อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

เปิดแผน"W-MAP"นั่งเรือต่อรถไฟฟ้า 32คลอง-เจ้าพระยาขนานถนน 492 กม.

โครงข่ายทางน้ำ W-MAP ใช้งบ 33 ล้านบ้านเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมถึงเพิ่มเส้นทางการเดินทางทางน้ำให้เป็นอีกทางเลือกกับประชาชนและช่วยลดค่าใช้จ่าย อังคารที่ 2 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น.

พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีข้อสั่งการมอบหมายกระทรวงคมนาคมร่วมกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มบริการขนส่งในแม่น้ำลําคลอง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะแม่น้ำลำคลองที่ขนานกับถนนสายหลักเพื่อลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ใช้งบประมาณ 33 ล้านบาทจ้างที่ปรึกษาศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำ(W-MAP) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงเพิ่มเส้นทางการเดินทางทางน้ำให้เป็นอีกทางเลือกกับประชาชนและช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากการเดินทางโดยเรือ มีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดที่สุด มีความสะดวก และตรงเวลา นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวพร้อมกันนี้จะเป็นอีกระบบขนส่งที่จะใช้ระบบตั๋วร่วม



โครงการนี้ใช้เวลาศึกษา 14 เดือน เริ่มตั้งแต่ ก.ย.2563 จะแล้วเสร็จ พ.ย.2564 เพื่อเสนอแผนฯให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณา จากนั้นคาดว่าภายในปี 2564 จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติต่อไป

นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสนข. ระบุว่า หลังจาก ครม. อนุมัติแผน W-Map จะนำมาพัฒนาคลองขุดมหาสวัสดิ์ เป็นโครงการนำร่องระยะทางรวม 28 กม. แบ่งเป็น ด้านตะวันตกเชื่อมแม่น้ำท่าจีน 20 กม. และด้านตะวันออกเชื่อมถึงคลองบางกอกน้อย 8 กม. จะพัฒนาจากประตูน้ำมหาสวัสดิ์-วัดชัยพฤกษมาลาราชวรวิหาร เนื่องจากเส้นทางนี้มีประชาชนอาศัยหนาแน่น ทั้งชุมชนต่างๆ รวมถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ทำงานในกรุงเทพฯแต่พักอาศัยอยู่ที่จังหวัดปริมณฑล จะเพิ่มทางเลือกการเดินทางระหว่าง จ.นครปฐม-กทม. ช่วยลดปริมาณการจราจรติดขัดบริเวณถนนบรมราชชนนี และสะพานพระราม 8 ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯได้



นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมการขนส่งสาธารณะระบบราง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันระยะทาง 15 กม. รวม3 สถานีด้วย ได้แก่สถานีบางซ่อน สถานีบางบำหรุ และสถานีตลิ่งชัน ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนก.ค.2564

โครงข่ายการเดินทางทางน้ำ (W-MAP) เกิดจากการเชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยากับคลอง 31 คลอง รวมเป็น 32 คลอง ระยะทางรวม 492.2 กม. ซึ่งเป็นทั้งคลองในการกำกับดูแลของ กทม., กรมเจ้าท่า (จท.) และกรมชลประทาน ปัจจุบันมีเรือโดยสารสาธารณะให้บริการในเขตกทม. และปริมณฑล 5 เส้นทาง ระยะทางรวม 77 กม. ประกอบด้วย 1.เส้นทางของเรือด่วนเจ้าพระยา และเรือไฟฟ้าให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยา 34.8 กม. 2.เส้นทางในคลองแสนแสบ 17.2 กม. 3.เส้นทางในคลองผดุงกรุงเกษม 4.4 กม. 4.เส้นทางในคลองภาษีเจริญ 11.5 กม. และ 5.เส้นทางในคลองประเวศบุร



รมย์ (คลองพระโขนง) 9 กม. มีจำนวนท่าเรือทั้งหมด 119 ท่าเรือ มีจุดเชื่อมต่อเดินทาง ล้อ-ราง-เรือ 12 จุด และมีผู้โดยสารใช้บริการทั้งหมด 200,000 คนต่อวัน หรือ 70 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ตามตัวเลขการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2 .3-2.5 ล้านคนต่อวัน แยกออกมาดังนี้ รถเมล์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.และรถเมล์ร่วมมีผู้โดยสารประมาณ 1 ล้านคน ใช้บริการเรือคลองแสนแสบเฉลี่ย40,000-50,000 คนต่อวัน ขณะที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวประมาณ 8 แสนคนต่อวัน รถไฟฟ้าสายสีม่วงประมาณ 70,000 คนต่อวัน ส่วนแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ประมาณ 8 หมื่นคน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเฉลี่ยประมาณ 4แสนคนต่อวัน สายสีม่วงราว5- 6 หมื่นคนต่อวัน คาดว่าเมื่อรถไฟฟ้าสายแดงเปิดบริการจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 3 แสนคนต่อวัน



รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดการเดินทางไร้รอยต่อ สอดคล้องแผนปฏิรูปของขสมก.
ที่จะปรับให้รถเมล์เป็นระบบฟีดเดอร์ขนส่งคนเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะ และเส้นทางการเดินทางน้ำจะเป็นอีกฟีดเดอร์สำคัญที่ขนคนมายังสถานีรถไฟฟ้า

ปัจจุบันมี 5 เส้นทางที่เปิดให้บริการเดินเรือมีท่าเรือ ที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบันในรัศมี 500 เมตร จำนวน 12 จุด ประกอบด้วย ท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน10 สถานี ได้แก่ สถานีอโศก, สถานีหัวลำโพง, สถานีบางไผ่, สถานีบางหว้า, สถานีเพชรเกษม 48, สถานีภาษีเจริญ, สถานีสะพานพระนั่งเกล้า, สถานีบางโพ, สถานีสนามไชย, สะพานตากสิน รวมถึงท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสีเขียว) 2 สถานี ได้แก่ สถานีราชเทวี, สถานีบางหว้า และท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) 2 สถานี ได้แก่สถานีมักกะสัน, สถานีรามคำแหง



ในอนาคตเมื่อเดินตาม W-MAP จะเพิ่มจุดเชื่อมต่อทางเรือกับระบบรถไฟฟ้าอีก 15 จุดรวมทั้งสิ้นเป็น 27 จุด เท่ากับจะมีจุดเส้นทางทางเรือเพิ่ม โดยแผนการบริหารจัดการได้วางระบบให้เบื้องต้น ประเมินว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2565 โดยจะพิจารณาใบอนุญาตให้เอกชนมาเดินเรือ พร้อมทั้งพิจารณาให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) ในส่วนการพัฒนาท่าเรือ และพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

ความหวังกรุงเทพฯจะเบาบางเรื่องรถติดลงได้ W-MAP น่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่ต้องตามติดว่าเมื่อมีการเดินเรือเพิ่มขึ้นจะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ขนาดไหน ประเด็นสำคัญเรื่องค่าโดยสารต้องยืนอยู่บนจุดที่ถูกและตรงเวลาที่สุด

---------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น