อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

เด็กอุรุกวัยกับการศึกษาช่วงโควิด

อย่างที่ทราบดีกันว่าวิกฤติโควิด-19 นั้นกระทบการศึกษาไปทั้งโลกอย่างมาก นี่เป็นปัญหาเหมือนกันเกือบทั้งโลก เเต่ไม่ใช่กับอุรุกวัย พุธที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 12.00 น.


อย่างที่ทราบดีกันว่าวิกฤติโควิด-19 นั้นกระทบการศึกษาไปทั้งโลกอย่างมาก ประเมินกันว่าจะมี เด็กในระดับหลักล้านกว่าคนที่สิ้นสูญหายไปจากการศึกษา โดยไม่กลับมาเรียนอีกหลังเจอวิกฤติโควิด-19 ซึ่งวิกฤตินี้ก็อย่างที่เราทราบกัน มันทำให้โรงเรียนต้องหยุดปิดเรียน มีการเรียนออนไลน์ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันอีกว่า ไม่ใช่ทุกบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีอินเทอร์เน็ตจะมีคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตมือถือเพียงพอ โควิด-19 จึงส่งผลต่อระบบการศึกษาอย่างมาก คาดว่าในปี 2021 นี้ซึ่งโรคยังคงระบาดอยู่ ก็จะมีเด็ก ๆ หลุดจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนเทียบเท่ากับปีก่อนเช่นกัน

วิกฤติการศึกษาจากโควิดนี้ ยังฉายภาพให้เห็น ความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกันระหว่างเด็กโรงเรียนรัฐ กับเด็กจากโรงเรียนเอกชน โดยเด็กที่เรียนเอกชนนั้นมีฐานะครอบครัวที่ดี สามารถจ้างครูมาสอนในช่วงโรงเรียนปิดเพราะโควิดได้ ส่วนเด็กจากโรงเรียนซึ่งมีฐานะยากจน ก็จะเอาเงินไหนจ้างครูล่ะครับ ผู้ปกครองก็แทบแย่แล้ว

นี่เป็นปัญหาเหมือนกันเกือบทั้งโลก ไม่ว่าจะไทย บราซิล หรือชาติตะวันตกที่เจริญแล้วทั้งหลาย เป็นวิกฤติการศึกษาเหมือนกันเกือบทั้งโลก

แต่ปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นในอุรุกวัยครับ



หลายท่านอาจจะงงว่าประเทศนี้อยู่ตรงไหน กล่าวคืออยู่ในอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ระหว่างอาร์เจนตินาและบราซิลซึ่งเป็นประเทศใหญ่และเป็นมหาอำนาจ สำหรับคนที่ชอบฟุตบอลจะรู้ว่าอุรุกวัยนี่เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ผลิตนักฟุตบอลเก่ง ๆ เป็นจำนวนมาก แถมทีมชาติอุรุกวัยก็เข้าไปเล่น ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย อย่างสม่ำเสมอ คือเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและศักยภาพอย่างมาก

แดร์ ชปิเกิล สื่อรายสัปดาห์ของเยอรมนีเล่าเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 7 ขวบคนหนึ่ง ซึ่งใช้ แท็บเล็ตที่รัฐบาลแจกให้ฟรีมานั่งเรียนออนไลน์ 3 ครั้งต่ออาทิตย์ เธอได้เรียนรู้การสะกดคำ เล่นเกมในแท็บเล็ตซึ่งแฝงด้วยความรู้การศึกษา ทั้งหมดนี้อย่าคิดว่าเธอเรียนโรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพงนะ เพราะเธอ เรียนโรงเรียนรัฐปกติ นี่เองครับ

อุรุกวัยลงทุนด้านการศึกษาออนไลน์ เตรียมตัวมาก่อนใครเพื่อน มีวิสัยทัศน์ที่ไกลมาก ขณะที่ชาติอื่น ๆ เจอโควิด-19 กระหน่ำจนระบบการศึกษาพังพินาศ เด็กหลุดจากระบบอย่างมาก อุรุกวัยกลับไม่สะเทือนใด ๆ ทั้งสิ้น

ด้วย นโยบายคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องต่อเด็ก 1 คนนั้นก็ทำมากว่า 10 ปีแล้ว รัฐบาล ติดตั้งอินเทอร์เน็ตฟรีแก่ประชาชน เพียงแค่เข้าไปยังพื้นที่สาธารณะก็เชื่อมเล่นเน็ตได้แล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งในพื้นที่ชนบท โดยมีการก่อตั้งหน่วยงานการศึกษาทางออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งร้อยละ 85 ของเด็กนักเรียนในอุรุกวัยเรียนโรงเรียนรัฐบาล พอเจอโควิดมา หน่วยงานที่ดูแลการเรียนออนไลน์ก็ อัพโหลดเนื้อหาให้เด็ก ๆ ได้เข้าไปใช้ไปอ่านไปดูกันและก็ดำเนินการช่วยเหลือให้ครูได้สอนเด็กออนไลน์อย่างต่อเนื่องได้เลย โดยไม่ติดขัดเหมือนประเทศอื่น ๆ



ไม่เพียงเท่านั้นพอโควิดมา ก็มี การเพิ่มความจุของเน็ตให้กับนักเรียนแต่ละคนถึง 50 กิกะไบต์ต่อเดือน ซึ่งเด็กร้อยละ 98 ในอุรุกวัยเข้าถึงการเรียนออนไลน์ แม้กระทั่งเด็กที่ยากจน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ

เมื่อกี้กล่าวถึงเด็ก 7 ขวบที่ได้เรียนออนไลน์อย่างสนุกสนานแล้ว ขอเพิ่มอีกนิดว่า เธอได้เรียน วิชายิมนาสติกจากครูพละ ซึ่งเป็นท่าง่าย ๆ ที่เด็กได้หัดทำที่บ้านเองด้วย ความเจ๋งอีกอย่างคือ เด็กยังได้เรียนรู้ การทดลองวิทยาศาสตร์แบบทำเองง่าย ๆ ที่พักจากการเรียนออนไลน์ด้วย

โดยหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการเรียนออนไลน์นั้นได้มีการพัฒนา ซอฟต์แวร์การสอน อย่างต่อเนื่องโดยเน้นว่าเนื้อหาการสอนต้องสนุกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน ระหว่างการออกแบบก็ใช้ ครู กับ นักจิตวิทยา มานั่งลงพูดคุยตกลงกัน ไม่เพียงเท่านั้นระบบการสอนออนไลน์ยัง เน้นดูปัญหาอารมณ์ในตัวเด็ก ทั้งความกลัวความเครียดจากการเรียนด้วย ผลก็คือนวัตกรรมจากอุรุกวัยนี้ถูกส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่งไปยังตะวันออกกลาง แดร์ชปิเกิล เป็นสื่อเยอรมันคงจะเล่าให้คนอุรุกวัยฟังว่าใน เยอรมันไม่มีคอมพิวเตอร์และเน็ตฟรีแก่เด็ก ทำเอาเจ้าหน้าที่งงเป็นไก่ตาแตกเลยว่า ไม่มีได้ไง ประเทศก็ออกจะมั่งคั่งขนาดนี้ แถมมันเป็น สิ่งที่ต้องจัดหาให้เด็กอย่างแท้จริง 



ใครเกิดมาเป็นเด็กอุรุกวัยนี่ดีชะมัด ระบบการศึกษาก็ดี ระบบรัฐสวัสดิการก็ดี ประเทศน่าอยู่งดงาม มีโครงสร้างที่ดีเยี่ยมไปหมด ทั้งที่มีประชากรเพียง 3.5 ล้านคนเท่านั้นเอง ซึ่งทุกอย่ามันดำเนินการมาได้ก็จากวิสัยทัศน์ของนักการเมืองที่รักประเทศเลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย

นักการเมืองอุรุกวัยต่างวาดฝันว่าเด็กควรจะได้ทำได้เป็นในสิ่งที่เขาต้องการ หน่วยงานการศึกษาออนไลน์จึงมีงบประมาณเจียดให้เด็ก 1 คนกับคอมฟรีเน็ตฟรี อุปกรณ์การเรียน คนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่แพงอย่างยิ่ง (พอมาย้อนดูประเทศตัวเองแล้วปวดหัวปวดใจท้อแท้ไปหมดเลยครับ) ผู้ปกครองเด็กก็สบายเพราะไม่ต้องซื้ออุปกรณ์การเรียน ไม่ต้องซื้อหนังสือ ทุกอย่างอยู่ในออนไลน์หมดแล้ว เห็นหรือยังครับว่า วิสัยทัศน์ที่ดีของผู้นำประเทศนั้น มันทำให้เกิดผลกับคนในชาติอย่างแท้จริง

คือใครจะไปคิดว่าจะมีโควิดระบาด แต่คนที่มองว่าการเรียนออนไลน์ การเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องสำคัญ เป็นนวัตกรรม เป็น วิถีชีวิตใหม่ในโลกอนาคต ดังนั้นจึงมีการก่อตั้งหน่วยงานลงทุนลงแรง จนเมื่อโควิดกระทบการศึกษา เด็กอุรุกวัยก็ยังเรียนหนังสือได้อย่างสบายไม่ได้หลุดจากระบบการศึกษาเหมือนหลายประเทศทั่วโลก



ครูในอุรุกวัยสามารถไปเยี่ยมคุยกับเด็กได้ทุกคน ช่วงที่โควิดซาไปบ้าง มีการเปิดโรงเรียน เด็กมาเรียนกันอย่างปลอดภัยเพราะมีมาตรการป้องกันอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพราะเด็กมาโรงเรียนได้ประโยชน์กว่าปิดเรียนนะครับ ข้อพิสูจน์นี้ในอเมริกาก็มีการย้ำกันมากว่าเปิดเรียนดีกว่าปิดเรียน แค่ต้องป้องกันไม่งั้นเด็กจะหลุดจากการศึกษาเยอะมาก

ท้ายสุดนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในอุรุกวัยย้ำว่าเน็ตกับคอมพ์ฟรีเป็นเรื่องสำคัญมากต่อเด็ก เราไม่จำเป็นต้องทดแทนครูด้วยเทคโนโลยีอะไรเลย แต่ช่วงโควิด-19 ทำให้ระบบการศึกษาจะต้องเปลี่ยนไป (นี่ขนาดกระทบน้อยแล้วนะ) เพราะเราอยู่ในโลกศตวรรษที่ 21 แต่ยังมีโรงเรียนแบบศตวรรษที่ 19 อยู่เลย โดยย้ำว่า รูปแบบของอุรุกวัยมันก็มีความเฉพาะจะลอกไปใช้ในประเทศตัวเองทั้งดุ้นไม่ได้ แต่ละประเทศต้องหาทางของตัวเอง ดังนั้นอนาคตไม่นานประเทศไทยเราจะมีหนังสือการศึกษาแบบอุรุกวัยอย่างแน่นอน เหมือนที่เราเคยมีหนังสือการศึกษาแบบฟินแลนด์ แบบจีน แบบอเมริกา แบบสิงคโปร์ หนังสือวางขายกันเกลื่อน นักการศึกษาตื่นเต้นกันใหญ่ 

แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความเงียบงันอย่างน่าเศร้าสร้อยทุกครั้งไป ...เฮ้อ.....

...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay...


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 73