อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

พม. เผย สถานการณ์ค้ามนุษย์ปีที่ผ่านมาดีขึ้น

รองปลัด พม. เผย สถานการณ์ค้ามนุษย์ปีที่ผ่านมาดีขึ้น เทียบจากสามปีที่ผ่านมา เป็นผลสืบเนื่องจากการทำงานของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.30 น.


นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า   สถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยปีที่ผ่านมา (ปี 2563) ดีขึ้น เมื่อเทียบกับสามปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2560 - 2562 สืบเนื่องจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ใน 3 ด้านสำคัญ ดังนี้

1. ด้านดำเนินคดี โดยสถิติคดีค้ามนุษย์ลดลงเหลือ 131  คดี เมื่อเทียบกับปี 2560  มีจำนวน 302  คดี/ ปี 2561  จำนวน 304  คดี และปี 2562  มี 288  คดี สำหรับรูปแบบการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่ยังเป็นรูปแบบการค้าประเวณี จับกุมผู้กระทำผิดได้ 179  คน ลดลงจากปี 2562  ซึ่งมี 555  คน และสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้ จำนวน 299  คน

ซึ่งมีจำนวนลดลงเช่นกันเมื่อเทียบกับปี 2562  ที่มีจำนวนกว่า 1,800 คน  และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์  9 ราย และยึดอายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี 2555 - 2563 ได้กว่า 45 ล้านบาท
 
2. ด้านคุ้มครองช่วยเหลือ โดยกระทรวง พม. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โดยมีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ จำนวน  148 คน สมัครใจเข้ารับการคุ้มครอง ในสถานคุ้มครองของ พม. 140  คน และสถานคุ้มครองเอกชน จำนวน 8  คน 

3. ด้านป้องกัน การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปรามการค้ามนุษย์ เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขน ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน การกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในกลุ่มแรงงาน การคุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

นางสาวแรมรุ้ง ย้ำว่า จากการสถานการณ์ค้ามนุษย์ที่ดีขึ้นเป็นผลจากการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และถึงแม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  แต่ทุกหน่วยงานยังดำเนินการ
อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ โดยหากพบเห็นเหตุการณ์สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300  หรือ Application “Protect-U”


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น