อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ยิ่งแก้ ยิ่งเละ...!

ลมหายใจบนลีกสูงสุดของ "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก 04 กำลังหายใจรวยรินเต็มที และเมื่อสโมสร "เทค แอคชั่น" ตะเพิด คริสติยอง โกรสส์ พ้นเก้าอี้กุนซือไปอีกคน แล้วกุนซือคนที่ 5 ของทีมในซีซั่นนี้จะเข้ามาช่วยสร้างปาฎิหาริย์ได้หรือไม่...??? อังคารที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น.

ในบรรดาลีกใหญ่ของยุโรปฤดูกาลนี้ นอกเหนือจากเรื่องราวของหัวตารางแล้ว ความเป็นไปด้านท้ายของตารางในหลาย ๆ ลีก ก็มีเรื่องน่าพูดถึงเช่นกัน 
    
ที่บุนเดสลีกา เยอรมนี ทีมใหญ่อย่าง “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก 04 กลายเป็นเต็งจ๋ากับการร่วงลงไปคลุกฝุ่นในลีกา 2 เป็นครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1988
    
จาก 3 ซีซั่นก่อน พวกเขาขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ก่อนจบฤดูกาล 2017-18 ด้วยตำแหน่งรองแชมป์ 2 ฤดูกาลถัดมา คือฤดูกาล 2018-19 และ 2019-20 กราฟผลงานของ “ราชันสีน้ำเงิน” พุ่งดิ่งลงอย่างเหลือเชื่อ พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดจากการตกชั้นทั้ง 2 ซีซั่น 
    
มาถึงฤดูกาลนี้ ผลงานการเก็บได้แค่ 9 แต้มจากการลงสนาม 23 นัด ทำให้ ชาลเก กลายเป็นทีมที่ผลงานแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ในรอบ 50 ปี
    
เวลานี้พวกเขาตามหลัง อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ ทีมอันดับ 16 ซึ่งต้องไปเพลย์ออฟหนีตกชั้น รวมถึงทีมอันดับ 15 อย่าง  แฮร์ธา เบอร์ลิน ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่จะรอดตกชั้นร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ 9 แต้ม ขณะที่เหลือเกมอีก 11 นัด 
    
แต่เมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมา ซึ่ง ชาลเก ชนะแค่ 2 นัดจาก 44 เกมหลังสุด โดยแพ้ไปถึง  26 เกมแล้ว งานนี้ท่าทางจะยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา..!!!
 
    
บรรดาผู้บริหารของสโมสรเอง ก็พยายามที่จะ “เทค แอคชั่น” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มันกำลังย่ำแย่ โดยหลังจากทีมแพ้ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ 0-4 คาบ้านในเกมดาร์บี้แมตช์เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น ตามด้วยการบุกไปโดน “ม้าขาว” สตุตการ์ต ถล่มยับ 1-5 เมื่อวัดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง 
    
หลังเกมพ่าย “ม้าขาว” บอร์ดบริหารของสโมสร สั่งปลด คริสติยอง โกรสส์ กุนซือชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่อุตส่าห์ไปขุดมาคุมทัพเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาออกจากเก้าอี้ 
    
ซึ่งตามข่าวบอกว่า เซอัด โคลาซินัช, ชโคดราน มุสตาฟี และ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ 3 ขาใหญ่ที่เพิ่งย้ายกลับไปร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือ “หัวหน้าคณะปฏิวัติ” ที่กดดันให้สโมสรเขี่ยกุนซือชาวสวิสผู้นี้ออกไป 
    
และกุนซือคนต่อไปที่จะเข้ามาคุมทีม จะกลายเป็นกุนซือคนที่ 5 ของ “ราชันสีน้ำเงิน” ในซีซั่นนี้ ต่อจาก ดาวิด วากเนอร์, มานูเอล บอม, ฮูบ สตีเฟนส์ และ คริสติยอง โกรสส์ ซึ่งกำลังจะเป็นการทำลายสถิติทีมที่ใช้กุนซือมากที่สุดใน 1 ซีซั่นของลีกสูงสุดเมืองเบียร์
    
ไม่เพียงปลดกุนซือเท่านั้น แต่รอบนี้ บอร์ดบริหาร ชาลเก ตัดสินใจโละบุคลากรที่มีหน้าที่ด้านการทำทีมแบบ “ยกชุด” ไม่ว่าจะเป็น ไรเนอร์ วิดมายเยอร์ มือขวาของ โกรสส์, ซาชา รีเธอร์ ผู้จัดการทั่วไป, แวร์เนอร์ เลาท์ฮาร์ด หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลงาน ไปจนถึง โยเคน ชไนเดอร์ ปประธานบริหารฝ่ายกีฬาและการสื่อสารด้วย เรียกว่าตกงานกันยกกระบิ
    
คำถามคือมาเปลี่ยนอีกครั้งตอนนี้ โดยที่โละ “ยกชุด” แบบนี้ มันจะช่วยสร้าง “ปาฏิหาริย์” ได้หรือ? เพราะนี่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่บอร์ดของสโมสรใช้มาตลอด ผลงานไม่กระเตื้องก็เปลี่ยนโค้ช แถมเมื่อต้นซีซั่นก็เพิ่งเปลี่ยนผู้อำนวยการเทคนิคอีกต่างหาก
    
คำตอบเบื้องต้นขึ้นอยู่กับเกมที่พวกเขาจะเจอกับ ไมนซ์ ทีมรองบ๊วยในวันศุกร์นี้ ถ้าทุกอย่างยังเข้าอีหรอบเดิม แฟนบอลของ “ราชันสีน้ำเงิน” อาจต้องทำใจ และซ้อมครวญเพลงของพี่ “กบ ทรงสิทธิ์” เอาไว้ได้เลยว่า...
    
ปาฏิหาริย์ ไม่มีจริง... 
.
.            
ผยองเดช 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 90