อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

ตำรวจในฝัน

เรามียศถี่เหมือนทหารเหมือนกองทัพ แต่การทำงานของตำรวจไทย ควรจะมีรูปแบบที่เน้นไปยังผู้ปฏิบัติงานมากกว่านี้ ทุกวันนี้เรามีนายพลตำรวจและผู้บังคับบัญชาเยอะมาก จนหลายคราถูกนำไปใช้ในงานที่ไม่เหมาะสม พูดภาษาชาวบ้านว่า “เสียของ” พุธที่ 7 เมษายน 2564 เวลา 12.00 น.


ในฐานะที่เขียนหนอนโรงพักเกี่ยวกับตำรวจมาหลายปีดีดัก แม้ช่วงหลัง ๆ จะแวบไปข่าวต่างประเทศบ่อย ๆ ผมก็อยากจะใช้บทความวันนี้เขียนถึงเรื่องตำรวจในฝันอย่างแท้จริง เอาตามตรงแล้วในฐานะอดีตนักข่าวสายตำรวจ สายอาชญากรรม ผมอยากเห็นตำรวจไทยดำเนินไปในทิศทางไหน

นี่เป็นเพียงความคิดเห็นและการศึกษาค้นคว้าของตัวเอง ในฐานะเสียงหนึ่งของประชาชนคนไทย ก็เลยอยากจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองครับ เห็นต่างหรือโต้แย้งได้นะครับผม

ส่วนตัวอยากเห็นตำรวจไทยยศน้อยกว่านี้กันหน่อย ปัจจุบันนี้ เรามียศถี่เหมือนทหารเหมือนกองทัพเลย ซึ่งเอาเข้าจริง การทำงานของตำรวจไทย ควรจะมีรูปแบบที่เน้นไปยังผู้ปฏิบัติงานมากกว่านี้ ทุกวันนี้เรามีนายพลตำรวจและผู้บังคับบัญชาเยอะมาก รองผู้การเยอะเกินไปหน่อย ส่วนนี้เราลดหัว แล้วมาขยายฐานให้เติบโตได้

นักสืบเก่ง ๆ หลายคนในตำรวจไทย หลายครั้งถูกขยับขึ้นไปทำงานในยศที่สูงขึ้น หลายคราถูกนำไปใช้ในงานที่ไม่เหมาะสมกับความชำนาญ พูดภาษาชาวบ้านว่า “เสียของ” เป็นอย่างยิ่ง ในอนาคตเราควรมีตำรวจที่ชำนาญเฉพาะด้าน เป็นนักสืบก็เป็นนักสืบคดีที่เก่งกาจเลย เป็นสายตรวจก็ชำนาญเส้นทางให้สุด ๆ ไปเลย ผลักดันให้ตำรวจ 1 คน เก่งกาจในด้านใดด้านหนึ่งดังที่เขาต้องการไปเลย



โลกยุคนี้เราอาจมองว่าตำรวจต้องทำงานหลายด้านต้องเก่งครบเครื่อง แต่ในแนวคิดส่วนตัว ย้ำว่าแนวคิดส่วนตัว ก็ยังเชื่อว่าตำรวจแต่ละคนมีความแตกต่างฝีมือในเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่างกัน ดังนั้นถ้าได้รับการผลักดันจากหน่วยงานได้ดี เราจะมีตำรวจคนหนึ่งที่ไปให้ถึงความเป็นเลิศได้อย่างลงตัวทีเดียว

โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ต้องยกระดับให้เป็นมหาวิทยาลัย มีความเป็นเลิศในงานวิชาการ ให้ความรู้ตำรวจในโลกที่ซับซ้อน ตำรวจต้องทำงานที่หลากหลายในสังคมไทยมาก ซึ่งเราควรจะกลับไปรับนักเรียนนายร้อยหญิงเข้ามาอีกนะครับ ครั้งนี้ก็ต้องให้ผู้หญิงได้เข้าไปทำงานตำรวจกว้างไปไกลกว่างานสอบสวน ผมเชื่อว่า ผู้หญิงผู้ชายและเพศอื่น ๆ สามารถทำงานได้ดีด้วยความสามารถ

อคติทางเพศเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ในโลกยุคสมัยนี้แล้ว ผมว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรมีความหลากหลายทางบุคลากรมากกว่านี้ เพราะจะทำให้ตำรวจมีมุมมองรับมือกับปัญหาต่าง ๆ และแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ในสังคมได้ดีกว่านี้

หน่วยงานหลายหน่วยของตำรวจสามารถโยกไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริง ๆ รับผิดชอบได้ อันนี้มีคนพูดกันเยอะแล้ว ผมจะไม่ลงรายละเอียดมาก สิ่งสำคัญคือเราต้องลงมือสร้างตำรวจไทยและมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 2-3 ปี ไม่ใช่ตัดสินใจทำอะไรปุบปับทันที ซึ่งประเทศไทยเราชำนาญเรื่องแบบนี้มาก ทำไว แต่ไม่แน่นอนกลับไปกลับมา แล้วคนปฏิบัติงานจะงงครับ

