อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563

ระวัง'ฝุ่นพิษ'มาพร้อมลมหนาว หวัง'หอฟอกอากาศ'กู้วิกฤติ

อย่าเพิ่งวางใจ! ระวัง "ฝุ่นพิษ" รีเทิร์นมาพร้อม "ลมหนาว" คนกรุงฝากความหวัง "หอฟอกอากาศ" ช่วยกู้วิกฤติ "คุณภาพอากาศค่อนข้างแย่" พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30 น.

ประเทศไทยอ้าแขนต้อนรับ “ฤดูหนาว” โดย “กรมอุตุนิยมวิทยา” ออกประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ซึ่งอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศไทยอยู่ที่บริเวณตอนบนแล้วจะลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับลมที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยในระดับล่างที่ความสูงประมาณ 100 เมตรถึงประมาณ 3,500 เมตร ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมระดับบนที่ความสูงประมาณ 5,000 เมตรขึ้นไป ได้เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันตก รวมทั้งปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนาแน่นต่อไป



เมื่อถึง “ฤดูหนาว” หลายฝ่ายเป็นกังวลห่วงเรื่องปัญหา "สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5" นอกจากสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากควันไอเสียรถยนต์ในพื้นที่การจราจรหนาแน่นแล้ว การเผาทางการเกษตร การเผาไม้ทำลายป่า กระบวนการอุตสาหกรรม และฝุ่นจากการก่อสร้างแล้วนั้น ในส่วนของสภาพอากาศยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว เพราะสภาพอากาศในฤดูหนาวมีอากาศค่อนข้างปิด หมอกหนาแน่นลมสงบ และอากาศมีความชื้นสูง อาจส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกลับมาอีกรอบ



โดยต้นปี 62 เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบ “คุณภาพอากาศค่อนข้างแย่” เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 61 ต่อเนื่องกินระยะยาวมาถึงต้นปี 62 ส่วนใหญ่เกินเกณฑ์ค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 นี้ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีกลิ่น ขนาดเล็กจิ๋วมาก เมื่อเราสูดเข้าสู่ร่างกายแล้ว ฝุ่นขนาดเล็กนี้สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทำให้ เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทำให้การทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด



สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยงเมื่อฝุ่น PM 2.5 กลับมาในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ 1.ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว เพื่อลดการสะสมควันพิษในอากาศ 2.หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ เช่น เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำเกษตรกรรม เผาขยะ 3.ไม่ทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ควรออกกำลังกายในที่ร่ม สถานที่ที่มีฝุ่นน้อย 4.รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และ5.ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมจ่าง ๆ ในที่โล่งแจ้ง
การแก้ปัญหาและหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ดีที่สุดคงไม่ใช่ที่การแก้ปลายเหตุ แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุ เพื่อการป้องกันการกลับมาของค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้นความร่วมมือของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการรณรงค์ กระตุ้นย้ำเตือนและส่งเสริมการลดมลพิษทางอากาศด้วยวิธีต่าง ๆ อาทิ การใช้รถขนส่งร่วมกัน เพื่อลดปริมาณการใช้รถบนท้องถนน โดยเฉพาะในพื้นที่การจราจรหนาติดขัด ช่วยลดปัญหาการปล่อยควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ในปริมาณมาก ๆ และหยุดพฤติกรรมชอบเผาทำลายป่า หันมาช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในฤดูหนาว แต่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศในระยะยาวได้ดีที่สุดด้วย



สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขของกรุงเทพมหานครในช่วงปลายฝนต้นหนาวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5อาจกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีกครั้ง จึงร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรและกรมการขนส่งทางบก กวดขันตรวจจับรถยนต์และรถโดยสารสาธารณะที่ปล่อยควันดำ รวมทั้งควบคุม ตรวจสอบ พื้นที่ก่อสร้าง อาคารและรถไฟฟ้า ให้หามาตรการป้องกันฝุ่นละอองโดยเคร่งครัดและประสาน ขสมก. ตรวจสภาพ-ตรวจสอบไอเสียรถประจำทาง รถสองแถวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพื่อช่วยดักจับฝุ่นละออง

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับ 50 สำนักงานเขต ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการทดลองติดตั้งหอฟอกอากาศ ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน จำนวน 1 เครื่อง



รายละเอียด “หอฟอกอากาศ” มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทำจากสเตนเลส ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ซม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ใช้แผ่นกรองชนิด HEPA Filter และกำลังไฟฟ้า 3.5 กิโลวัตต์ โดยจะตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง หากผลการทดลองสามารถลดปริมาณฝุ่นได้ดี จะพิจารณาติดตั้งในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ แยกราชประสงค์ ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ



นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีแผนจัดซื้อ “รถพ่นละอองน้ำ” จำนวน 6 คัน ซึ่งมีประสิทธิภาพดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ฉีดพ่นได้ไกลกว่า 10 เมตร เพื่อส่งกระจายไปยังพื้นที่ 6 กลุ่มเขต ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดรายละเอียดของรถ และจะใช้งบประมาณปี 63 ในการจัดซื้อต่อไป.






 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60