อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 พฤษภาคม 2563

ฟังเสียงคนเมืองคิดอย่างไร? 'อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ'โควิดระบาด

สถานการณ์เชื้อไวรัส “โควิด-19” แพร่ระบาด ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐจึงพยายามรณรงค์ขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้าน งดเดินทาง ภายใต้มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ช่วยแบ่งเบาภาระ “หมอ-พยาบาล” ด่านแรกในการพบเชื้อ พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 10.30 น.

ด้าน กรุงเทพมหานคร (กทม.) สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตลงพื้นที่ทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์รายละเอียดในพื้นที่ชุมชน พร้อมแจกแอลกอฮอล์ล้างมือ-หน้ากากอนามัย ช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาด

นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการเขตสายไหม เปิดเผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งแจกประกาศคำสั่งของ กทม. เรื่องควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 โดยขอความร่วมมือประชาชนไม่เดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนผู้เดินทางไปพื้นที่เสี่ยงอย่างสนามมวย สถานบันเทิง ให้รีบกักตัวเฝ้าสังเกตอาการในที่พัก หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบากให้รีบเดินทางไปพบแพทย์ และขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงเข้าไปอยู่ในที่ชุมชนแออัด รวมทั้งรักษาระยะห่างผู้อื่น 1-2 เมตร งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มกัน



นางสาวศศิชา ทับทิม ผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายโยธา จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตั้งป้ายประชา สัมพันธ์ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทั่วทุกพื้นที่ เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ประชาชนอยู่บ้านให้มากที่สุด แทนการออกไปข้างนอกโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดอัตราเสี่ยง ป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรการควบคุมของรัฐบาลและ กทม.
 


 นางสาวปัญชพัฒน์ หลักดี ผู้อำนวยการเขตบางพลัด เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่แจกแอลกอฮอล์ล้างมือฆ่าเชื้อให้กับประชาชนในชุมชนโค้งมะขาม นอกจากนี้ จะเร่งแจกให้ครบทั้ง 48 ชุมชน พร้อมประชาสัมพันธ์นโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” รณรงค์ให้ประชาชนหยุดอยู่บ้าน ช่วยลดการแพร่ระบาด



ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นชาวบ้านเกี่ยวกับมาตรการที่ภาครัฐพยายามขอความร่วมมือให้ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ว่ามีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร? 

“กิตติธัช ปรีชาเวชกุล” พนักงานโรงแรม กล่าวว่า เชื่อว่าการหยุดอยู่บ้านสามารถช่วยหยุดการแพร่เชื้อได้  ซึ่งแพทย์หลายท่านบอกว่าโรคนี้สามารถหายเองได้ ส่วนผู้ที่เจอเชื้อแล้วให้รีบเข้าทำการรักษา ในกลุ่มผู้ที่กักตัวควรดูแลตัวเองอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ ข้อดีของมาตรการนี้ทำให้ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สำหรับภาคธุรกิจอาจจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ขณะที่ข้อเสียการอยู่บ้านนาน ๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทำให้รู้สึกเครียด จึงอยากให้มีมาตรการจริงจังเหมือนไต้หวัน ภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลจริงให้ประชาชนรับทราบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ



“สิริภัทร” (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) นักศึกษา กล่าวว่า  ข้อดีการหยุดอยู่บ้านคือมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน เกิดความผ่อนคลายมากกว่าอยู่ในที่ทำงาน แต่ข้อเสียคือต้องเรียน์และทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หากใช้วิธีนี้ไปนาน ๆ ทำให้เสียสุขภาพ ร่างกายไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน ที่สำคัญมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟเพิ่มขึ้น อยากเสนอให้ภาครัฐมีมาตรการตั้งจุดตรวจเข้มให้มากที่สุดสำหรับผู้เดินทางข้ามจังหวัด และให้ตรวจสอบบุคคลไร้บ้าน ควรจัดหาสถานที่พักพิงให้เป็นการชั่วคราว เพื่อลดการแพร่เชื้อในระยะนี้

“ชนิกา เสนานันท์” นักศึกษาและทำงานพาร์ทไทม์ ในห้างสรรพสินค้า กล่าวว่า ข้อดีมาตรการนี้คือไม่ต้องเสี่ยงเดินทางไปทำงาน โดยเฉพาะบางอาชีพที่ต้องทำงานพบปะผู้คนเยอะ ๆ ทำให้ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การอยู่บ้านจึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงดีที่สุด แต่ผลเสียทำให้บางอาชีพขาดแคลนรายได้ บางธุรกิจต้องปิดกิจกรรมลงเป็นการชั่วคราว แต่ยังต้องแบกทนภาระค่าใช้จ่าย จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการเชิงรุกที่เข้มข้นจริงจัง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน

“กมลลักษณ์ ดำรงค์สุทธิพงศ์” อาชีพอิสระ กล่าวว่าข้อดีของมาตรการนี้คือได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรมส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียก็มีเยอะ ต้องอดทนกับข้อจำกัดมากมาย นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีรายได้ หรือรายได้ลดลง ทำให้ขาดสภาพคล่อง ขาดอิสระในการใช้ชีวิต ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมีภาระเลี้ยงดูคนในบ้าน ภาครัฐควรส่งเสริมเพิ่มช่องทางทำมาหากินรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน สร้างการรับรู้หยุดอยู่บ้านก็สามารถทำงานได้ตามปกติ ควบคู่ไปพร้อมกับการใช้อุปกรณ์ป้องกัน สวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมือ เสื้อผ้า-กางเกงขายาวปกปิดร่างกาย หมั่นล้างมือ ทำความสะอาดร่างกาย กินอยู่ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36