อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

รู้จักนิคมอุตสาหกรรมจะนะ กับความคาดหวังของ ศอ.บต.

สัปดาห์นี้ มาพูดคุยกับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.คนปัจจุบันกับเรื่องราวนิคมฯจะนะ เเละความคาดหวังของ ศอ.บต ต่อโครงการนี้ว่ามีเป้าหมายเเละจะช่วยคนในพื้นที่ได้อย่างไร พฤหัสบดีที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น.

เรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา คงเป็นเรื่องที่หลายคนรับรู้ผ่านหูผ่านตามาแล้วว่า มีการประท้วงไม่ให้ตั้งโครงการเพราะเหตุผลต่างๆ อาทิ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านดั้งเดิม หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ได้มีการสั่งให้ทบทวน โดยให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ทบทวนร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช.)

 เรื่องของนิคมอุตสาหกรรมจะนะเป็นอย่างไร ได้ลองพูดคุยกับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.คนปัจจุบันถึงสิ่งที่จะดำเนินการและเป้าหมาย เลขาธิการ ศอ.บต.ได้เล่าว่า "จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากความพยายามในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ.2557 ที่จะให้เขตภาคใต้มีเขตสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน เพื่อดึงดูดการลงทุนในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 ครม.มติให้ขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในเรื่องเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้า ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ในเรื่องท่องเที่ยว และที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ในเรื่องการค้าชายแดนระหว่างประเทศ ซึ่งพื้นที่เศรษฐกิจเหล่านี้ จะให้มีสิทธิพิเศษด้านการลงทุน”

“หลังจากนั้นก็ว่ากันว่า ต้องมีการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ไปจนถึงช่วงรอยต่อระหว่างภาคใต้ตอนล่างกับภาคใต้ตอนกลางและตอนบน ส่วนที่เป็นรอยต่อสำคัญคือ อ.จะนะ และ อ.เทพา จ.สงขลา จึงวางกรอบให้พื้นที่ตรงนั้นเป็ ‘เมืองอุตสาหกรรมอนาคต’ ซึ่งจะส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมใหม่ให้เหมือนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี )  เพื่อบรรลุเป้าหมายตามเกณฑ์การบริหารพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัด ที่รวมถึงสงขลาและสตูลด้วย”



 พล.ร.ต.สมเกียรติระบุว่า “ความจำเป็นที่ต้องพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ก็เพื่อการรองรับเยาวชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จบมาเขาจะได้ทำงานในพื้นที่ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของเขา  เรามีการคาดการณ์ว่า ค่าเฉลี่ยเยาวชนที่จบตั้งแต่ระดับ ปวช.ถึงปริญญาโทในพื้นที่ต่อปี 5-6 หมื่นคน พวกเขาเหล่านี้ไม่อยากทิ้งถิ่นฐานของตัวเอง แต่ก็ต้องมาทำงานที่ กทม.หรือไม่ก็ไปทำงานที่มาเลเซีย ซึ่งเราอยากให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่มากกว่าเพราะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มีปัญหาเรื่องความยากจนมาก  ต้องมีการช่วยกันคิดโครงการให้เกิดพื้นที่จ้างงาน

“มันจึงมีความคิดในปลายปี พ.ศ.2561 ที่ ศอ.บต.จะขยับการพัฒนาเมืองข้างเคียง 3 จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสออกไป  ซึ่งต้องบอกว่า ศอ.บต.ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติโดยตรง แต่เป็นผู้เตรียมการเรื่องการจัดทำแผนดำเนินการเกี่ยวกับพื้นที่ที่เหมาะสม  เรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะดำเนินการอย่างไร  จะขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการที่ปรึกษาและบริหารเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และต่อมานายกฯ ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้ามาช่วยดูแล และค่อยๆ ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ.2563 โดยต้องมีการประชุมหารือกำหนดทิศทางว่าจะต้องมีการใช้พื้นที่อย่างไร  แต่ยืนยันว่าเราไม่ทิ้งเรื่องการสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ( EIA ) และผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ( EHIA )  เป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

เมื่อถามว่าขณะนี้กระบวนการอยู่ในชั้นไหน พล.ร.ต.สมเกียรติระบุว่า จต้องมีการปรับเรื่องผังเมืองก่อน โดยองค์กรบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) ในพื้นที่ที่จะต้องเสนอไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยเป็นอันดับแรก กระบวนการผังเมืองมีทั้งหมด 8 ขั้นตอนซึ่งยังอยู่ในช่วงต้นๆ  และยังมีคณะกรรมการชุดที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องความเหมาะสมอีกหลายขั้น ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือการรับฟังความเห็นของคนในพื้นที่



คำถามต่อมาคือ ถ้าสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะแล้วจะได้อะไร พล.ร.ต.สมเกียรติชี้ชัดว่า คือการพัฒนาอุตสาหกรรม “ โครงการนี้รัฐบาลจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้เอกชนเข้ามาลงทุนและจ้างงาน  ภาคเอกชนเองก็มีหลายทิศทาง  เอกชน 1-2 รายที่สนใจในโครงการ  เขาต้องการลงทุนเรื่องอาหารฮาลาลครบวงจรที่ทันสมัย  อีกเจ้าก็ต้องการลงทุนเรื่องเทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารสมัยใหม่ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากก๊าซธรรมชาติที่ไม่มีการกลั่นปิโตรเคมี เรื่องนี้มีมติคณะรัฐมนตรี ( ครม.) รองรับไว้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรนอกเหนือจากมติไม่ได้ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้”

