อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564

บุหรี่VSวัคซีนโควิด ทำภูมิคุ้มกันตกกว่าที่คิด!

เปิดข้อมูล "สูบบุหรี่" นอกจากทำลายปอดแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งตัวการ ทำภูมิคุ้มกันต่ำลงหลังฉีดวัคซีนโควิดได้มากกว่าที่คิด! เสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00 น.

ในช่วงที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของ "โควิด-19" จนถึงวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อขณะนี้ มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 78,855 ราย ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 49,172 ราย เสียชีวิต 363 คน ท่ามกลางความตื่นตัวของประชาชนที่ต่างต้องป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ในช่วงที่ความหวังคือการฉีดวัคซีน ที่เริ่มมีการทยอยฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงรวมไปถึงผู้สูงอายุแล้ว 

และเป็นที่ทราบกันดีว่า "โควิด-19" นั้นมีผลเกี่ยวกับ "ปอด" จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า "การสูบบุหรี่" นั้นมีผลกระทบมากน้อยเพียงไร? รวมไปถึงจะมีผลต่อภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนหรือไม่? วันนี้ Healthy Clean มีคำตอบมาฝากกัน



โดย ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงงานวิจัยชิ้นใหม่โดยทีมวิจัยจากอิตาลี ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัยของรัฐบาลอิตาลี พบว่า "การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนได้ผลน้อยลง" โดยงานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยตรวจระดับภูมิคุ้มกันร่างกายต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 (Anti SARS-Cov2 antibodies) ภายหลังจากได้รับวัคซีนประเภท COVID-19 mRNA ของ Pfizer/BioNTech ครบ 2 เข็ม ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 86 คน 

ผลการศึกษาพบว่า คนที่สูบบุหรี่จะมีระดับภูมิคุ้มกันเฉลี่ยอยู่ที่ 1,099 U/ml ในขณะที่คนที่ไม่สูบบุหรี่จะอยู่ที่ระดับ 1,921 U/ml หรืออาจจะกล่าวได้ว่า "คนที่สูบบุหรี่หลังจากได้รับวัคซีนแล้วระดับภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จะขึ้นต่ำคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 40%" นอกจากนี้งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ว่า คนอ้วนหรือคนที่มีความดันโลหิตสูงก็มีแนวโน้มที่ระดับภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนจะได้ผลน้อยกว่า



ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ทางพญ.มิกิโกะ วาตานาเบะ หัวหน้าทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การที่คนสูบบุหรี่มีระดับภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้น คล้ายกับกรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่พบผลคล้ายกันคือ ภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ของคนสูบบุหรี่จะลดลงอย่างรวดเร็วกว่าคนไม่สูบบุหรี่ซึ่ง "น่าจะเป็นผลจากการสูบบุหรี่ที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานไม่ปกติ เป็นผลทำให้เกิดการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ง่ายกว่าคนไม่สูบ" อย่างไรก็ตาม กลไกที่ทำให้คนสูบบุหรี่ตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 น้อยกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้นจำเป็นต้องมีการศึกษารายละเอียดต่อไป



นอกจากนี้ รายงานกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา สรุปชัดเจนว่าสารเคมีจากควันบุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายและปอดลดลง เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อของปอด และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันอีกหลายๆ โรค และ หากเลิกสูบบุหรี่ ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเริ่มทำงานดีขึ้นโดยปอดจะกลับมาทำงานดีขึ้นช่วยกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย "ดังนั้นในระหว่างที่คอยรับการฉีดวัคซีน คนที่สูบบุหรี่จึงควรเลิกสูบทันที" ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ลงปอดรุนแรงแล้ว การเลิกสูบบุหรี่ยังจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้เต็มที่เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนอีกด้วย 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด "การเลือกไม่สูบบุหรี่" ย่อมส่งผลดีทั้งกับ "ปอด" ที่จะถูกทำลายลดลง ก็ย่อมจะเป็นผลดีให้กับสุขภาพกายอย่างแน่นอน...

................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น