อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 เมษายน 2564

จุฬาฯ-ใบยามั่นใจรับมือเชื้อโควิด-19กลายพันธุ์ได้

จุฬาเร่งพัฒนาวัคซีนใบยารุ่น2 ชวนคนไทย'สู้ไม่หยุด'ร่วมเป็นทีมไทยแลนด์บริจาคได้ถึงสิ้นปี64 พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 20.00 น.


ศ.นพ.ธีระวัฒน์  เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ‘ไวรัสโคโรนา สามารถกลายพันธุ์ปรับเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จีนค้นพบเชื้อไวรัสโคโรนาในค้างคาว ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งนอกจากจะมีไวรัส SARS แล้วยังพบว่ามีไวรัสชนิดอื่นแฝงอยู่ด้วย  จนทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าหากไวรัสรวมตัวกันอาจก่อให้เกิดโรคอุบัติใหม่อย่าง โควิด-19 ขึ้นมาได้อีก ซึ่งถือเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของไวรัสที่อาจกลายพันธุ์เพื่อให้อยู่รอดได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ หรือมนุษย์สู่มนุษย์ ย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 



ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาแพลตฟอร์มหรือกระบวนการผลิตวัคซีนรองรับเหตุการณ์ หรือโรคอุบัติใหม่ให้ทันการณ์ อย่างไรก็ตามเวลานี้ ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าไวรัสโควิด-19 จะกลายพันธุ์ไปได้อีกกี่สายพันธุ์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ซึ่งศูนย์โรคอุบัติใหม่ฯ คาดการณ์ว่าจะเริ่มตรวจเชิงรุกภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้  ซึ่งไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพียงอย่างเดียวแต่ยังช่วยตรวจหาเชื้อไวรัสชนิดอื่นรวมถึงเชื้อไข้หวัดใหญ่ H5N8 ด้วย’



รศ.ดร.วรัญญู พูลเจริญ  อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า “จุฬาฯ-ใบยา ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาไว้แล้ว  โดยทีมนักวิจัยค้นคว้าหาข้อมูลจนทราบพัฒนาการของเชื้อไวรัส ทันทีที่เราทราบรหัสพันธุกรรมของไวรัสที่กลายพันธุ์จากสายพันธุ์อังกฤษและแอฟริกาใต้  นักวิจัยของใบยาได้ใช้เทคโนโลยีของเราเองพัฒนาต้นแบบวัคซีนได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 9 วันเท่านั้น

ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นเตรียมทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนในระดับห้องปฏิบัติการแล้ว ซึ่งหากไวรัสกลายพันธุ์นี้ระบาดในประเทศไทยเมื่อไหร่ วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันวันนี้อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีกระบวนการพัฒนาวัคซีนเป็นของเราเอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่มิอาจทราบล่วงหน้าได้”



ด้าน รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดีด้านการวางและกำหนดยุทธศาสตร์นวัตกรรมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ เผยว่า ‘เราตระหนักดีว่าขณะนี้คนไทยมีความหวังและกำลังรอคอยวัคซีนโควิด-19 เราจึงกำลังพยายามกระชับกระบวนการทุกขั้นตอนให้สามารถทดสอบในมนุษย์ได้ทันภายในกลางปีนี้  โดยเรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจเดินหน้าทำเพื่อคนไทยต่อไป’

โดยมีเป้าหมายระดมทุนบริจาคให้บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้เพิ่มช่องทางรับบริจาคให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น อาทิ ช่องทางสื่อสารหลักผ่านเพจ CUEnterprise, เปิดร้านค้าออนไลน์ของมูลนิธิ CUEnterprise บน K PLUS, จับมือเพจสถาบันการศึกษาชั้นนำและพันธมิตรมากมาย, เปิดรับทีมไทยแลนด์จากทั่วประเทศและการสนับสนุนต่าง ๆ จากภาคเอกชน และยังคงเปิดรับบริจาคอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2564

มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์  ยังคงเปิดรับบริจาคอย่างต่อเนื่องด้วยรูปแบบที่เอื้อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 

ช่องทางที่ 1 บริจาคโดยตรงผ่านเลขบัญชี 162-6-01946-0 มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ธนาคารกรุงไทย สาขาจามจุรีสแควร์

ช่องทางที่ 2 สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking ของธนาคารใดก็ได้บนเว็บไซต์ www.CUEnterprise.co.th

ช่องทางที่ 3 บริจาคผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เพียงแสดงบัตรประชาชน



สำหรับสมาชิกทีมไทยแลนด์ที่บริจาคเข้ามา สามารถนำสลิปมาลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิสมนาคุณผ่านทางเว็บไซต์ www.CUEnterprise.co.th โดยระบบจะส่งอีเมล์หรือ SMS กลับไปเพื่อแจ้งรายละเอียดสิทธิสมนาคุณต่างๆ ตามที่โครงการกำหนด และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทร. 0-2576-5500 หรือเว็บไซต์ www.CUEnterprise.co.th เฟซบุ๊ก CUEnterpriseOfficial และ ไลน์ @CUEnterprise

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น