อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

Games Talk : Resident Evil นิยามของความสยอง!!

สัปดาห์นี้ Games Talk จะพาทุกคนไปรู้จักกับ Resident evil หรือที่คนไทยหลายคนรู้จักกันในชื่อ "ผีชีวะ" ซีรีส์เกมที่เป็นชื่นชอบของเเฟนเกมทั่วโลก อม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19.00 น.

ถ้าจะพูดถึงต้นตำรับของเกมแนว Survival Horror ที่มีความนิยมและเป็นที่ยอมรับจากเกมเมอร์ทั่วโลก ชื่อของ  Resident Evil หรือที่คนไทยหลายคนรู้จักกันในชื่อ ผีชีวะ คงเป็นชื่อแรกๆ ที่เด้งขึ้นมาในหัวของเกมเมอร์หลายๆคน และเพื่อต้อนรับการมาของ  Resident Evil : Village เเล้ว ในวันนี้ GamesTalk จะพาทุกคนไปย้อนดูการเดินทางจาก คฤหสาน์ Spencer สู่ ปราสาท Dimitrescu ว่า Resident Evil ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรกันมาบ้าง 

นิยามของ Survival Horror 

“โหด ท้าทาย เเละ ไร้ความปรานี” คงจะนิยามผลงาน ชินจิ มิคามิ ได้เป็นอย่างดี และเป็นการประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าเกมนี้ไม่ใช่เกมที่เหมาะกับผู้เล่นที่ Casual เป็นอย่างยิ่ง แค่เพียง "ซอมบี้" ที่เป็นลูกกระจ๊อก ยังอึดมากๆ ขนาดที่ใช้ปืนยิง 5-6 นัดแล้วยังไม่แม้แต่ล้ม แถมยังมีเสียง ท่าทางการเดินที่น่าสะพรึงกลัว เเละยังอยู่ในจุด Jumpscare ในมุมที่ทำให้คุณสะดุ้งจนปาจอยทิ้งได้เสมอ 

อีกสิ่งนึกที่ทำให้คุณหลอนได้อีกระดับ คือ การเล่นกับเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะภาค 1 เเละ ภาค 1 Remaster ที่ธีมเป็นตัวคฤหาสน์ ซึ่งคุณจะได้เจอกับ ซอมบี้ที่ดักตามมุม ตามเสา ต่างๆ พร้อมที่จะเขมือบคุณได้ตลอดเวลา ในเรือนกระจกมีต้นไม้กลายพันธุ์ ในสระน้ำก็ยังมีฉลามมาให้เสียวขาอีก ทั้งหมดนี้ต้องความดีความชอบให้ทางทีม CAPCOM ไปเต็ม นอกจากซอมบี้เเล้ว ยังมี Hunter อสูรกายกรงเล็บยาวที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์หรือจะเป็น Licker เเละ Tyrant ในภาคสองที่แฟนๆ เกมคงจะจดจำได้เป็นอย่างดี 



ก่อนที่จะไปถึงภาค 3 ขอเล่าก่อนว่าภาค 2 ที่ตัวเอกเป็น Leon S. Kenedy และ Clarie Redfield คือภาคที่มีเนื้อเรื่องที่ดีและแปลกใหม่มากๆ ในยุคสมัยนั้น การที่เล่นตัวละคร 2 คนสลับกันไปมาบนเส้นเรื่องเดียวกัน การกระทำของตัวที่คุณเล่นในเรื่อง A จะส่งผลต่ออีกฝ่ายนึงในเนื้อเรื่อง B ซึ่งในยุคนั้นไม่ค่อยจะเห็นเกมไหนทำแบบนี้

ในที่สุดเราก็มาถึงกับจุดสูงสุดแห่งความสยองของ Resident Evil ชื่อของ Nemesis ไม่ใช่ชื่อธรรมดาที่มากันเล่นๆ Nemesis มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่น่าสยดยอง เสียงคำรามอันหน้าเกรงขาม แฝงไปด้วยความดิบเถื่อน พร้อมที่จะฉีกคุณเป็นชิ้นๆ ทำให้คุณแหลกเหลวเป็นผุยผง ที่สำคัญคือมันไม่ได้โผล่มาตาม ฉาก Cutscene เพียงอย่างเดียว มัน Jumpscare ใส่คุณทุกได้ทุกเวลา ไม่เว้นเเม้กระทั่งตอนคุณเริ่มเกมมาได้เเค่ 10 นาทีแรกมันก็เอา ถ้าคุณอยากรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหนผมแนะนำให้คุณลองไปหามาเล่นเอง (ถ้าอยากให้น่ากลัวน้อยหน่อยก็เล่นภาค Remake แล้วเปิดลำโพงเล่นเอาได้)



จากที่เล่ามาเเม้มันจะดูยากมากๆ แต่มันก็ยากแบบแฟร์ คุณไม่จำเป็นต้องสู้อย่างเดียว คุณสามารถหนีไปเฉยๆ ก็ได้ หรือ จะเลือกสู้จนตัวตายเพื่อที่จะได้ของรางวัลที่คุ้มค่า นั่นก็อยู่ที่คุณเลือกเอง 

สำหรับผมเเล้วอยากให้คนที่ยังไม่เคยเล่นภาค 1-3 แบบ Original ลองหามาลองเล่นดู แม้ว่าจะมี Remake มาเเล้วแต่เชื่อผมเถอะ Original ได้ฟีลกว่าเยอะ

