อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ภัยธรรมชาติ

รายงานผลการประเมินใหม่ ผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า ในระยะ 20 ปีล่าสุด ชาวโลกเสียชีวิตเกือบ 480,000 คน จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกี่ยวโยงกับสภาวะสุดขั้วของลมฟ้าอากาศ (Extreme weather) พฤหัสบดีที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.

การศึกษาวิจัยพบว่า หายนะภัยที่เกี่ยวพันกับสภาพภูมิอากาศ เช่น พายุ น้ำท่วม และคลื่นความร้อน ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

วันเปิดการประชุมสุดยอด ว่าด้วยการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation Summit) ผ่านระบบจอภาพทางไกล เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เนเธอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มคลังสมองเยอรมันวอทช์ Germanwatch เสนอรายงานผลการประเมิน ซึ่งพบว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติ สร้างความเสียหาต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในศตวรรษนี้

ผลการวิเคราะห์สภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว กว่า 11,000 ครั้งทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2543 พบว่า มีผู้เสียชีวิตเกือบ 480,000 คน โดยเครือรัฐเปอร์โตริโกของสหรัฐ ในทะเลแคริบเบียน ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ตามด้วยเมียนมา และเฮติ ในทะเลแคริบเบียนเช่นกัน
 
ภายใต้ความตกลงปารีส ปี 2558 ในความพยายามร่วมมือกันลดโลกร้อนของทั่วโลก กลุ่มประเทศร่ำรวยกว่าจะจัดสรรเงินจำนวน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทุกปี เพื่อช่วยกลุ่มประเทศยากจนกว่า ควบคุมการสูงขึ้นของอุณหภูมิโลก และปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แต่ผลการวิจัยล่าสุดบ่งชี้ว่า จำนวนเงินแท้จริงที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้รับ เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วน ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้มาก
 
ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก หรือ จีซีอาร์ไอ  (Global Climate Risk Index) ของเยอรมันวอทช์ ตรวจสอบผลกระทบจากสภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว ในช่วง 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะในฤดูพายุของปี 2562 ซึ่งเกิดพายุเฮอร์ริเคน และพายุไซโคลน หลายลูก สร้างความหายนะในหลายประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน รวมทั้งแอฟริกาตะวันออก และเอเชียใต้ โดยเฉพาะอินเดีย ปากีสถานและบังกลาเทศ
 
เดวิด เอคสไตน์ ผู้ร่วมเขียนรายงานของเยอรมันวอทช์ กล่าวว่า ดัชนีแสดงให้เห็นว่า กลุ่มประเทศยากจนและเสี่ยง เผชิญความท้าทายมหาศาล ในการจัดการกับผลกระทบจากสภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว
 
การลดผลกระทบที่จะเกิดต่อชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการกับภัยพิบัติซึ่งเกี่ยวโยงกับภาวะโลกร้อน เช่น น้ำท่วม และฝนแล้ง คือเป้าหมายหลักของความตกลงปารีส
 
ภายใต้ความตกลง กำหนดให้จัดสรรเงินสำหรับการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปีละ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เนื่องจากความเสียหายสูงขึ้นหลายเท่า ในช่วงหลายปีหลังได้รับผลกระทบ องค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า จะเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ในระยะหลายปีข้างหน้า


United Nations

ในรายงาน Adaptation Gap ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ เผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ตัวเลขค่าใช้รายปีที่แท้จริง สำหรับการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน อาจสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 และ 500,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อถึงกึ่งศตวรรษ
 
8 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ในดัชนี จีซีอาร์ไอ เป็นกลุ่มประเทศ ซึ่งประชากรมีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำหรือปานกลางหลายประเทศ เช่น เฮติ ฟิลิปปินส์ และปากีสถาน ส่วนใหญ่ ถูกภัยธรรมชาติโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว และไม่มีเวลาฟื้นตัวได้เต็มที่ ก่อนจะถูกโจมตีครั้งใหม่.

----------------
          
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 23