อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

กปปส.วีรบุรุษหรือจำเลยสังคม!

“ถามว่าผมเสียใจไหม ต้องบอกว่าเสียใจทุกคน เราคิดว่าเราเป็นผู้ก่อการดี ผมยิ่งเสียใจใหญ่ เพราะผมพาพี่น้องออกมาต่อสู้ หลายคนหมดอนาคตกลายเป็นผู้มีโทษติดไปทั้งชีวิต บางคนถูกลดชั้นจากประชาชนธรรมดา กลายเป็นประชาชนชั้นล่างไม่มีสิทธิทางการเมือง” เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.

 
ยังคงเป็นอาฟเตอร์ช็อค จากผลตัดสินคดีคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข( กปปส.) ที่ชัดดาว์กรุงเทพเมื่อปี 2557 โดยศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกแกนนำและแนวร่วม 39 คน พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีกับบางคน  “ทีมการเมืองเดลินิวส์”  จึงต้องมาสนทนากับ“ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. คิดอย่างไรกับการโดนตัดสินคดีครั้งนี้ ทั้งที่สนับสนุนรัฐบาลมาด้วยดีโดยตลอด



โดย “ลุงกำนัน” เปิดฉากกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกกันตอนที่พวกตนเดินขบวนต่อสู้ไม่ได้คิด ว่า จะให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาปฏิวัติ ตนไม่ได้เรียกร้องให้มีการปฏิวัติ แต่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงและหวังจะให้พลังประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศ ตอนปฏิวัติเขายังจับผมไปขัง ไปกินข้าวแดง และตอนนั้นในสภาวการณ์บ้านเมือง จะเอาใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จะทำผิดทำถูกในแง่ของอุดมการณ์ประชาธิปไตยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลาเดินหน้าประเทศต่อไปก็ต้องมีรัฐบาล มีนายกฯ ซึ่งตนเห็นคนที่จะนำประเทศได้ตอนนั้นมีเพียงพล.อ.ประยุทธ์ที่เหมาะสมกว่าคนอื่น จึงสนับสนุน


 
ส่วนที่มีคนใน กปปส.ไปเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปในนาม กปปส. คนพูดกันเองว่า เป็นโควตากปปส. มีที่ไหน เพราะนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  อดีตรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรมว.ศึกษาธิการ เขาได้ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นเรื่องภายในพปชร.ไม่เกี่ยวกับตน
 


@ รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องคดีบ้างหรือไม่
 
ไม่มีเลย พวกตนช่วยตัวเอง และไม่ได้ร้องขอให้ใครมาช่วย และก็ไม่ได้หมายความว่า ตนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในรัฐบาล หรือมีอิทธิพล หรือเป็นคนที่สร้างบุญคุณให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องตอบแทนดูแลนั้น  ไม่ใช่เลย ตนไม่เคยคิด ไม่ได้ไปติดต่ออะไรเขาเลย ไม่เคยไปเอ่ยปากร้องขอให้ใครมาช่วยด้วย ไม่เคยขอร้องรัฐบาลเด็ดขาด ไม่เคยตัดพ้อ เพราะรู้ดีว่าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ฝ่ายบริหารไม่อาจก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมได้อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เราต้องเข้าใจว่า ประเทศไทยแยกกันระหว่างอำนาจฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ  บางคนพูดเลยเถิดไปถึงขั้น “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าทหาร”นั้น ไม่ใช่ อย่าคิดไปไกล บางคนตำหนิว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ช่วยเหลือพวกพ้อง ยืนยันว่าตนไม่ใช่พวกพ้องเขา ไม่เกี่ยวกัน

 @ จากบทเรียนที่ได้รับในคดีกปปส. ถอดใจแล้วหรือไม่
 
ตนยังยึดมั่นในสัจจะวาจาว่า จะไม่ลงสมัครเลือกตั้ง ไม่เข้าไปมีตำแหน่งในทางการเมือง และในฐานะประชาชนจะไม่หันหลังให้การเมืองเด็ดขาด เพราะการเมือง คือ หน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องดูแล ตนมีประสบการณ์ทางการเมือง รู้เห็นมาด้วยตัวเอง ฉะนั้นตนถึงได้มาทำพรรคการเมืองของประชาชน




 @ ต่อจากนี้เส้นทางการต่อสู้หลังจากได้รับการประกันตัว จะไปอย่างไรต่อ   
 
เมื่อถูกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกพวกตน สิ่งที่จะต้องทำหลังจากที่ได้รับการประกันตัวออกมา คือ การศึกษาคำให้การของพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย และไปดูหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อศาล เพื่อมายกร่างคำแก้คดี ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้ผู้พิพากษาในชั้นศาลอุทธรณ์ได้มองเห็นข้อเท็จจริงจากคำพูดของพยาน จากเอกสาร หลักฐาน รูปภาพและวีดิโอที่ได้นำเสนอ เพื่อพิจารณาคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ ตนต้องใช้เวลา เพราะตอนที่สู้คดีกันมา เราใช้เวลาสู้คดีในศาลทุกสัปดาห์ เป็นเวลาติดต่อกันปีครึ่ง วันนี้เมื่อถูกศาลพิพากษาลงโทษ


