อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

Detective Chinatown 3 "แก๊งม่วนป่วนโตเกียว" 

ดูหนังกับหมีสัปดาห์นี้รีวิว ภาพยนตร์จีนชื่อดังที่ทำออกมาแล้ว 3 ภาค เรียกเสียงหัวเราะจากคนทั่วโลกชนิดถล่มทลายนั่นก็คือ Detective Chinatown 3 "แก๊งม่วนป่วนโตเกียว"  ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 น.


ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีหนังฟอร์มยักษ์มาให้ชมกันหลายเรื่อง แต่มีอยู่ 1 เรื่องที่เรียกว่าน่าสนใจและทุนสร้างสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ แถมยังทำออกมาแล้วถึง 2 ภาค ประสบความสำเร็จ จนต้องทำมาจนถึงภาคที่ 3 "ดูหนังกับหมี" จึงไม่พลาดที่จะนำเรื่องราวเหล่านี้มารีวิวบอกเล่าเก้าสิบให้คอหนังได้ยลกันแบบจุใจนั่นก็คือ  "Detective Chinatown 3 แก๊งม่วนป่วนโตเกียว" ภาพยนตร์คอมเมดี้แนวสืบสวน ฮาป่วนจนท้องแข็ง จนถึงขนาดต้องทำใบปิดภาพยนตร์เป็นการ์ตูนยอดนิยมของญี่ปุ่น มีการใส่ใบหน้าของเหล่านักแสดงชื่อดังไว้แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "โทนี่-จา" หรือ "จา-พนม" นักแสดงหนุ่มสายบู๊ชื่อดังที่พลิกบทบาท รับงานการแสดงหนังแนวตลกเป็นครั้งแรก ตัวหนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 16 นาที ฝีมือผู้กำกับคนเดิมกับที่ทำมาแล้ว 2 ภาคนั่นก็คือ "เฉิน ซือ ฉิง" 





ย้อนรอย คู่เชอร์ล็อกโฮมส์ "เซินเจิ้น"
ใน ปี 2015 ผู้กำกับชื่อดัง "เฉิน ซือ ฉิง" ได้ทำหนังแนวสืบสวนแบบ "เชอร์ล็อกโฮมส์" โดยใช้ชื่อ Detective Chinatown หรือ "แก๊งม่วนป่วนเยาวราช" ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำพล็อตเรื่องให้มีแต่การสืบสวนฆาตกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องบทแอ๊คชั่นสุดมัน การผจญภัยป่วนฮาตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เน้นจุดไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชนิดคนไทยดูแล้วยังคิดว่า นี่มันหนังโปรโมตชีวิตดีๆในกรุงเทพฯ ชัดๆ!! พร้อมจัดหนักจัดเต็มด้วยการปิดถนนกลางกรุง เหมารถตุ๊ก ๆ มาซิ่งเกือบครึ่งร้อยคัน ดาราที่รับบทหนักสุด ๆ คงไม่พ้นคุณลุงตัวป่วน "ถังเหริน" (รับบทโดย หวัง เป่าเชียง) และหลานชายสุดหล่อ "ฉินเฟิง" (รับบทโดย หลิว ห่าวหราน) ที่จู่ ๆ ก็โยนบทให้คุณลุงถูกโดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรที่พัวพันกับคดีปล้นทอง ขณะที่หลานชายที่ผิดหวังจากการเป็นนักเรียนตำรวจ ต้องมาช่วยสืบสวนหาทองคำที่หายไป รวมทั้งคลี่คลายคดีนี้ว่าเป็นฝีมือของคนร้ายฝ่ายไหนกันแน่ ตอนจบยังมีสตอรี่เล่าไปล่วงหน้าแล้วว่า จะไปลุยสืบคดีฮาป่วนที่ "นิวยอร์ก" สหรัฐอเมริกาอีก ปรากฏว่าหนังภาคแรก ทำเงินไปได้ทั้งหมด 126 ล้านดอลลาร์จากทั่วโลก เรียกว่าประสบความสำเร็จสุด ๆ 




