อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2562

กทม.ขู่ฟัน'เทศกิจ'รับสินบน สุ่มตรวจพท.มี'คนร้องเรียน'

ภารกิจทวงคืนทางเท้าจาก "หาบเร่แผงลอย" กทม.ขู่ฟันไม่เลี้ยง "เทศกิจ" รับสินบน ใช้วิธี "สุ่มตรวจ" ตามพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับการร้องเรียนหรือมีชาวบ้านส่งเรื่องร้องทุกข์เข้ามา พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น.

ปัญหา “ทางเท้า” ในกรุงเทพมหานคร เรียกได้ว่าเรื้อรังและแก้ไม่ตกมาหลายยุคหลายสมัย แม้ว่าล่าสุดกรุงเทพมหานครได้สั่งยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว 508 จุด ขณะนี้เหลืออีก 175 จุดในพื้นที่ 19 เขตที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิก แต่ยังไม่สามารถจะเรียก “ทวงคืนทางเท้า” จากกลุ่ม “ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย” ได้

จากการพยายามที่จะยกเลิกการขายของบนทางเท้าจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทำให้ “นายสกลธี ภัทธิยกุล” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องออกมาชี้แจงผ่านโลกออนไลน์ถึงเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างการเป็นเมืองแห่ง “สตรีท ฟู๊ด” กับการไม่เบียดเบียนสิทธิของ “ผู้ใช้ทางเท้า”

โดย “นายสกลธี” กล่าวว่า การออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าว เพื่อต้องการจะอธิบายรายละเอียดกับหลายๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือประชาชนที่ต่อว่ากรุงเทพมหานคร ทำให้มนต์เสน่ห์ของเมืองหลวงหมดไป ตัดโอกาสทำมาหากินของผู้มีรายได้น้อย หรือคนหาเช้ากินค่ำ โดยการที่ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่เพราะว่าอยากให้ไม่มีหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานคร เพราะก็ต้องยอมรับว่าเสน่ห์กรุงเทพมหานครอย่างหนึ่งคือหาบเร่แผงลอย แต่จะมองด้านที่มีประโยชน์อย่างเดียวไม่ได้ต้องมองถึงคนใช้ทางเท้าในการสัญจรไปมาด้วย เขาโดนลิดรอนสิทธิไปเหมือนกัน



“เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ต้องมีหาบเร่แผงลอยอยู่ด้วย แต่ไม่ใช่ว่าทุกจุดจะต้องมีไปหมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละจุด ตรงไหนไม่เรียบร้อย ผู้ค้าไม่อยู่ในกฎระเบียบสร้างความสกปรกเลอะเทอะ ทำให้เกิดปัญหาจราจร กระทบต่อสิทธิผู้ใช้ทางเท้า ความกว้างของทางเท้าลดลงก็ต้องยกเลิก อย่างจุดไหนที่มันดีเราก็ให้มีไว้อยู่ อาทิ เยาวราชเป็นสตรีทฟู๊ดที่โด่งดังไปทั่วโลก เราก็ให้อยู่ รวมทั้งจุดอื่นๆ ในอนาคตเราอาจพิจารณาให้กลับมา ต้องพิจารณาเป็นจุดๆไป”

“นายสกลธี” ยืนยืนว่า เรื่องการยกเลิกผ่อนผันผู้ค้าแต่ละจุดนั้น ได้มีการมองหาพื้นที่มารองรับให้กับผู้ค้า แต่ไม่เป็นที่พอใจของผู้ค้าเท่าไหร่ เนื่องจากผู้ค้าบอกว่าขายของไม่ดีเท่ากับบนทางเท้า เพราะจุดที่จัดหาให้ไม่อยู่ริมถนนเหมือนแต่ก่อน แต่จะให้ขายแบบเดิมคงอนุญาตไม่ได้ เพราะชาวบ้านก็ต้องใช้ทางเท้าเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาจึงเกิดการร้องเรียนเข้ามาเยอะ สอดคล้องกับคำสั่งศาลปกครองกลางที่ผู้ค้าได้รวมตัวกันฟ้องกรุงเทพมหานครว่าไปยกเลิกจุดผ่อนผันที่ทำกินของเขา ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยว่าความเดือดร้อนของผู้ค้ามีจริงอยู่ แต่ไม่ได้เทียบเท่าประโยชน์ของทางสาธารณะที่ชาวบ้านจะใช้ทางเท้า เรื่องนี้ศาลได้วางบรรทัดฐานไว้แล้ว

“เข้าใจว่าเขาขายกันมานาน การที่จะให้เลิกขายและให้ทุกคนพอใจเหมือนกันหมด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้เห็นผลในวันเดียว เรื่องนี้ต้องใช้เวลา มองว่าทุกคนต้องปรับตัว โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี บางคนไปเช่าห้องแถว เช่าตลาดนัด ต้องมีต้นทุน เพราะฉะนั้นบางครั้งในการทำอะไร ต้องเสียสละบ้าง ไม่ใช่ยึดเอาแต่ของฟรี หรือเอาผลประโยชน์ที่เราสะดวกอย่างเดียวไม่ได้”



“นายสกลธี” ทิ้งท้ายว่า หลายฝ่ายมองว่า “การรับสินบน” ของเจ้าหน้าที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้การทวงคืนทางเท้าแต่ละครั้งไม่สำเร็จ เรื่องนี้ได้มีการสั่งกำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 50 เขตเรียบร้อยแล้ว หากมีผู้ค้าร้องเรียนเรื่องการรับสินบนหรือไปเรียกเก็บเงิน เจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกลงโทษและตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยจะใช้วิธี “สุ่มตรวจ” ตามพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับการร้องเรียน หรือมีชาวบ้านส่งเรื่องร้องทุกข์เข้ามา จะมีการลงพื้นที่ไปตรวจแบบไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้เห็นภาพพื้นที่แท้จริง เมื่อพบจุดไม่สมควรจะคาดโทษเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ส่วนบทลงโทษของผู้ค้านั้น คิดว่าเพียงพอแล้วโทษสูงสุดปรับ 2,000 บาท เท่านี้สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ เยอะพอสมควรอยู่แล้ว

หากใครจินตนาการไม่ออกว่า “ทางเท้าในฝัน” เป็นอย่างไร แท้ที่จริงควรมีพื้นที่กว้างขวาง สมบูรณ์พร้อมใช้งาน ไม่แตกหัก เหยียบแล้วไม่มีน้ำพุ่ง เป็นที่โล่ง ไร้ผู้ค้าหรือรถจักรยานยนต์วิ่งผ่าน มีความสะดวก ปลอดภัย บวกกับสวยงาม ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยหลายๆภาคส่วนในการช่วยผลักดัน ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในบ้านเมือง และทวงคืนทางเท้าให้กลับมาเป็นทางสำหรับคนเดินอย่างแท้จริงสมตามชื่อ

“ชุมชนไหน” มีเรื่องเดือดร้อน “ทุกข์ท่าน...คืองานของเรา” ส่งต่อข้อมูลมาได้ที่เฟซบุ๊ก Chumchonmuang dailynews และอีเมล chumchonmuang_dn@hotmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 92