อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

6 ขั้นตอนรักษาโรคผิวหนังผู้สูงวัย

ขณะนี้ ประชากรไทยที่อายุมากกว่า 60 ปี มีจำนวน 20% ของประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน อายุเฉลี่ยของผู้หญิงจะอยู่ที่ 80 ปี ผู้ชาย 73 ปี ดังนั้นความรู้เรื่องการดูแลผิวหนังของผู้สูงวัย จึงมีความสำคัญและจำเป็นมากขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไปทั้งที่ยังไม่เป็นผู้สูงวัย เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 16.26 น.

 
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีการทำงานที่เสื่อมถอยลง รวมถึงความยืดหยุ่นของผิวหนังด้วย ที่มีตัวเร่งรัดเป็นสิ่งแวดล้อม มลภาวะ สายลม แสงแดด เพราะฉะนั้นการดูแลผิวพรรณจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดย “ศ.คลินิค พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน” ประธานฝ่ายแพทย์และจริยธรรม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย อธิบายเรื่องนี้ว่า ผิวหนังของคนเราแบ่งออกเป็น 3 ชั้น
 
“ชั้นหนังกำพร้า” เป็นชั้นนอกสุด ลักษณะบางลง หากเกิดแผลการซ่อมแซมจะช้าลง ผิวหนังแห้งมากขึ้น เนื่องจากต่อมไขมันผลิตลดลง ผิวผู้สูงวัยจึงขาดไขมันเคลือบผิวทำให้การสูญเสียน้ำจากผิวเพิ่มขึ้น
 
“ชั้นหนังแท้” มีคอลลาเจน และ อีลาสติก เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นและช่วยในการยึดเกาะของเส้นเลือด หากสารเหล่านี้ลดลงก็จะทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย เกิดจ้ำเลือดง่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ เช่น บริเวณแขนด้านนอกหรือหลังมือ ทำให้ “ชั้นไขมัน” ลดความหนาลงด้วย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า โหนกแก้ม ซึ่งจะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปจากใบหน้ากลมในวัยเด็ก


 
"คนไทยอยู่ในพื้นที่อากาศที่ไม่หนาวจัด ความชื้นสูง ดังนั้นปัญหาผิวแห้งจะรุนแรงน้อยกว่าในพื้นที่อากาศหนาวเย็นและมีความชื้นต่ำ แต่คนไทยอาศัยในพื้นที่ ที่มีแสงแดดจัด ซึ่งมี 3 ประเภท คือ 1. แสงที่ให้ความสว่าง 2.แสงอินฟราเรดที่ให้ความอบอุ่น 3.แสงอัลตราไวโอเลต ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและมีปริมาณเพียง 5% ของแสงแดด แต่มีพลังงานสูงและมีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวชราเพิ่มขึ้น”
 
ทั้งนี้ การดูแลผิวหนังของผู้สูงวัย ประกอบด้วย “การป้องกัน” โดยเลี่ยงแสงแดดจัดช่วง 10.00น. – 15.00 น. อยู่ในที่ร่ม กางร่ม สวมเสื้อผ้าปกคลุม สวมหมวกปีกกว้างและหนา สวมแว่นกันแดด และใช้ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งได้ดีกับแสงอัลตราไวโอเลต แต่จะเสื่อมสภาพไปหากถูกน้ำหรือการเช็ดถู ดังนั้นแนะนำให้ทาขนาด2 มก./ผิวหนัง 1 ตร.ซม.อย่างไรก็ตาม ผู้สูงวัยที่ป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอควรต้องรับประทานวิตามินดีเสริมเพิ่มเนื่องจากแสงอัลตราไวโอเลตบี (UVB) จากแสงแดดเป็นปัจจัยกระตุ้นการผลิตวิตามินดีที่ผิวหนัง
                 
ส่วน “การรักษา” คือ ลดการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก 6 ประการและการลดความแห้งของผิวหนัง โดย 1.ลดการใช้น้ำร้อนและอุ่นจัดในการอาบน้ำ 2.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดควรเลือกที่มีความเป็นด่างน้อย ค่า pHประมาณ 5-6  มีความชุ่มชื้นหลังจากล้างออก เป็นสบู่สังเคราะห์ก้อนหรือเหลวก็ไม่แตกต่างกัน แต่ไม่มีความจำเป็นต้องมีสารประกอบเป็นพิเศษหรือมีราคาสูง หากไม่สามารถหาได้สามารถใช้สบู่ทั่วไปแต่ฟอกบริเวณ มือ เท้า รักแร้ ใต้ร่มผ้า เท่านั้น แต่งดบริเวณ แขน ขา ลำตัว ซี่งการใช้เพียงน้ำเปล่าล้างก็สะอาดเพียงพอแล้ว
 


3.ทาสารให้ความชุ่มชื้น เช่น โลชั่น ครีม น้ำมัน หรือขี้ผึ้งทันทีหลังอาบน้ำไม่นานกว่า 5 นาที เลือกให้เหมาะสมกับฤดูกาล เช่น ฤดูร้อนควรใช้โลชั่น ฤดูหนาวควรใช้ครีมหรือน้ำมัน ความถี่อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน โดยในช่วงที่มีอากาศหนาวและแห้งควรทาครีมทุก 4 ชม. และควรใช้ผ้าชุบน้ำประคบผิวก่อนทาครีมทุกครั้งหากไม่ได้ทาทันทีหลังอาบน้ำ
 
4.เลือกสวมเสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศ  และ 5.หากมีอาการคันร่วมด้วย มักจะพบบริเวณหน้าแข้งหรือลำตัวบริเวณสะโพก ควรทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นทุก 4 ชม. หากไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นขี้ผึ้งหรือน้ำมัน และ 6. หากผื่นคันไม่ดีขึ้นหลังเปลี่ยนวิธีอาบน้ำและทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาการคันที่ผิวหนัง นอกจากปัญหาความแห้งของผิวหนังแล้ว อาจเกิดจากยาที่รับประทานหรือโรคภายในร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ ได้.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น