“และงานที่สำคัญคือท่าเรือน้ำลึ ซึ่งปัญหาในภาคใต้คือเรายังไม่มีท่าเรือน้ำลึก เรามีท่าเรือสงขลาเป็นท่าเรือกลาง แต่มันมีขนาดเล็กไม่เพียงพอต่อการขนส่งในปัจจุบัน มันกลายเป็นว่า การผลิตสินค้าอะไรก็ตามในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเฟอร์นิเจอร์นี่ เราต้องใช้รถไฟขนไปยังแหลมฉบังเพื่อนำไปขายต่อ หรือไม่ก็ต้องขนส่งไปท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการขนส่งมหาศาล การที่ยังไม่มีท่าเรือน้ำลึกทำให้เราไม่มีการขนส่งผ่านเรือเดินสมุทรไปข้ามทวีปก็มีผลกระทบ  อย่างที่เราลงทุนนิคมเมืองยางพาราหรือ Rubber city ปรากฏว่ามันขยับขยายไปได้ลำบากเพราะนักลงทุนก็ถามว่าจะส่งออกอย่างไร จะส่งตู้คอนเทนเนอร์ออกผ่านท่าเรือที่ปีนังก็แพง หรือกระทั่งแหลมฉบังก็ตาม แต่พื้นที่ที่เรากำหนดไว้ว่าจะเป็นท่าเรือน้ำลึกในจะนะมันเหมาะสมเพราะความลึกของน้ำทะเล และความลาดชันก็เหมาะสม ก็จะช่วยตรงนี้ได้”

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการชะลอการศึกษาเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะออกไปก่อน เลขาธิการ ศอ.บต.ระบุว่า “เป็นการสั่งให้ศึกษาเกิดความสมบูรณ์ของแผนงานที่สุด ก่อนที่จะเดินหน้าเรื่องผังเมืองและเดินหน้าเรื่องการสำรวจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ( EIA ) ผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในพื้นที่  และศึกษาว่าหน่วยงานที่ต้องเข้ามาช่วยส่งเสริมการลงทุนมีอะไรบ้าง ควรจะมีองค์กรเฉพาะเหมือนกรณีอีอีซีเพื่อช่วยส่งเสริมการลงทุนอย่างไร  นิคมอุตสาหกรรมจะนะนี่เราต้องทำรอบคอบ ตามมาตรา 10 ใน พ.ร.บ.บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 แถมยังต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ชายแดนภาคใต้อีก ที่มีกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ 17 หน่วยงานต้องเห็นชอบ เรียกว่าเป็น ครม.ย่อมๆ เลยก็ได้ และ พล.อ.ประวิตรก็ย้ำให้ต้องทำอย่างรัดกุม”


 
“การพัฒนาในพื้นที่นี้ เราสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยรัฐอำนวยความสะดวก และระหว่างนี้ ศอ.บต.ก็ไม่ได้นิ่งเฉย เราศึกษาเรื่องระบบคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขายสินค้าในภาคใต้ด้วย  เรื่องปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ก็ยืนยันว่า เราต้องให้คนในพื้นที่เข้ามาช่วยคิด ช่วยขับเคลื่อนด้วย ไม่ใช่ไม่ให้เขาไม่มีส่วนหรือไม่รับฟังความเห็นเขาเลย  แต่เราห่วงปัญหาที่มีคนต่างจังหวัดเข้ามาแสดงท่าทีจนการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ชะงักไป อย่าลืมว่า การพัฒนาพื้นที่นี่ต้องมีแนวทางที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาความยากจน เราเน้นแต่เรื่องการเกษตรไม่ได้ เพราะความแปรปรวนของสภาพธรรมชาติทำให้การเกษตรไม่เสถียร อย่างปีก่อน ลองกองก็ออกได้ไม่ถึง 23,000 ตัน หรือปีนี้ก็เกิดปัญหายางพาราติดโรคใบร่วงกว่า 800,000 ไร่ เราต้องพัฒนาเศรษฐกิจโดยยึดขาอื่นเช่นอุตสาหกรรมในพื้นที่ด้วย และที่สำคัญคือมันช่วยจ้างงานให้คนในพื้นที่ เราอยากเห็นเยาวชนในพื้นที่มีงานทำ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้”

ส่วนที่ว่าหากก่อตั้งนิคมได้จะมีประโยชน์ในเชิงเม็ดเงินอย่างไรนั้น พล.ร.ต.สมเกียรติยังไม่ประเมินเรื่องนี้ แต่บอกว่า ขอให้เน้นย้ำเป้าหมายที่สำคัญคือการเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่ การที่ผลผลิตการเกษตรสามารถแปรรูปขั้นสุดท้ายในพื้นที่และส่งขายได้เลยไม่ต้องส่งไปท่าเรืออื่น และเพิ่มอำนาจการแข่งขันได้

“ไม่ว่าอย่างไร กระบวนการขับเคลื่อนมันเป็นขั้นตอนและขอให้มั่นใจว่าทุกคนจะมีส่วนร่วม เพราะเขาต้องอยู่ในพื้นที่ ใช้ประโยชน์พื้นที่ ดังนั้นจึงต้องวางจุดสมดุลที่สุด และพัฒนาเพื่อพื้นที่ได้มากที่สุด” เลขาธิการ ศอ.บต.ทิ้งท้าย

ซึ่งขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมจะนะกำลังอยู่ในระหว่างการชะลอเพื่อศึกษาเรื่องความคุ้มทุนหรือเรื่องผลกระทบต่างๆ นี่คืออีกมุมมองหนึ่งของคนทำงานในพื้นที่ที่หวังจะให้เกิดการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน นำมาเสนอให้ทราบ.  

...................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น