อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

ความเห็นถูกเป็นเหตุปัจจัย พัฒนาคนเป็นพลเมืองดี

ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดในโลกต่างล้วนมุ่งหวังให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี ยิ่งมีพลเมืองดีมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีกับประเทศชาติมากขึ้น พฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น.


พลเมืองดี​ หมายถึง​ ประชาชนผู้ทำหน้าที่ของตนตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อาทิ เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ, รับราชการทหารตามที่กฎหมายบัญญัติปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม, เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ, ร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม, พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ซึ่งเป็นผลดีให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้าและสังคมมีความสงบสุข
         
ทุกประเทศทั่วโลกต่างล้วนมุ่งหวังให้ประชาชนเป็นพลเมืองดี ยิ่งมีพลเมืองดีมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีกับประเทศชาติมากขึ้น การทำหน้าที่ของพลเมืองดีตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่มีบทบาทแตกต่างกันไป​ จะเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม



ผู้ที่จะได้รับการเรียกว่าเป็นพลเมืองดีนั้นจะต้องเป็นผู้มีหลักคิดที่ถูกต้องและไม่บกพร่องในจิตสำนึก ปัจจัยพื้นฐานของการเป็นพลเมืองดีขึ้นอยู่กับ การได้รับการเลี้ยงดู​ การอบรมบ่มนิสัยตั้งแต่วัยเด็กอย่างเหมาะสมจากครอบครัวให้รู้จักการพึ่งตนเอง​ รู้หน้าที่​ มีวินัยและมีความรับผิดชอบ​ รวมถึงได้รับการศึกษาเรียนรู้ทางวิชาการ วิชาชีพ ตลอดจน ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างมีคุณค่า ซึ่งเมื่อเติบใหญ่สามารถประกอบสัมมาอาชีวะ​ อาทิ​ นักการเมือง​ ข้าราชการ​ ผู้ประกอบการ​ ผู้ประกอบวิชาชีพ​อิสระ พนักงาน​ ลูกจ้าง​ ​ เกษตรกร​ ฯลฯ​ จึงจะเป็นพลเมืองดีที่พึงประสงค์ของบ้านเมือง



อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นพลเมืองดีก็ เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่งที่ยังมีกิเลสต้องขัดเกลาอีกมาก​ หากชาวพุทธมีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยการฟังธรรมตามกาลซึ่งจะเป็นเหตุนำไปสู่การมีความเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) มีปัญญา​ โดยปัญญา​จะละคลายความไม่รู้​ (อวิชชา)​ ตามลำดับขั้นโดยรู้ว่าไม่มีตัวตน ไม่มีเรา​ ไม่ใช่ของเรา​ ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่มีจริง​ ​(สัจธรรม)​ ซึ่งมีสองประเภท คือ ประเภทแรก​ นามธรรม หรือนามธาตุ หรือนามขันธ์​​ เป็นสภาพรู้ประกอบด้วยจิตและเจตสิกมีการเกิดและดับ​ ประเภทที่สอง รูปธรรม หรือรูปธาตุ หรือรูปขันธ์ เป็นสภาพที่ไม่รู้แต่ถูกรู้​ มีการเกิดและดับ​ ​เป็นสิ่งที่ปรากฏทางตา​ ทางหู​ ทางจมูก​ ทางลิ้น​ ทางกาย​ นามธรรม หรือรูปธรรมที่กล่าวถึงนี้มี สามัญลักษณะ 3 ประการ (ไตรลักษณ์) คือ ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) ไม่ใช่ตัวตน (บังคับบัญชาไม่ได้)