Detective Chinatown 2
ปี 2018 คู่เชอร์ล็อกโฮมส์ เซินเจิ้น กลับมาลุยสืบคดีในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดย "ฉินเฟิง" โดนคุณลุงตัวป่วนหลอกให้มาไขคดีฆาตกรรมปริศนาหลานชายเจ้าพ่อแก๊ง 3 เสี่ย แต่จะสืบหาเรื่องนี้เพียงลำพังคงธรรมดาเกินไป ทำให้พวกเขาต้องมาสืบคดีแข่งกับเหล่านักสืบชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกที่มาตาม "แอพพลิเคชั่น CRIMASTER" เพื่อแลกกับเงินรางวัล 5 ล้านดอลลาร์ โดยมีเวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ภาคนี้ผู้กำกับชื่อดังพยายามเน้นให้หนังมีความเข้มข้นในเรื่องการสืบหาข้อเท็จจริงต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม เน้นหนักเรื่องสถานที่ไฮไลต์และแลนด์มาร์คในเมืองที่สวยงาม ทั้งยังลงทุนปิดถนนกลางเกาะแมนฮัตตัน เพื่อถ่ายทำฉากไล่ล่า ก่อนจะจัดมุกฮาแซววัฒนธรรมของลุงแซม ไม่เว้นแม้แต่อดีตประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ทำให้ชาวมะกันเองถึงกับหัวเราะจนท้องแข็ง หนังโกยรายได้ไปถึง 554 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าภาคแรกเกือบ 3 เท่าตัว แถมช่วงสุดท้ายของหนังยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า จะไปลุยคลี่คลายปริศนาที่ "โตเกียว-ประเทศญี่ปุ่น" แน่นอน  



เรื่องย่อ Detective Chinatown 3 
เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมครั้งใหญ่ในนครโตเกียว คู่หูนักสืบแก๊งชื่อกระฉ่อน "ถังเหริน" และ "ฉินเฟิง" สองลุงหลานจึงได้รับการเชื้อเชิญให้มาสืบหาอาชญากรสวมหน้ากากที่ชื่อ Q (คิว) ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม แต่คราวนี้ "ฉินเฟิง" กลับต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง ขณะที่ผู้ร้ายยังคงก่อเหตุไปเรื่อย ๆ  สองนักสืบจึงต้องร่วมมือกับนักสืบสายเอเชีย อย่าง "โนดะ ฮิโรชิ" (รับบทโดย ซาโตชิ ซึมาบุกิ) และ "แจ๊ก จา" (รับบทโดย "โทนี จา" หรือ จา พนม) ไล่ล่าอาชญากรผู้นี้ให้จงได้ 





จุดเด่นของ Detective Chinatown 3 
ด้วยทีมงานสร้างคุณภาพและทีมพากษ์ระดับเทพอย่าง "พันธมิตร" ทำให้ผู้ชมเสพความบันเทิงตั้งแต่ต้นยันจบได้เต็มที่ พล็อตหนังไม่ได้มีความซับซ้อนแถมยังปูเรื่องให้แก้ปมปริศนาไปเรื่อย ๆ นักแสดงดาวเด่นคู่ลุง-หลาน ก็ดึงความฮาไว้ได้เช่นเคย ยิ่งมาเจอ "จา พนม" ที่พลิกบทบาทเล่นหนังตลกยิ่งฮาป่วนเข้าไปใหญ่ ซึ่งในเรื่องนี้เขามีบทพูดที่มากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่ามากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาก็ว่าได้ 





จุดอ่อนของ Detective Chinatown 3 
ด้วยทีมงานที่จัดตัวประกอบไว้ค่อนข้างมาก ผู้ร่วมแสดงค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังทำให้บางฉากไม่สมจริง เช่นฉากโชว์ปิดย่านชิบูยะเพื่อโปรยเงินนั้น ดูแล้วยังเหมือนเป็นการเตี้ยมกันมาก่อน บางซีนก็ยังดูไม่แน่นพอ การส่งบทให้ฮาแล้วไม่ฮา ยังพบเห็นอยู่บ้าง 
 
4/5 สำหรับหนังที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีสลายความเครียดแล้วยังมองเห็นฉากแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ในกรุงโตเกียว-ญี่ปุ่น อีกด้วย.





.................................................

คอลัมน์ :
ดูหนังกับหมี
โดย แพนด้าอ้วน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เว็บไซต์ ยูทูบ และ Warner Bros. Pictures

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 83