อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ไม่แทรกแซง

จีนยึดมั่นในนโยบาย ไม่แทรกแซงกิจการภายใน หรือการเมืองของประเทศอื่น ๆ และในกรณีกองทัพเมียนมายึดอำนาจ จากรัฐบาลพลเรือนของนางซูจี ปักกิ่งยืนอยู่ตรงกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ว่ากองทัพหรือผู้ประท้วง ศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ในเขตอุตสาหกรรม ชานเมืองย่างกุ้งฟากตะวันตก เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิต 38 คน และตำรวจเสียชีวิตอีก 1 คน สร้างความวิตกแก่รัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากม็อบบุกโจมตีและจุดไฟเผาโรงงานของนักธุรกิจชาวจีนกว่า 5 แห่ง

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์แสดงความวิตกอย่างยิ่ง เกี่ยวกับความปลอดภัยของธุรกิจและพลเมืองจีนในย่างกุ้ง พร้อมกับเรียกร้อง ให้รัฐบาลทหารเมียนมา ส่งเจ้าหน้าที่ไปปกป้องโรงงานผลิตของชาวจีน ที่มีอยู่ 32 แห่งในเขตหล่ายธายาร์ และเขตชะเวปะยีธา ที่เกิดการนองเลือดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.
 
แต่แถลงการณ์ทางเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา เกี่ยวกับความพยายามปกป้องธุรกิจของชาวจีนในย่างกุ้ง มีความเห็นด่าประณาม จากชาวเมียนมามากกว่า 52,000 คน ส่วนใหญ่พูดตรงกันว่า ทางการจีนห่วงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่สนใจชาวเมียนมาที่ถูกทหารตำรวจยิงล้มตายเป็นเบือ
 
ความเห็นหนึ่งเขียนว่า “หากชาวจีนต้องการทำธุรกิจอย่างสุขสงบในเมียนมา จะต้องเคารพประชาชนชาวเมียนมาด้วย” และอีกความเห็นเขียนว่า “หยุดสนับสนุนกองทัพก่อการร้ายเสียที แล้วเข้าร่วมกับประชาชนเมียนมา”
 
เบื้องต้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงงานของชาวจีน ในเขตหล่ายธายาร์ และเขตชะเวปะยีธา ชานกรุงย่างกุ้ง โดยทางการจีนกล่าวว่า การโจมตีได้รับการวางแผนเป็นอย่างดี กลุ่มผู้ลงมือหลายสิบคนใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ มีอาวุธและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเผา ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง


South China Morning Post

การโจมตีจุดไฟเผาโรงงานของชาวจีนในย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ทำให้กระแสต่อต้านชาวจีนในเมียนมา เพิ่มความตึงเครียดมากขึ้นอีก เนื่องจากชาวเมียนมาจำนวนมากเชื่อว่า รัฐบาลจีนหนุนหลังกองทัพเมียนมาที่ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่นำโดยนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.
 
เห็นได้จากจีนและรัสเซีย เป็นหัวหอกขัดขวาง ความพยายามออกมติประณามการก่อรัฐประหารของกองทัพเมียนมา ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี ในนครนิวยอร์ก สหรัฐ 
 
และในวันแรกที่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร สื่อทางการจีนสำนักหนึ่งรายงานว่า เป็นเพียงแค่ “การปรับคณะรัฐมนตรี”
 
อีกส่วนที่ทำให้ชาวเมียนมาจำนวนไม่น้อยไม่ชอบใจจีนก่อนหน้านี้ คือการให้ทุนสนับสนุนหลายโครงการขนาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเมียนมา เช่น เขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ หรือเหมืองแร่ทองแดง
 
รัฐบาลจีนกล่าวว่า จีนยึดมั่นในนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายใน หรือการเมืองของประเทศอื่น ๆ และในกรณีกองทัพเมียนมายึดอำนาจ จากรัฐบาลพลเรือนของนางซูจี ปักกิ่งยืนอยู่ตรงกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ว่ากองทัพหรือผู้ประท้วง


CGTN
 
แต่ดูเหมือนผู้ประท้วงจะไม่เชื่อ และมองว่ารัฐบาลจีนหนุนหลังกองทัพเมียนมาและคณะนายทหารมาตลอด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือใน “สงครามตัวแทน” ในสมรภูมิเมียนมา ห้ำหั่นกับกลุ่มชาติตะวันตก ที่มีพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจีและคณะเป็นตัวแทน
 
นักธุรกิจชาวจีนมีโรงงานผลิตในเมืองย่างกุ้ง และอีกหลายเมืองทั่วเมียนมา ส่วนใหญ่เป็นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า รองเท้า และผลิตสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน หลายโรงงานรับจ้างผลิตให้บริษัทยี่ห้อหรูระดับโลก    
 
หนึ่งในโรงงานของชาวจีนเหล่านี้คือ  Global Fashion Garment Factory ซึ่งรับออร์เดอร์ผลิต ให้บริษัทค้าปลีกแฟชั่นชื่อดัง  C&A
 
นอกจากโรงงานของชาวจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว นักธุรกิจจากไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไทย มีโรงงานผลิตในเมียนมาจำนวนมากเช่นกัน และมีบทบาทสำคัญมากในการจ้างงาน และการส่งออกที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจเมียนมา ให้คงอยู่ได้
 
สำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำเมียนมา ในเมืองย่างกุ้ง แนะนำโรงงานของชาวไต้หวัน ให้เขียนป้ายเป็นภาษาพม่า ติดไว้หน้าโรงงาน พร้อมกับธงไต้หวัน แสดงให้เห็นว่าโรงงานแห่งนี้เป็นของชาวไต้หวัน ไม่ใช่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี.

---------------
       
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 71