อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

'ผอ.คลองเตย'สั่งห้ามเกิดซ้ำ รอผลสอบชี้ชะตา'3เทศกิจ'

"ผอ.เขตคลองเตย"ผวา! สั่งห้ามเกิดซ้ำเด็ดขาด รอผลสอบวินัยอย่างเป็นทางการออก ถึงจะชี้ชะตา "3เทศกิจ" รับเงิน "พ่อค้าขายผลไม้" หน้าบีทีเอสอโศก พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 17.12 น.

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ส่งต่อกันในโลกออนไลน์ โดยวิพากษ์วิจารณ์ "เจ้าหน้าที่เทศกิจ" กำลังเข้าดำเนินการจับกุม "พ่อค้ารถเข็นขายผลไม้" ที่บนทางเท้าสถานีรถไฟฟ้าอโศก แต่ดันมีจังหวะที่พ่อค้าขายผลไม้คล้ายควักเงินในกระเป๋าแล้วเอาไปใส่ไว้ในถุง ก่อนจะยื่นให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เสมือนเป็นการเรียกรับเงินแลกกับการไม่ต้องถูกจับปรับหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นทางกรุงเทพมหานครได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ทั้ง 3 นายออกจากราชการไว้ก่อน

ด้าน นายสุชัย อมรดารารัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กทม. กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกำชับให้หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หัวหน้าชุดเข้มงวดตรวจสอบและติดตามกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจด้วยตนเอง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คาดว่าผลสอบวินัยจะออกในเร็ว ๆ นี้ โดยเบื้องต้นได้เรียกเทศกิจทั้ง 3 นายมาสอบสวนนอกรอบ พบมีมูลความผิด ซึ่งพอเมื่อทราบผลการสอบสวนที่แน่ชัดถึงจะสรุปได้ว่าจะให้เทศกิจทั้ง 3 นายออกจากราชการเลยหรือไม่ โดยเส้นถนนสุขุมวิททั้งเส้นไม่ใช่จุดผ่อนผัน เป็นถนนที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและตนได้ลงพื้นที่และตักเตือนไปหลายครั้ง แต่ยังมีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยมาทำการค้าอยู่ พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงชัดเจนได้ว่าที่ยังมีผู้ค้าอยู่นั้นอาจเพราะมีเจ้าหน้าที่บางคนรับเงินจากผู้ค้าทำให้ยังขายได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการกวดขันจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจอย่างต่อเนื่องในการกวดขันจุดผ่อนผันที่ยกเลิกแล้วรวมทั้งจุดที่ไม่ใช่จุดผ่อนผันห้ามไม่ให้มีผู้ค้าทำการค้าโดยเด็ดขาด หากตนลงตรวจพื้นที่แล้วพบในครั้งแรกจะให้ใบเหลืองก่อน หากมีครั้งที่ 2 จะพิจารณาโยกย้ายทั้งชุด สำหรับจุดผ่อนผันที่ยังเหลือ 175 จุด ต้องจัดระเบียบให้ดีจุดไหนที่จัดไม่ดีหรือไม่เรียบร้อยก็จะพิจารณายกเลิก ส่วนจุดไหนที่จำเป็นก็ยังให้มีอยู่ อย่างที่ทราบกันว่า กทม. เป็นมหานครแห่ง Street Food จะไม่ให้มีการค้าขายเลยคงเป็นไปไม่ได้ จึงมอบหมายสำนักเทศกิจพิจารณาว่าผู้ค้าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ทางเท้ากว้างเท่าไหร่ เป็นจุดที่มีอัตลักษณ์หรือไม่ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจุดผ่อนผันทั้ง 175 จุด ว่าจุดใดมีความจำเป็น เหมาะสม และเป็นระเบียบเรียบร้อยจะให้คงอยู่ หากจุดใดที่สำรวจแล้วไม่สามารถดำเนินการตามที่ กทม. กำหนดได้ก็ต้องยกเลิกไป 

ส่วนการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า กทม. ดำเนินการเข้มงวดอย่างเต็มที่ แต่ที่ยังมีผู้ฝ่าฝืน เรียกได้ว่าเป็นความเคยชินและมักง่ายของผู้ขับขี่ ตรงจุดไหนที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะฝ่าฝืน ซึ่งตนได้ย้ำเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจพื้นที่ตามจุดต่างๆ นอกจากการประจำจุดตั้งโต๊ะจับปรับเพียงอย่างเดียว ซึ่งตั้งแต่มีการขึ้นค่าปรับจาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน มียอดค่าปรับรวมเกือบ 6 ล้านบาท ถือว่า กทม. ทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนคงต้องแก้ที่จิตสำนึกของคน.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62