อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

แจ้งเยอะแต่จับได้น้อยเป็นไปได้ไงหลายเขตจับขี่บนทางเท้าไม่ได้เลย!!

แจ้งเยอะแต่จับได้น้อย รองผู้ว่าฯไม่ปลื้ม6-7เขตไร้ผลปฎิบัติ สั่งทุกพื้นที่กวดขันเข้มขี่รถบนทางเท้า ศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 เวลา 16.02 น.

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจการจับปรับผู้กระทำผิดขับขี่จอดรถบนทางเท้า ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่เขตจตุจักรเขตห้วยขวาง เขตวังทองหลางเขตลาดพร้าว เขตบางเขนเขตบึงกุ่ม และเขตบางกะปิพร้อมคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่เขตและเทศกิจว่า หลังจากที่ได้มอบนโยบายให้สำนักเทศกิจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจการจับปรับผู้กระทำผิดขับขี่หรือจอดรถยนต์/รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่1 สิงหาคม ที่ผ่านมาโดยกรุงเทพมหานครได้เพิ่มโทษจับปรับจากจำนวนเงิน1,000 บาทเป็นจำนวนเงิน 2,000บาท

ซึ่งสำนักเทศกิจได้ทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานพบว่า ในพื้นที่ 50สำนักงานเขต มีการจับปรับผู้กระทำผิดได้กว่า 500ราย ซึ่งยังคงเป็นจำนวนที่น้อยหากมีการเฉลี่ยตัวเลขการจับปรับผู้กระทำความผิดในแต่ละวันซึ่งจะได้เพียงเขตละ 1คัน เท่านั้นและบางสำนักงานเขตพบว่าไม่มีการจับปรับเลยโดยขัดต่อความเป็นจริงที่ในแต่ละวันมีประชาชนได้แจ้งข้อมูลมายังกรุงเทพมหานครว่ายังเห็นผู้ขับขี่หรือจอดรถจักรยานยนต์/รถยนต์บนทางเท้าอยู่เป็นจำนวนมากจนระบบรับแจ้งล่มซึ่งได้สั่งการให้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

นอกจากนี้ได้กำชับไปยังสำนักเทศกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดมากขึ้นกว่านี้เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจมีประมาณ 6-7เขต ที่ยังไม่มียอดจับเข้ามาและให้เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจสลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆเพื่อป้องกันการเป็นจุดสังเกตของผู้กระทำความผิดว่าตรงไหนมีการตั้งจุดตรวจบ้าง

อย่างไรก็ตามจากสถิติการจับปรับผู้กระทำความผิดเมื่อเทียบกับปีที่แล้วพบว่าในแต่ละเดือนมียอดการจับปรับผู้กระทำความผิดลดลงอย่างต่อเนื่องแม้ว่ายังคงพบเห็นการกระทำความผิดอยู่ก็ตามซึ่งตนเองพร้อมด้วยคณะผู้บริหารจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานในจุดจับปรับสัปดาห์ละ1-2 จุด ทั่วทั้ง 50สำนักงานเขตให้กวดขันจับปรับผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเข้มข้นมากยิ่งขึ้นพร้อมมอบหมายให้สำนักเทศกิจพิจารณาปรับเปลี่ยนชื่อLINE ID@ebn6703w ที่ใช้ในการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ. 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 64