เมื่อมีความเห็นถูกปัญญาที่รู้ความจริงจะมีกำลังมากขึ้น​ สภาพธรรมฝ่ายดี (กุศลธรรม)​ จะมีมากกว่า​สภาพธรรมฝ่ายไม่ดี​ (อกุศลธรรม) เพราะมีการขัดเกลากิเลส ละอายชั่วกลัวบาป จึงจะเป็นพลเมืองดีที่แท้จริง เนื่องจากกำลังของปัญญาที่มีความมั่นคง ความเห็นถูกนั้นเป็นปัญญาที่เกิดจากการฟังธรรม (สุตามยปัญญา) ปัญญาที่เกิดจากการพิจารณาไตร่ตรอง (จินตามยปัญญา) และปัญญาที่เกิดจากการอบรมเจริญธรรมที่เข้าถึงแก่นธรรม (ภาวนามยปัญญา)

โอกาสที่ดีที่สุดของชีวิตคือการฟังธรรมตามกาลนอกจากจะเป็นเหตุแห่งความสุขและความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต (มงคล) แล้ว ยังเป็นที่ตั้งแห่งการกระทำความดี (บุญกิริยาวัตถุ) ซึ่งเป็นบุญที่สำเร็จจากการฟังพระสัทธรรม (ธัมมัสสวนมัย) อีกด้วย ชาวพุทธทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทกับการดำเนินชีวิตโดยละเลยการฟังธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปรกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคลในชาตินี้และมีการสะสมปัญญาสืบต่อไปในชาติหน้า



เพื่อเป็นประโยชน์และเกื้อกูลต่อชาวพุทธในการฟังธรรมตามกาลที่ตรงตามพระพุทธพจน์ในพระไตรปิฎก อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้จัดให้มีกิจกรรมการฟังธรรม ที่มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ถนนเจริญนคร ซอย 78 กรุงเทพฯ โดยแบ่งประเภทการสนทนาออกเป็นดังนี้
วันเสาร์         09.00 - 12.00 น. สนทนาพระสูตร
                   13.00 - 16.00 น. สนทนาปรมัตถธรรม  
                   16.00 - 17.00  น. การประชุมวิชาการเพื่อศึกษาและค้นคว้าพระธรรมจากพระไตรปิฎกให้  
                                               ละเอียดให้ละเอียดรอบคอบลึกซึ้งถูกต้องยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์     09.00 - 10.15 น. สนทนาพระวินัย
                    10.30 - 12.00 น. สนทนาพื้นฐานพระอภิธรรม
                    13.00 - 14.00 น. สนทนาพื้นฐานปัจจัยสภาพธรรม
                    14.00 - 16.00 น. สนทนาเรื่องปฏิบัติธรรม

วันจันทร์        07.00 - 09.00 น. สนทนาธรรมกับกลุ่มอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

วันพุธ           09.00 - 10.30 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ – จีน
                   14.00 - 15.30 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ – เวียดนาม

วันเสาร์    10.00 - 12.00 น. สนทนาธรรม ไทย – ฮินดี
               14.00 - 16.00 น. สนทนาธรรมภาษาอังกฤษ



มูลนิธิฯ จะจัดกิจกรรมการฟังธรรมและการสนทนาธรรมครั้งใหม่ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง แต่ชาวพุทธก็สามารถติดตามศึกษาพระธรรมจากสื่อต่างๆ ดังนี้

การเผยแผ่ธรรมะออกอากาศทางสถานีวิทยุ “แนวทางเจริญวิปัสสนา” โดย อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และ ต่างจังหวัดรวมทั้งสิ้น 46 สถานี    
การออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ รายการ “บ้านธัมมะ”      

ทุกวันพุธ        16.00  -  17.00 น.     ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2

ทุกวันเสาร์       04.05  -  04.55  น.   ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 
                      07.00  -  08.00  น.   ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2

ทุกวันอาทิตย์  02.00  -  03.00 น.     ทางสถานีโทรทัศน์ ทรูวิชั่นส์ ช่อง TNN2 
                      08.00  -  09.00  น.   ทางสถานีโทรทัศน์ รัฐสภา ออกอากาศทางเคเบิลทีวี
 
 
.......................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น