เราต้องปรับแก้ไขระบบที่มันบีบรัดจนตำรวจไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของตัวเอง เช่น ระบบการโยกย้าย ประเทศไทยเรามีตำรวจจำนวนมาก ที่ต้องใจจดใจจ่อกับการเลื่อนตำแหน่ง หลายครั้งเราได้ตำรวจไม่ตรงกับที่คนในพื้นที่ต้องการ บางคนโตมากับโรงพักตั้งแต่ยศร้อยตำรวจตรี แต่หลายครั้งกลับไม่ได้เป็นผู้กำกับการโรงพักนี้

การกำหนดกฎเกณฑ์การขึ้นผู้กำกับการที่เข้มงวด เช่น คุณต้องเคยอยู่ในพื้นที่นั้นมาก่อน ในยศสารวัตร 2-3 ปี อันนี้ยกตัวอย่างนะครับ ผู้การจังหวัด ก็ต้องเคยเป็นผู้กำกับการในพื้นที่มาก่อน ซึ่งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเหล่านี้ เราจะได้เห็นตำรวจที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพื้นที่มากกว่าเดิมได้



ทั้งหมดนี้ ล้วนต้องไปคุยไปปรึกษากันอย่างจริงจัง เรามีแนวคิดการปฏิรูปตำรวจมาเยอะมาก ไม่เชื่อลองไปดูในหอสมุดมหาวิทยาลัยสิครับ จะพบเอกสารปฏิรูปตำรวจกองกันเป็นภูเขาเล่ากาเลย


แต่สิ่งที่ขาดคือ การลงมือทำจริงอย่างจริงจังสักทีเถอะครับ

ในฐานะนักข่าวที่โตมากับตำรวจ สายอาชญากรรม มีแหล่งข่าวเป็นตำรวจประทวน หลายคนชอบมาเล่าชีวิตการทำงานให้ผมฟัง หลายคนหมดเรี่ยวหมดแรงการทำงาน หลายคนเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หลายคนห่างหาย หลายคนลืมเรา แต่สิ่งที่เราต้องทำคือสร้างระบบที่ทำให้พวกเขาเก่งฉายแสงขึ้นมาได้

อีกสิ่งที่ต้องทำคือการปรับทัศนคติตำรวจ หลายครั้งการจับกุมไม่ใช่ประเด็นใหญ่ในการแก้ปัญหา แต่การช่วยเยียวยาสังคมอาจเป็นสิ่งที่ดีกว่า นึกถึงตำรวจจราจรสิครับ ถนนในกรุงเทพมหานครนั้นปัญหามันเยอะมาก ถนนวกวน ทางแปลกตา คนขับรถไม่ชำนาญขับผิดขับถูกหลุดเข้ามา ก็เจอตำรวจจับออกใบสั่ง

แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง ตำรวจจราจรเดินมาบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ อธิบายชี้แจง เช่น ห้าม จยย.ขึ้นสะพานก็ไปดักตรงทางขึ้น ไม่ใช่ไปรอตรงทางลง ตำรวจสายตรวจไปเจอเหตุอะไร ก็สอบสวนให้ลึก ให้เข้าใจปัญหา ส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา แน่นอนว่าเหตุรุนแรง โจรผู้ร้ายที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์ ก็ต้องจับกุม แต่ตำรวจป้องกันเหตุเล็กเหตุน้อยได้ เราไม่ควรส่งผู้ทำผิดเหตุเล็กน้อยไปเรียนรู้ในโลกแห่งอาชญากรแล้วออกมาเป็นโจรที่เก่งขึ้น



ดูแล้วอาจเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนมุมมองผู้ใช้กฎหมาย แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรถกเถียงพูดคุยกัน


ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตำรวจไทยเป็นตำรวจในฝันของประชาชน เราเห็นในต่างประเทศมีเรื่องสวย ๆ งาม ๆ กับเจ้าหน้าที่ เราอาจจะผลักดันตำรวจปรับเปลี่ยนมุมมองให้ตำรวจเป็นคนดูแลประชาชนอย่างแท้จริงได้

อย่างไรก็ดีการปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญในการปฏิรูปนำพาตำรวจในฝันนั้น การกระจายอำนาจซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และเป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการไทยควรจะตระหนักอย่างจริงจังเสียที

อำนาจที่รวบเกินไปทำให้หลายครั้งปัญหาหลายอย่างแก้ไขไม่ได้ดังใจและเผลอ ๆ แก้พลาดด้วย แต่การกระจายอำนาจให้กับประชาชนได้ร่วมตัดสินใจ ชุมชนสังคมได้ร่วมแก้ไข ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการกับประชาชนเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเท่าเทียมกัน น่าจะทำให้ปัญหาแก้ไขได้อย่างดีมากขึ้นได้

สิ่งเหล่านี้คือแนวคิดตำรวจในฝัน ที่จะเป็นจริงได้ ประชาชนคนไทยต้องร่วมช่วยกัน ในฐานะเจ้าของประเทศ เราจะต้องทำให้ได้ อย่างน้อยคนรุ่นหลังจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการส่งต่อความฝันที่งดงามแก่พวกเขา จึงหวังว่าจะเป็นจริง
 
......................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 63