อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

จ.ม. จากอนุทิน

"จำเป็นต้องชี้แจง...อ่านคอลัมนิสต์คนนี้ เลือกที่จะรับ เลือกที่จะเสนอข้อมูลแบบเลือกข้าง ตามที่แหล่งข้อมูลที่มี "รสนิยมทางการเมืองตรงกัน" อย่างชัดเจน พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 น.


คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีไทยตกขบวน COVAX ที่องค์การอนามัยโลกเป็นหัวหอกตั้งขึ้นเพื่อจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้ชาติต่าง ๆ โดยมี 172 ชาติเข้าร่วม ในอาเซียนก็มี 9 ชาติไปร่วมด้วย ยกเว้นไทย?!? บก. คุณอภิชัย รุ่งเรืองกุล ส่งต่อมาให้ เพราะแม้ไม่ระบุชื่อ แต่คือ คอลัมน์ ฟังเราบ้าง นี่ล่ะ

คุณอนุทินขึ้นต้นว่า จำเป็นต้องชี้แจง...อ่านคอลัมนิสต์ นสพ.เดลินิวส์ คนนี้ เขียนแล้ว เชื่อได้ว่าเป็นคอลัมนิสต์ที่เปิดรับข้อมูลที่เป็นหลักวิชาการจากคณะแพทย์น้อยมาก และเลือกที่จะรับข้อมูล เลือกที่จะเสนอข้อมูลแบบเลือกข้าง ตามที่ตนเชื่อจากแหล่งข้อมูลที่มี รสนิยมทางการเมืองตรงกัน อย่างชัดเจน



1. คณะแพทย์ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า ทำไมไทยไม่เข้าร่วมซื้อวัคซีนผ่าน COVAX ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นตลาดของผู้ขาย และ ผู้ซื้อไม่สามารถต่อรองราคา เลือกวัคซีนไม่ได้  รวมทั้งเงื่อนไขรายละเอียด  เวลาการส่งมอบ อยู่ที่ผู้ขายจะกำหนดให้ ซึ่งจะทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะได้วัคซีนล่าช้ามากกว่าการเจรจาตรงจากผู้ผลิตราคาที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน นำมาอ้างอิงในสภานั้น ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ชี้แจงแล้วว่า เป็นข้อมูลเท็จ เพราะความไม่เข้าใจของผู้นำข้อมูลมาใช้ แต่คอลัมนิสต์คนนี้ ก็ยังเชื่อและจงใจนำมาเสนอซ้ำ โดยไม่รับฟังข้อมูลที่เป็นจริงจากแพทย์ โดยไม่ทราบเจตนาที่แท้จริง

2. วันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า การเจรจาซื้อตรงจากผู้ผลิตทั้งจาก ซิโนแวค และแอสตราเซเนกา ทำให้ไทยได้วัคซีนก่อนหลายประเทศที่รอวัคซีนจาก COVAX เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผอ.องค์การอนามัยโลก เพิ่งให้ข่าวว่า COVAX กำลังมีปัญหาจัดหาวัคซีน ให้ประเทศยากจน เพราะประเทศร่ำรวย แย่งกันซื้อกักตุนเป็นจำนวนมาก ทำให้การบริหารจัดการวัคซีนของ COVAX ไม่เป็นไปตามแผน 3. ขณะนี้ไทยมีวัคซีนแน่นอนแล้ว 63 ล้านโด๊ส จะทยอยส่งมาถึงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์​จนถึงปลายปี เพื่อฉีดให้กับประชาชน 31.5 ล้านคน ซึ่งจะฉีดได้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ที่มีการอ้างว่าบางประเทศในอาเซียนได้ฉีดวัคซีนไปก่อนไทยนั้น 1-2 ประเทศ ซื้อตรงจากผู้ผลิต และ 1-2 ประเทศได้รับบริจาคจากผู้ผลิต ซึ่งยังมีการฉีดน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศ และยังไม่สามารถทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศนั้นได้

4. การบริหารจัดการวัคซีนของไทย ไม่ใช่มีแต่การจัดซื้ออย่างเพียงพอ แต่มีการผลิตวัคซีนในประเทศเองด้วย ทั้งการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากต่างประเทศ และผลิตเองโดยภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการแพทย์ในไทย เพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของคนไทย กลางปีนี้ไทยจะเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่มีโรงงานผลิตวัคซีนโควิด กระจายให้ทุกประเทศในอาเซียน



5. เรื่องเอกชนจะนำวัคซีนเข้ามาให้บริการประชาชน รัฐบาลไม่เคยห้าม แต่จนถึงขณะนี้ มีผู้ผลิตวัคซีนมาขึ้นทะเบียนเพียง 3 รายเท่านั้น เพิ่งได้รับอนุญาต 2 ราย รายอื่น ๆ ยังไม่มีเอกชนใดมาขออนุญาตนำเข้าวัคซีน เหตุที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังซื้อวัคซีนไม่ได้ เพราะกระทรวงมหาดไทย ไม่อนุญาต เนื่องจากวัคซีนนี้เป็นวัคซีนที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ใช่วัคซีนที่มีการซื้อขายในเชิงพาณิชย์ ผู้ผลิตวัคซีน จึงมีนโยบายเสนอขายให้รัฐบาล มากกว่าหน่วยงานอื่น ๆ

6. สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล ทำมาจนถึงขณะนี้ เป็นการพิสูจน์ได้แล้วว่า คณะแพทย์ได้นำประเทศเดินมาถูกทางแล้ว แต่อาจจะมีความสับสนจากผู้ให้ข้อมูลเท็จแก่ประชาชน และใช้ข้อมูลเก่า มานำเสนอบ่อย ๆ ในขณะที่ข้อมูลทางการแพทย์ และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มีการปรับเปลี่ยนไปแล้ว

7. การรับข้อมูลข่าวสารเรื่องวัคซีน เรื่องการควบคุมโรคระบาด ขอให้รับฟังจากแพทย์ เป็นหลัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัด จะทำให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริง และไม่สับสนกับข้อมูลเท็จ ที่มาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้รับการ
กลั่นกรอง ที่มีวัตถุประสงค์อื่น ๆ แอบแฝงนอกจากการนำเสนอข้อมูล การแสดงความเห็น เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง......ขอบคุณครับ

นั่นเป็นคำชี้แจงของคุณอนุทิน ส่วนท่านผู้อ่านจะคิดอ่านประการใด ก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของแต่ละท่าน สำหรับเรื่อง รสนิยมทางการเมือง นั้นก็เป็นสิทธิของแต่ละคนเช่นกัน แต่กาลเวลาจะพิสูจน์เอง ใครทองแท้ ใครทองเก๊ ยังไงก็ขอบคุณมากเช่นกันที่ชี้แจงให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน.....

----------------------
ดาวประกายพรึก

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 79