อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 เมษายน 2564

ไม่สนก็ได้แต่ไม่ใช่'กิตติภณ' น้ำใจงามเก็บของหล่นสี่แยก

ชื่นชมหนุ่มเทศบาลซับสมอทอด เพชรบูรณ์ น้ำใจงามโดดลงรถตู้ วิ่งเก็บอุปกรณ์นักเรียนที่หล่นกลางสี่แยกไฟแดง ไม่ห่วงอันตราย แต่เสียดายหากรถเหยียบพังเสียหาย ต้องเสียเงินซื้อใหม่ เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.


จุดเริ่มต้นของการทำความดีไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ก็ล้วนแต่เป็นการทำความดีทั้งสิ้น

ถามหน่อยว่า พาคนข้ามถนนเป็นเรื่องของการทำดีมีน้ำใจไหม ก็ใช่!

การช่วยถือของ การลุกให้ผู้อื่นนั่ง การประคอง พยุง การเก็บขยะ กวาดถนน ฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นการทำดีทั้งนั้น

สัปดาห์นี้ "เสือสมุทร" มีเรื่องราวของการทำดีของชายรายหนึ่ง แต่งชุดทำงานของหน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอบึงสามพัน กำลังก้มเก็บอุปกรณ์การเรียน เช่น หนังสือเรียน สมุดการบ้าน ปากกา ดินสอ ที่นักเรียนคนหนึ่งทำหล่นกลางสี่แยกไฟแดง ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มารดาขี่ข้ามสัญญาณไฟแดง เพื่อกลับบ้าน เนื่องจากนักเรียนคนดังกล่าวลืมรูดซิปกระเป๋า จึงทำให้อุปกรณ์การเรียนหล่นกลางสี่แยกไฟแดง ท่ามกลางรถวิ่งขวักไขว่ โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวินาทีดังกล่าวไว้ได้



บอกเลยว่าน้อยคนนักที่เห็นเหตุการณ์แล้วจะมีน้ำใจไปช่วย เพราะอะไรเหรอ ก็เหตุเกิดกลางสี่แยกไฟแดง มีรถวิ่งไปมา 



คนอื่นอาจไม่กล้า แต่ไม่ใช่สำหรับ นายกิตติภณ หิรัญทัศน์ เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลตำบลซับสมอทอด และดูแลงานเทศกิจเทศบาลตำบลซับสมอทอด ที่ห่วงอุปกรณ์ของเด็กมากกว่าอันตราย ได้เข้าไปช่วยเก็บอุปกรณ์การเรียนที่หล่นกลางถนน



"กิตติภณ" เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า ขณะที่ตนนั่งอยู่ในรถตู้กำลังติดสัญญาณไฟแดง หลังกลับจากไปเยี่ยมบ้านผู้ยากไร้อยู่นั้น สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งแม่เป็นคนขี่และมีลูกแต่งชุดนักเรียนนั่งซ้อนท้าย กำลังข้ามสัญญาณไฟจราจรไปอีกฝั่ง จังหวะนั้นเองตนเห็นอุปกรณ์การเรียนของเด็กคนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน สมุด ดินสอ ปากกา หล่นจากกระเป๋ากระจายเต็มถนน โดยแม่พยายามจะจอดรถเก็บแต่รถค่อนข้างเยอะ จึงไปจอดริมถนนอีกฝั่ง และพยายามจะวิ่งมาเก็บ แต่ก็มาไม่ได้ 



วินาทีนั้นตนจึงคิดว่าถ้ารถเหยียบอุปกรณ์เหล่านั้นพังเสียหาย คงต้องใช้เงินจำนวนหลายบาทในการซื้อใหม่ และยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด กว่าจะหาเงินได้แต่ละครั้งก็ลำบาก จึงได้ตัดสินใจรีบลงจากรถวิ่งไปเก็บอุปกรณ์ดังกล่าวส่งคืนให้กับแม่เด็กที่ยืนรออยู่อีกฝั่ง โดยไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายรูปและเอาไปโพสต์ชื่นชมในเฟซบุ๊ก 

ตนก็รู้สึกดีใจและขอบคุณที่มีคนเห็นความดีเล็กๆ น้อยๆ ที่ตนได้ทำในครั้งนี้



หากคนเรามองข้ามความดีมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ไป สังคมคงไม่น่าอยู่ 

ฉะนั้นการทำดีไม่ใช่เรื่องน่าอาย กลับเป็นสิ่งดีงามที่จะทำให้สังคมงอกงามได้อย่างสมบูรณ์ เฉกเช่นการทำดีของ "กิตติภณ"
...................................
คอลัมน์ "คนดีของสังคม"
โดย "เสือสมุทร"
ข้อมูล-ภาพ "กิตติ ตันติมาลา" จ.เพชรบูรณ์
อ่านเรื่องราว "คนดีของสังคม" เพิ่มเติม..

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น