อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

กางแผนไทยเปิดประเทศ!! รับต่างชาติหวังฟื้นท่องเที่ยว

ประเทศไทยเตรียมเปิดประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้จะมีเม็ดเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบ ทำให้เศรษฐกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป จันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น.

การฟื้น!! การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบศ.เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความชัดเจนแล้วว่า ประเทศไทยจะเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ..นี้เป็นต้นไปแม้ผลของการประชุมจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมของศบค.ชุดใหญ่ ก่อน แล้วจึงนำเสนอต่อที่ประชุมครม.เพื่อเห็นชอบต่อไป ก็ตาม แต่การออกมาตีฆ้องร้องป่าวในครั้งนี้ก็เพื่อดึงความเชื่อมั่นในทุกด้านกลับมา



นั่น!! ไม่ได้มีแต่เพียงเรื่องของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงบรรยากาศทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ต่อให้…ข้อจำกัดของการเล่นสงกรานต์ !! จะหยุดไว้เพียงแค่ “ริน-รด-พรม-ใส่หน้ากาก” เพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นไปอีกแต่โดยนิสัยของคนไทยทั้งชาติแล้ว เชื่อเถอะ… สงกรานต์ปีนี้ ย่อมต้องเกิดการเดินทางท่องเที่ยว เกิดการจับจ่ายใช้สอย ขึ้นแน่นอน แม้ว่าจำนวนเงินสะพัดจะไม่มากเท่าเหมือนปีก่อน ๆ

ก็หมายความว่า…จะมีเม็ดเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบ ทำให้เศรษฐกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปแม้ไม่เหมือนเครื่องยนต์หัวฉีด ที่เดินหน้าอย่างราบรื่น แต่อย่างน้อยเศรษฐกิจก็หมุนรอบต่อไปได้เช่นกันหากผนวกควบรวมไปกับมาตรการทางด้านการท่องเที่ยว อย่างโครงการทัวร์เที่ยวไทย และโครงการเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ที่ครม.ได้ยินยอมเห็นชอบออกมาแล้ว ยิ่งทำให้ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีย่อมได้รับอานิสงส์จากการนี้ไม่น้อยทีเดียวและยิ่งถ้ารัฐบาลยินยอมพร้อมใจเห็นด้วย กับมาตรการ “เปิดประเทศ” ของศบศ.ด้วยแล้ว การท่องเที่ยวไทย ก็มีแต่แสงสว่าง แม้ไม่ได้แจ่มจรัสดั่งที่ผ่าน ๆ มา ก็เถอะ



พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.ท่องเที่ยว จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุชัดเจนว่า ศบศ.เห็นชอบแล้วกับแนวทางการเปิดประเทศ เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โด๊สแล้ว จากประเทศต้นทาง สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

แต่จะนำร่องก่อนที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความพร้อม แต่มีเงื่อนไขว่าในจังหวัดที่มีความพร้อมนั้น ต้องมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ได้อย่างน้อย 70%ในเมื่อยกให้จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดนำร่อง ก็ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในเรื่องของการฉีดวัคซีน ซึ่งล่าสุด จังหวัดภูเก็ต ต้องการวัคซีนรวมจำนวน 9.25 แสนโด๊ส



รูปแบบของการเปิดประเทศครั้งนี้ “พิพัฒน์” ย้ำว่า ต้องทำให้รูปแบบของ “แซนบอกซ์” หรือการจำกัดพื้นที่ เพื่อทำการทดสอบ คือ…ต้องเป็นพื้นที่ที่มีสนามบินพร้อม แล้วให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวได้โดยบินตรงถึงพื้นที่ จากนั้น…ก็เปิดพื้นที่ให้ท่องเที่ยวหรือเส้นทางที่กำหนดไว้ หากครบ 7 วัน แล้วไม่มีการติดเชื้อไวรัสร้าย ก็ให้สามารถเดินทางได้ทั่วประเทศ

ขณะที่แผนการฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และเกาะสมุย จะเริ่มในสัปดาห์นี้แล้ว ตามคำบอกเล่าของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข จากพรรคภูมิใจไทย เช่นกัน โดยเริ่มที่ภูเก็ต จำนวน 1 แสนโด๊ส และที่เกาะสมุย อีก 50,000 โด๊ส ต่อให้กระแสข่าวผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้น แม้ได้เกิดขึ้นกับรมช.ของรัฐบาลของ “บิ๊กตู่” ก็ตามที แต่ “เสี่ยหนู-อนุทิน” ก็ย้ำหนักย้ำหนาว่า… ยังไงก็ต้องฉีด ยืนยันว่าควรจะฉีด เพราะจะทำให้ไม่ติดเชื้อ และไม่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 กราบเท้าพี่น้องประชาชนทุกคนขอให้มาฉีดวัคซีนกัน



แต่เอาเข้าจริงแล้วตามแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้น ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าในเดือนเม.ย.-มิ.ย.หรือในไตรมาสสอง นี้ จะมีการกักตัวในเรงแรม 0+7 วัน พร้อมกับการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางมาถึง พร้อมกับการใช้มาตรการป้องกันควบคู่ ทั้งเรื่องของการฉีดวัคซีนและแอปพลิเคชั่นติดตามตัว ในพื้นที่นำร่อง ที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยาและเชียงใหม่

ขณะที่ในไตรมาสสามคือ ก.ค.-ก.ย.นี้ จะเป็นไปตามรูปแบบที่รมว. “พิพัฒน์” ให้ข่าวเอาไว้ ในรูปแบบของแซนบอกซ์ ที่จังหวัดภูเก็ต ที่ไม่มีการกักตัวสุดท้ายในไตรมาสที่สี่ คือตั้งแต่ต.ค.-ธ.ค ก็เริ่มขยายพื้นที่นำร่องไปยังจังหวัดอื่น ทั้งกระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา และเชียงใหม่ ที่ไม่ต้องมีการกักตัว

ทั้งหลายทั้งปวง!!! คงต้องรอดูกันชัด ๆ ว่าเมื่อเอาเข้าจริงแล้วรัฐบาลของ “บิ๊กตู่” จะเลือกเคาะแนวทางการเปิดประเทศตามที่รมว.ท่องเที่ยว ปลุกกระแสไว้หรือเปล่า!!
 
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”










 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น