อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

การฆาตกรรมครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นเมื่อใด

ทุกวันนี้เราเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมอยู่บนหน้าสื่อเเต่ไปหมด ว่าเเต่เคยสงสัยกันไหมว่าเหตุฆาตกรรมครั้งแรกในโลกนั้นเกิดขึ้นที่ใด ตอนไหน เเละเมื่อไหร่กัน พุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 12.00 น.


ผู้อ่านเคยสงสัยไหมครับว่า เหตุฆาตกรรมครั้งแรกในโลกนั้นเกิดขึ้นที่ใด ตอนไหน เมื่อไหร่ เพราะทุกวันนี้เราจะเห็นว่าข่าวสารของสื่อมวลชนไทยนั้นคลาคล่ำไปด้วยข่าวอาชญากรรม ข่าวฆาตกรรม ข่าวคลิปที่ก็โยงกลับไปหาเหตุอาชญากรรมจนท่วมท้นไปหมด ไม่แปลกนะครับ! ที่การชุมนุมของคนหนุ่มสาวในประเทศเราเวลานี้จะบ่นกันว่าสื่อมวลชนไทยนำเสนอข่าวสารอาชญากรรม ฆาตกรรมเยอะไปไหม

หนอนโรงพักทำงานมาปีนี้เป็นปีที่ 12 ยอมรับว่า ข่าวอาชญากรรม ข่าวฆาตกรรมเยอะมากจริง ๆ สมัยก่อนมันไม่ได้เยอะขนาดนี้ พื้นที่ข่าวการเมือง น่าจะเยอะมากกว่า แต่ก็ต้องเข้าใจว่ายุคสมัยที่บีบคั้น การแสดงออกทางการเมืองมีพื้นที่น้อยกว่าเมื่อ 10-20 ปีก่อนมาก ไม่แปลกที่สื่อมวลชนจะเลือกนำเสนอข่าวอาชญากรรม ฆาตกรรม เพราะมันง่ายกว่า มันไม่ซับซ้อน มันไม่ลึกล้ำเหมือนข่าวการเมือง 
 


นอกเรื่องมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยครับ

ในปี 1984 ทีมนักโบราณคดีได้สำรวจถ้ำแห่งหนึ่งในเทือกเขาอาตาปูเอร์กา ซึ่งตั้งอยู่ในตอนเหนือของสเปน เจ้าหน้าที่ค้นพบ โครงกระดูก ซึ่งอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จากการคำนวณของนักโบราณคดีพบว่าร่างดังกล่าวน่าจะมีอายุประมาณ 430,000 กว่าปีจากปัจจุบัน คือมีอายุมานมนานมาก ๆ โดยร่างนี้เป็นของ มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล ซึ่งปัจจุบันสูญพันธ์ไปแล้ว แต่ครั้งหนึ่งเขาเป็นสายพันธ์ุร่วมกับมนุษย์อย่างเรา ๆ ในยุคปัจจุบัน ซึ่งพวกเรานี้เขาเรียกว่าเป็นมนุษย์กลุ่มโฮโม ซึ่งได้ขยับขยายตัวเองจากแอฟริกาแล้วออกเดินทางไปทั่วโลก ใช้เวลาไม่นานก็สามารถกระจายไปอยู่ในโลกใบนี้ ไม่มีเชื้อชาติใดสูงส่งกว่าใครอย่างที่พวกคลั่งเชื่อกันนะครับ เราก็คือ คนเท่ากัน เลย นี่ว่ากันตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังมีคนเอาเรื่องหลอกลวงมาผสมกับหลักวิทยาศาสตร์เก๊ ๆ มาแอบอ้างว่าผิวนี้ดีกว่าผิวอื่น และทำให้โลกเราวุ่นวายมานานเป็นพัน ๆ ปี

สำหรับมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลนั้น เดิมอยู่ในทวีปแอฟริกาแล้วก็กระจายไปทั่วโลกเช่นเดียวกับเผ่าพันธ์ุโฮโมของเรา โดยระหว่างการออกเดินทางผจญภัยนั้น ก็มีการผสมพันธ์กับมนุษย์พันธุ์อย่างเรา ๆ ทำให้เชื้อยีนบางส่วนจะอยู่ในมนุษย์เรา ๆ ด้วย โดยเฉพาะในคนทวีปแอฟริกา



ในเวลาต่อมามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลก็สูญพันธุ์ไปหมดจากโลกใบนี้ ก็ไม่รู้ว่าความจริงแล้ว พวกเขาทำไมสูญพันธุ์ไปได้ ก็ยังต้องมีหลักฐานมากมายที่รอการค้นพบอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับเจ้าร่างดังกล่าว นักโบราณาคดีตั้งชื่อให้ว่า Cranium 17 จากการสำรวจเขาถือว่าร่างนี้เป็นเหยื่อนะครับ เพราะกะโหลกที่เขาค้นพบนั้น มันมีความพิเศษคือ ตรงกะโหลกมี ร่องรอยบาดแผลโหว่ 2 จุดตรงเหนือตาซ้าย จากลักษณะของบาดแผลที่กะโหลก เชื่อได้ว่าน่าจะ ถูกตีด้วยของแข็ง หรืออะไรสักอย่างที่ต้องแกร่งมากถึง 2 ครั้งแยกขาดจากกัน และจากบาดแผลที่เราใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันวิเคราะห์ ก็ดูเหมือนว่าคนตีนั้นประสงค์ชีวิต เจตนาทำร้ายร่างกาย เหยื่ออย่างชัดเจน



