบู่ น้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ พร้อมประชาสัมพันธ์เสียงตามสายสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งอ่างล้างมือใช้วิธีเท้าเหยียบ ช่วยให้ล้างมือได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับก๊อกน้ำโดยตรง จึงหมดกังวล ช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อีกทาง.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    38%
  • ไม่เห็นด้วย
    63%