The Casual Of Evil

ก้าวออกจากเมือง Racoon City สู่หมู่บ้านชนบท จากซอมบี้สู่เชื้อปรสิต จากเเต่ที่สำคัญเลยก็คือใน ไตรภาคนี้ Resident Evil ปรับเปลี่ยนการนำเสนอ จาก Survival กลายเป็น Action Horror แบบเต็มตัว สำหรับผมแล้วนี่มันไม่ใช่ Resident evil แบบที่ผมเคยรู้จัก จากเกมที่สยองขวัญ กลายเป็นบู๊แบบล้างพลาญ ตัวละครหลักถูกสร้างมาให้ “เก่งเกินไป” ไม่ท้าท้ายเหมือนแต่ก่อน ปริศนาก็ค่อนข้างง่าย Bioweapon ที่สร้างมาใหม่แม้มันจะอึดขึ้นแต่มันไม่ได้น่ากลัวมัน ออกแนวทรงพลังซะมากกว่า จะมีก็แค่ไม่กี่ตัวเช่น Regenerator (อันน่ากลัวกว่าซอมบี้อีก) เรียกว่ายิ่งทำยิ่งกลายพันธ์ุ ภาค 5 ภาค 6 นี่แทบจะเป็น Action เต็มตัวด้วยซ้ำ



โดยเฉพาะ พี่ Chirs Redfield นี่จะเห็นได้ชัดมากๆ จากที่ภาคเเรกพี่ยังวิ่งหลบซอมบี้เป็นดบดล.อยู่เลย ภาคนี้มาเตะหัวซอมบี้ ต่อยหิน กระทืบ Licker ซะเเล้ว แถมตัวเกมยังมีอะไรที่มันไม่ make-sense เยอะมาก เรียกได้ว่าทำเอามันส์เเบบชัดเจนเเบบไม่ต้องเอาไฟฉายส่อง



แต่ผมจะบอกว่าไม่ดีก็คงจะไม่ใช่ ลองดูยอดขายของ Resident evil 5 ดูก็แล้วกัน สำหรับ RE5 สามารถทำยอดขายทั้งหมด 7.8 ล้านชุดทั่วโลก ในขณะที่ภาค 2 ที่ผมชอบเนี่ย ยังทำได้เเค่ 4.9 ล้านชุดเท่านั้นเอง นอกจากนี้เรายังได้เห็นไอเดียดีๆ ทั้ง การเล่น CO-OP กับระบบการยิงปืนเเละ Movment ที่ลื่นไหลมากๆ หรือแม้ Plot เรื่องที่พัฒนาขึ้น แต่นั้นมันก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ Resident evil เคยเป็น!!

เรียกได้ว่าไตรภาคนี้ CAPCOM ทำออกมาโกยเงินอย่างชัดเจน แถมยังโกยฐานแฟนๆ คอ Casual ไปได้เยอะอีกด้วยแต่สำหรับแฟนๆ ที่ชอบความสยองขวัญ มาเล่นไตรภาคนี้ก็ต้องยอมรับว่า มันสนุก มันเพลินๆ เอาไว้เล่นคลายเครียดมันก็ได้อยู่เหมือนกัน
 
แต่การรอยคอยของผมก็สิ้นสุดลงเมื่อ Resident Evil 7 เปิดตัว!



ละทิ้งความ Action เพื่อหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นที่อยากเป็น 

ต้องยอมรับเลยว่าการเปิดตัวของ Resident Evil 7 Biohazard ทำให้ผมกลับมาสนใจเกมนี้อีกครั้ง CAPCOM ได้ละทิ้งความเป็น Action แล้วหวนคืนสู่ความเป็น Survival Horror ในรูปแบบ First Person อ่านมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะงงว่า “เฮ้ย ไอ้เกม RE มันเริ่มมาจาก มุมมองบุคคลที่ 3 ไม่ใช่หรอ” ก็ต้องบอกว่า ความตั้งใจของ ชินจิ มิคามิ ต้องการสร้าง Resident Evil ในมุมมอง First Person มาตั้งเเต่เเรก แต่ด้วยศักยภาพของ Console ในขณะนั้นทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้มุมกล้องแบบ Fix Camera แล้วใช้ฉากเป็น CG แทน ซึ่งสำหรับและใครหลายๆคน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือว่าดีมากๆ การใช้มุมกล้องแบบ First Person ผนวกกับฉากที่เป็นบ้านหลังเล็กๆ มืดๆ พื้นที่แคบๆ มันทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสความน่ากลัวด้วยตัวเอง แต่เสียดายศัตรูภาคนี้มันไม่ค่อยจะน่ากลัวสักเท่าไร อาจจะมี Jumpscare ให้ตกใจบ้าง เเต่ถ้าเทียบกับไตรภาคเเรกก็คงต้องบอกว่ามันเป็น มวยคนละรุ่น” กันชัดเจน



คราวนี้เราก็จะมาพูดถึง Resident Evil : Village หรือ RE 8 กันบ้างดีกว่า หลังจากที่ผมได้ลองเล่น Demo ทั้ง 2 ตัวแล้วผมรู้สึกได้กลิ่นอายของความเป็น ภาค 1 เเละ ภาค 4 กลับมา เมื่อผสมกับ ความดีงามที่มีอยู่ในภาค 7 ถือว่าโอเคมากก็ต้องรอดูเกมเต็มกันต่อมันจะดีสมกับที่ Hype สมกับที่เรารอคอยกันจริงๆ หรือเปล่า 



สำหรับ Resident Evil : Village จะเปิดให้เล่นเกมเต็มพร้อมกันทั้งบน Playstaion 4, Playstaion 5, Xbox one, XBox Series X เเละ Series S Google Stadia เเละ PC ในวันที่ 7 พฤษภาคมเป็นต้นไป

-------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณภาพจาก IGN 
GamesTalk BY INSIDE THE GAMES
คอมลัมน์โดย Wacther 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น