ตัว Cranium 17 นั้นไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเพศชายหรือหญิง แต่เดาได้ว่าอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ วัยรุ่น ตอนทีมโบราณคดีไปค้นพบร่างนี้นั้น เขาก็สงสัยว่าทำไมร่างถึงได้อยู่ในถ้ำที่ลึกลับซับซ้อนอย่างมาก จึงมีข้อสงสัยว่า ไปอยู่ในถ้ำได้อย่างไร

ทางผู้เชี่ยวชาญก็พยายามวิเคราะห์จากหลักฐานมากมาย จนมาจบที่สมมุติฐานว่า ที่ร่างนี้ไปอยู่ในถ้ำซ่อนไว้ โดยไม่ได้มีการฝังศพนั้น ก็คงเป็นเพราะมีความพยายาม ปกปิดหลักฐาน หรืออำพรางร่างนี้หลังจากที่ถูกตีไป 2 ครั้ง ซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นก็คงไม่ต้องการให้ใครมาพบร่างนี้อย่างแน่นอน มันถึงอยู่อย่างสงบนิ่งมานานมากแล้ว และทำให้เราได้รู้ว่า มนุษย์เรานั้นก่อเหตุฆาตกรรมกันมามากกว่า 4 แสนกว่าปีเป็นขั้นต่ำแล้ว ก่อเหตุฆาตกรรมไม่พอ ยังมีความพยายามจะฝังอำพรางศพมานมนานแล้วด้วย

ดังนั้น หลักฐานในอดีต นอกจากมนุษย์จะมีความตั้งใจในการช่วยเหลือพรรคพวกเดียวกันเองแล้ว ก็ยังมีความอาฆาตปรารถนาจะฆ่าพวกเดียวกันเองอีกด้วย การฆาตกรรมที่มีมานานกว่า 4 แสนกว่าปี ปัจจุบันเขาถือให้ว่าเป็นการฆาตกรรมครั้งแรกของโลกใบนี้เลย โดยคดีนี้คงไม่ต้องระดมเจ้าหน้าที่นักสืบที่ไหนมาสอบสวนนะครับ เพราะคาดว่าคนก่อเหตุก็คงจะตายไปเป็นแสนปีแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญก็พยายามครับที่จะสืบหาคดีนี้ เขาบอกว่ามันเหมือนการตามรอยควันจากกระบอกปืน ซึ่งยากมาก

โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการจำลองกะโหลกศีรษะและสำรวจทุกอย่าง เชื่อได้ว่าร่างนี้โดนตีอย่างเจตนา ไม่ใช่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน แต่มันเกิดจากความรุนแรงที่ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างตั้งใจ นั่นจึงถือเป็น การฆาตกรรมครั้งแรกของโลก เท่าที่เราค้นพบหลักฐานกันในปัจจุบันนี้



ความโหดร้ายของมนุษย์อย่างเรา ๆ นั้น พอเวลาผ่านไป มันถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีแล้วก็ยังมีเรื่องน่าตกตะลึงอย่างมาก เช่นมีการค้นพบหลักฐานกันจากซากกระดูกอายุประมาณ
5,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช มีการค้นพบร่างของ ทารก เด็กและผู้ใหญ่ 500 ร่าง ถูกฝังในตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ซึ่งร่างทั้งหมดนี้ ถูกฆ่าและถูกกินจากพวกเดียวกันเองด้วย

น่าสยดสยองไหมล่ะครับ!!

ความโหดร้ายของมนุษยชาตินั้นยังมีต่อเนื่อง มีการค้นพบกระดูกคนอายุประมาณ 392-201 ปีก่อนคริสต์ศักราชนั้น ที่ไอร์แลนด์มีร่างชาย 2 คนถูกทรมานและฆ่า โดยเป็นส่วนหนึ่งของ พิธีกรรมบูชายัญ โดยร่างนี้ถูกโยนทิ้งฝังไว้ และถูกค้นพบโดยคนงานที่มาขุดหาหลักฐานในปี 2003 นี่เอง หรืออย่างในปี 2010 มีการค้นพบกระดูกเด็กอายุ 10 ขวบ คาดว่าจะมีอายุอยู่ระหว่างปี ค.. 367 ถูกฆ่าโดยการโดนตีหัวและถูกฝังในห้องแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในค่ายทหาร



ความเลวร้ายของมวลมนุษย์นั้นปรากฏมากกว่าแสนปี หรืออาจะล้านปีแล้ว ในความดีงามที่คนมีไมตรีให้กับคนนั้น ก็ยังมีความเลวร้ายที่คนมอบให้กับคนกันเองด้วย


นี่คือเรื่องราวของหนอนโรงพักสำหรับอาทิตย์นี้ครับ สำหรับตอนหน้าจะเขียนถึงขบวนการมาเฟียอิตาลี โดยเฉพาะในเมืองซิซีลี ซึ่งก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่โด่งดังมากสุดก็คือ Godfather ซึ่งอาทิตย์หน้าเดี๋ยวเรามาว่ากันต่อครับ

รับรองว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง!

..........................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 169