 
ซึ่งพวกตนก็คาดการณ์ได้ว่ามีโอกาสเป็นอย่างนี้ได้ เราเป็นปุถุชน คิดแบบปุถุชนคนธรรมดาว่า เราไม่ได้ทำอะไรเพื่อนส่วนตัว เราทำเพื่อชาติ แผ่นดิน เพื่อบ้านเมือง ทำหน้าที่คนไทยที่รักแผ่นดิน เราไม่ควรถูกลงโทษขนาดนี้อันนี้คิดแบบคนธรรมดา แต่ที่พูดไม่ได้ไปตัดพ้อต่อว่าศาล เราเป็นพวกเคารพในกระบวนการยุติธรรม และตั้งใจว่าจะเดินไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนี ประวิงเวลา พวกตนไปศาลพร้อมกันทุกคน ไม่มีดึงคดี ไม่มีอ้าง ศาลนัดเมื่อไหร่ไปทุกครั้ง ร่วมมือทุกอย่าง คำพิพากษาศาลที่ออกมา ตนไม่วิพากษ์วิจารณ์ศาล แม้กระทั่งศาลไม่ให้ประกันตัวไปนอนในคุก  ก็ไม่ตัดพ้อต่อว่า  ไม่มีใครออกมาโวยวาย ว่าศาลสองมาตรฐาน ศาลรังแกเรา ไม่มีคำพูดแบบนี้ออกมาจากเรา  เพราะเราเรียกร้องผู้คนในประเทศว่าต้องเคารพกฎหมาย  เคารพกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นเราต้องปฏิบัติตามที่เรามีอุดมการณ์อย่างนั้น


 
 “ถามว่าผมเสียใจไหม ต้องบอกว่าเสียใจทุกคน จำเลยทั้งหลาย เราคิดว่าเราเป็นผู้ก่อการดี ผมยิ่งเสียใจใหญ่ เพราะผมพาพี่น้องออกมาต่อสู้ หลายคนหมดอนาคตกลายเป็นผู้มีโทษติดไปทั้งชีวิต บางคนถูกลดชั้นจากประชาชนธรรมดา กลายเป็นประชาชนชั้นล่างไม่มีสิทธิทางการเมือง ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี 10 ปี ไม่สามารถเป็นผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรีได้
 
ตอนนี้ประชาชนธรรมดาทั่วไป มีสิทธิมากกว่าพวกผมไปแล้ว ศักดิ์ศรีความเป็นประชาชนถูกลดไปแล้วย่อมเสียใจเป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่ก็สำรวมตัว สำรวมใจ ต่อสู้ต่อไป ตามกระบวนการยุติธรรมใน เพื่อทำคำแก้คดี ตอนนี้เหตุการณ์ผ่านมา 6-7 ปีไม่มีใครสนใจพวกผม พวกเราก็ต้องก้มหน้าก้มตาสู้ต่อไป ไม่โทษอะไรทั้งสิ้น ถ้ามีคนมาถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะออกมาหรือไม่ ผมบอกเลยว่าออก  ใครมาทำร้ายประเทศชาติอีกยังไงก็ออกมาอีก ไม่เข็ด” นายสุเทพ กล่าว
 


@อยากจะฝากอะไรถึงนักต่อสู้รุ่นหลังหรือไม่
 
สำหรับใครก็ตามที่จะออกมาต่อสู้ในทางการเมืองในลักษณะการชุมนุมหรือเดินขบวน ก็ขอให้ตระหนักไว้ว่าทุกการกระทำจะมีผลในทางกฎหมาย ตนจำได้ 200 กับ 4 วัน นอนกลางดิน กินกลางถนนเจอร้อน เจอฝน เจออาวุธ เจอการทำร้าย ทุกข์ยาก แต่ตอนนั้นยังดี มีคนเป็นแสน เป็นล้านอยู่กับเรา แต่ตอนสู้คดีปีครึ่งมีกัน 39 คนเท่านั้น หว่าเว้ขมขื่นมาก เวลาจะไปขึ้นศาล 1 วันเราต้องทำใจ ศึกษาประเด็นรวบรวมหลักฐานเป็นเดือน ฉะนั้นใครจะทำในสิ่งเหล่านี้ขอให้ตระหนักดูพวกตนเป็นตัวอย่าง ไม่ได้ยกตัวเป็นตัวอย่างแต่ขอให้ดูเป็นกรณีศึกษาว่าวันหนึ่งก็ต้องเจอแบบนี้ ดังนั้นใครก็ตามจะเคลื่อนไหวทางการเมืองขอให้เคลื่อนไหวตามกรอบกฎหมาย ฟุตบอลยังมีกติกาเลย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 81