อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

วัคซีนเพื่อสังคม

ถ้าคุณได้รับการฉีดวัคซีนโคโรนาไวรัสแล้ว รออีกสองสัปดาห์ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานตอบสนองการฉีดวัคซีน ทำให้ขณะนี้คุณได้วัคซีนแล้ว แต่นั่นจะหมายความว่าคุณสามารถกลับไปเดินบนเส้นทางเดิมในโลก ที่เคยเป็นมาแบบในอดีตแล้ว โดยไม่ต้องไปกลัวการติดเชื้อไวรัสเลยนั้น พุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.

“เดบอราห์ ฟุลเลอร์”นักจุลชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันซึ่งทำงานด้านวัคซีนโคโรนาไวรัสได้ให้คำอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ถึงการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนไว้ดังนี้

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ เพราะคุณยังสามารถที่จะติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนไปแล้ว แต่โอกาสที่จะป่วยหนักนั้นแทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว

หลายคนอาจคิดว่าวัคซีนทำงานคล้ายโล่หรือเกราะกำบัง สกัดกั้นเชื้อไวรัสไม่ให้เข้ามาติดเราได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ได้ฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการปกป้องจากโรคต่าง ๆ มากกว่าการติดเชื้อ

ระบบภูมิคุ้มกันในแต่ละคนนั้นต่างกันเล็กน้อย ดังนั้น เมื่อวัคซีนมีประสิทธิภาพ 95% จึงหมายความว่า 95% ของคนที่ได้รับวัคซีนจะไม่ป่วย แล้วทำให้มีภูมิคุ้มกันไม่ติดเชื้อได้ หรือถ้าติดเชื้อก็อาจไม่แสดงอาการออกมา เพราะระบบภูมิคุ้มกันได้ช่วยกำจัดเชื้อไวรัสออกไปจากร่างกายได้โดยเร็ว ส่วนที่เหลืออีก 5% ของคนที่ได้รับวัคซีนอาจติดเชื้อได้และป่วย แต่อาการจะไม่หนัก ถึงขั้นส่งรักษาตัวในโรงพยาบาล

ดังนั้นวัคซีนจึงไม่ใช่การป้องกันตัวคุณได้ 100% จากการติดเชื้อ แต่ในทุกรายแล้วคือการทำให้ภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแรงขึ้นมาสู้กับเชื้อไวรัสได้ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะปกป้องการติดเชื้อหรือติดเชื้อโรคระดับไหน นั่นก็จะทำให้คุณดีขึ้นในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย

การติดเชื้อแล้วทำให้แพร่ระบาดหรือไม่ การแพร่ระบาดจะเกิดขึ้นเมื่อคุณได้รับอนุภาคขนาดเล็ก เป็นละอองฝอยของเชื้อไวรัสมากพอจากคนที่ติดเชื้อ แล้วเข้าสู่ร่างกายของเรา ในทางทฤษฎีแล้วคนที่ติดเชื้อไวรัสแล้วอาจแพร่กระจายเชื้อได้อีก แต่วัคซีนจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการเช่นนี้

โดยทั่วไปแล้ววัคซีนไม่ได้หมายความว่าจะช่วยป้องกันได้สมบูรณ์แบบ แต่มันจะลดปริมาณของไวรัสที่จะออกจากปากจากจมูกของคุณที่ติดเชื้อ กระบวนการนี้เรียกว่าการขับเชื้อไวรัส และยังลดระยะเวลาที่จะขับเชื้อไวรัสออกมาด้วย คนที่ขับเชื้อไวรัสออกมาน้อยลง โอกาสที่จะไปติดเชื้อถึงคนอื่นก็ลดลงไปด้วย

กรณีศึกษาของวัคซีนโคโรนาไวรัสนั้น ได้มีนักวิจัยของอิสราเอลทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง 2,897 ราย ซึ่งได้รับวัคซีนที่ไม่แสดงอาการติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่พบไวรัสที่ตรวจจับได้ แต่คนที่ติดเชื้อและมีปริมาณเชื้อไวรัสหนึ่งในสามในร่างกาย เท่ากับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนในช่วงเวลาเดียวกันหลังติดเชื้อ

ไวรัสปริมาณน้อยลงก็ลดโอกาสการแพร่เชื้อให้น้อยลงได้ และหากปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกายน้อยลงมาก โอกาสที่จะแพร่กระจายเชื้อต่อไปก็แทบจะเป็นศูนย์เลย และเมื่อวัคซีนยังไม่ได้ปกป้อง 100%จากการติดเชื้อ ศูนย์เพื่อควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ จึงยังต้องแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยต่อไป และรักษาระยะห่างทางสังคมต่อไป แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม

ในส่วนของประเทศไทย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซียไว้น่าสนใจว่า ข้อมูลการศึกษาระยะที่ 3 เผยแพร่ในวารสารการแพทย์แลนเซต พูดถึงประสิทธิภาพ 91%ของวัคซีน ว่าวัคซีน สปุตนิก วี เป็นไวรัส Vector เช่นเดียวกับของแอสตราเซเนกา ซึ่งใช้ adenovirus เป็นตัวนำสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์มนุษย์ แล้วสร้างโปรตีนเปลือกผิวของไวรัสโควิดซึ่งเรียกว่า สไปรท์โปรตีน การฉีดเข็มที่หนึ่งและเข็มที่สองจะแยกแยะกัน ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับใช้งานฉุกเฉินแล้วใน 17 ประเทศ ราคาอยู่ที่ไม่เกิน 10 ดอลลาร์สหรัฐ

ประเทศเล็ก ๆ อย่างซานมาริโนในยุโรปที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ 3,400 รายและเสียชีวิต 70 คน ยังได้สั่งซื้อวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย 15,000 โดส เชื่อว่าสามารถครอบคลุมประชากร 1 ใน 4 ของทั้งหมด 34,000 คน เมื่อจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนคนละ 2 โดส โดยให้ห่างกัน 21 วัน.

-----------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 45