อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

กทม.ขอดูแลเบ็ดเสร็จเร่ร่อน-ขอทาน-ผู้ค้าประเวณี

เร่งแก้ปัญหากลุ่มคนไร้ที่พึ่งในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ กทม.ขอดูแลเบ็ดเสร็จ"เร่ร่อนขอทานผู้ค้าประเวณี อังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.18 น.

นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เปิดเผยหลังลงพื้นที่ว่า คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งกลุ่มของขอทาน คนไร้ที่พึ่งหรือคนจรจัดและผู้ค้าประเวณี ซึ่งจำเป็นต้องมีจัดระเบียบเมืองพร้อมๆกับการอนุรักษ์แหล่งวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว ปัญหาบางอย่างที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศจึงจำเป็นต้องแก้ไข  เช่น คนขอทาน ก็มีกฎหมายออกมาควบคุมคนไร้ที่พึ่ง การค้าประเวณีก็มีกฎหมายออกมาบังคับ แต่บริเวณนี้ก็ยังแก้ปัญหา ทั้งหมด นี้ยังไม่ได้ เนื่องจากพบว่าอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการนั้นยังไม่เบ็ดเสร็จ   ซึ่ง กทม.เป็นท้องถิ่นมีหน้าที่นับผิดชอบโดยตรง ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทั้งกระบวนการ เพราะอำนาจและหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาหลายส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น จึงจำเป็นต้องทบทวนบทบาทของ กทม.ใหม่ ให้อำนาจหน้าที่สอดคล้องกับปัญหา ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการฯ  ศึกษาเกือบจบแล้ว  โดยใจความหลักของกฎหมายคือ หน่วยงานอื่นต้องมอบอำนาจทั้งกระบวนการให้ กทม.ทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหา ได้ถูกต้อง  ตั้งแต่การออกกฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย จนกระทั่งถึงการฟื้นฟูคนทั้ง3กลุ่ม เพราะปัจจุบันเรามีสถานฟื้นฟูมากมายที่มีประสิทธิภาพ บุคคลเหล่านี้สมควรได้การเยียวยาและรักษาให้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้  ทั้งนี้หลังจากศึกษาแล้วจะนำข้อมูล ที่ได้ทั้งหมดเสนอผู้บริหาร กทม.เพื่อยกร่างกฎหมาย และเสนอออกเป็นข้อบัญญัติ คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน

ด้านน.ส.รุจิรา อารินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร  กล่าวว่า  ในส่วนของการจัดระเบียบกลุ่มคนดังกล่าวนั้น ขณะนี้ เขตอยู่ระหว่างหารือ กับมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเตรียมปรับพื้นที่ โดยรอบ เช่น ตรอกบุรณศิริ   ตรอกไผ่  ตรอกสาเก ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากถนนราชดำเนิน  ที่คนทั้ง 3 กลุ่ม นั้นใช้เป็นพื้นที่อาศัย และประกอบอาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยจะจัดทำให้จุดดังกล่าวมีกิจกรรมหลากหลาย ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว และนำเสนอผลงานศิลปะ เป็นต้น  ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการขับไล่กลุ่มคนดังกล่าว แต่จะทำให้พื้นที่ไม่เป็นจุดเปลี่ยว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่และจะเป็นการคัดกรอง คน 3 กลุ่มนี้ เพื่อให้เข้ารับการเยียวยาจากภาครัฐได้มากขึ้น .

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37