อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

วาเลนไทน์กับ "แชทบอต"เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเพศ

 “Sex Safe Safe by เจน Sex Bot พื้นที่ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เเละเเก้ปัญหา "เรื่องเพศ" ในเยาวชนเเบบเปิดเผย พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


วาเลนไทน์ เทศกาลแห่งความรัก เมื่อดูข่าวปีเก่าๆ เรามักจะเจอข่าวประเภทว่า ราคาดอกกุหลาบแพงขึ้นไปกี่เท่าๆ พอกลางคืนก็มีข่าวตำรวจไปตรวจม่านรูด โมเทลต่างๆ ว่า มีการล่อลวงเยาวชนไปทำมิดีมิร้ายอะไรกันบ้างหรือเปล่า แต่วาเลนไทน์ปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงาเพราะภาวะโควิด คนไม่ค่อยออกมาพบกัน เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี แต่ละที่ที่จัดงานวาเลนไทน์ก็กลายเป็นว่า ต้องยกเลิกจัดงานไปเพื่อป้องกันการรวมตัว

กลับมาอ่านข่าวดูก็เจอข่าว หมอโอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาเสนอแนะว่า วาเลนไทน์ปีนี้ขอให้ประชาชนที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์หันมาช่วยตัวเองแทนการมีเซกส์  จนกระทั่งมีฝ่ายการเมืองออกมาเหน็บ โดยนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส โฆษก กมธ.วิสามัญป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเรา และการล่วงละเมิดทางเพศออกมาโวยว่า วาเลนไทน์ทีไรห่วงใยเรื่องเซกส์ทุกที แล้วถึงเวลาที่เซกส์ทอยจะถูกกฎหมายได้หรือยัง

ถ้าจะพูดกันแบบหรูหราปัญหาเชิงโครงสร้าง เขาก็บอกว่า เซกส์ทอยมันเป็นความรุนแรงที่กดทับผู้หญิง เพราะผู้หญิงจะถูกประเมินเชิงจริยธรรมมากกว่าในการใช้เซกส์ทอย แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ชายใช้เซกส์ทอยอย่างพวกตุ๊กตายาง หรืออะไรอีกบ้างก็คงไม่ต้องเอามาบอกกัน ณ ที่นี้ ซึ่งถ้าแนะนำให้ช่วยตัวเองได้ ทำไมถึงไม่แนะนำให้ใช้เซกส์ทอย มันดูเป็นความย้อนแย้งชอบกล เซกส์ทอยผิดจริยธรรม แต่สนับสนุนให้ช่วยตัวเอง เอ้อ..แปลกๆ ดี

ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุก็ออกมารณรงค์เรื่องให้คนมีลูกกันมากๆ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือไม่มีประชากรวัยทำงานชุดใหม่เพียงพอ อัตราการเกิดของประเทศไทยปีนี้ก็ต่ำกว่าหกแสน ซึ่งทำให้ต้องคิดเรื่องนี้กันจริงจัง ก่อนหน้านี้รัฐบาล คสช.ก็พยายามส่งเสริมโดยการแจกโฟเลตให้กับผู้หญิง เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์ แต่คู่รักเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยอยากมีลูกเพราะภาระเยอะ

อย่างไรก็ตาม การมีเซกส์นี้ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องสอนกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่พูดกันให้ถึงลูกถึงคนเพราะมองว่าเป็นเรื่องน่าอาย ทำให้เกิดการที่เยาวชนเข้าไปลองผิดลองถูกกันเอง เมื่อเกิดปัญหาก็รับผิดชอบไม่ได้ ถ้าใครตามเวบไซด์พันทิปเมื่อก่อนบ่อยๆ จะเห็นว่า ห้องชานเรือนมีคำถามตลอดว่า แบบนี้จะท้องหรือไม่ และที่น่าเสียดายคือเราไม่ได้สอนกันในเรื่องการมีเซกส์โดยความยินยอมพร้อมใจและรับผิดชอบต่อตัวเองได้



โลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คก็พยายามเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจเรื่องเพศในเยาวชน โดยสร้าง “แชตบอตเรื่องเซกส์ ในเพจ “Sex Safe Safe by เจน Sex Bot” โดยสร้างขึ้นในปี 2560 จนวันนี้มีคนตามหลักแสน โดยเริ่มแรกนั้น เป็นโปรแกรมชื่อ จูดี้ ไว้สอนหญิงให้กล้ายืนหยัดในการให้ผู้ชายใช้ถุงยางอนามัย และสร้างชุมชนเด็กรุ่นใหม่ให้ความรู้ทางด้านเพศศึกษาตามขององค์การยูนิเซฟ หรือที่เรียกว่า CSE (Comprehensive Sex Education)  ที่ให้ความรู้อย่างครอบคลุมรวมถึงเรื่องความรับผิดชอบ

องค์กร “โอเพ่นดรีม”ที่สร้างโปรแกรมนี้ ระบุว่าว่า เหตุที่มีการพัฒนาเพจนี้ขึ้นมา เพราะจำนวนผู้หญิงที่ท้องในวัยต่ำกว่า 20 ปีในประเทศไทยมีมากเป็นอันดับสองในประเทศอาเซียน การสร้างเครื่องมือเพื่อให้ความรู้ จึงไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความปลอดภัย คือไม่ท้องและไม่ติดโรค แต่ยังควรที่จะครอบคลุมถึงเรื่องจิตใจ ทัศนคติ ความเชื่อในสังคมอีกด้วย  เครื่องมือจึงควรเป็นสิ่งที่วัยรุ่นเข้าถึงได้ จึงเริ่มจากเกมและกลายเป็นแชทบอต

ปัจจุบัน แชทบอตมีจำนวนผู้ที่เข้ามาพุดคุยสูงถึง 828 คนต่อวัน ต่อมา ได้มีองค์กร  Rocket Media Lab เข้ามาเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์เนื้อหา ให้ครอบคลุม หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เข้าใจถึงข้อจำกัดของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน ซึ่งการเก็บข้อมูลจากการพูดคุยอินบอกซ์ในเพจ  Sex Safe Safe   60% ของแฟนเพจเป็นเพศหญิง และอีก 40% เป็นเพศชาย กลุ่มช่วงอายุที่มีมากที่สุดคือช่วงอายุ 18-24 ปี สูงถึง 44% แบ่งเป็นเพศหญิง 29% และเพศชาย 15%

เมื่อนำเอาข้อความทางอินบอกซ์จำนวน 12,833 ข้อความ ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมามาวิเคราะห์ พบว่าผู้สนทนาเป็นเพศหญิง 67.82% เพศชาย 32.18% โดยประเด็นที่มีการถามเข้ามาเพื่อขอคำปรึกษาหรือพูดคุย อันดับหนึ่งเป็นเรื่องของการคุมกำเนิด เช่น ยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน ถุงยางอนามัย คิดเป็น 35.52% อันดับสองเป็นเรื่องของการตั้งครรภ์ เช่น สงสัยตั้งครรภ์ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน คิดเป็น 26.77%

อันดับสาม สอบถามเรื่องเกี่ยวกับร่างกาย เช่น ตกขาว การมีประจำเดือน การฝันเปียก คิดเป็น 15.06%  อันดับสี่ สอบถามเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย คิดเป็น 6.05% และที่เหลือเป็นการสอบถามเรื่องอื่นๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การทำแท้ง และความสัมพันธ์ โดยโอเพ่นดรีมวิเคราะห์ข้อมูลและพบว่า เรื่องยาคุมและการคุมกำเนิดเป็นปัญหาใหญ่ที่วัยรุ่นในปัจจุบันทั้งเพศหญิงและเพศชายมีความกังวล

เรื่องที่ถูกปรึกษารองลงมาคือเรื่องประจำเดือน ซึ่งก็ยังเป็นความกังวลเรื่องการตั้งท้อง เรื่องต่อมาคือเรื่องถุงยางหรือยาคุม ซึ่งมีคีย์เวิร์ดที่ถามมากคือ ใส่ถุงยาง ฝังยาคุม ยาคุมฉุกเฉิน และเรื่องที่สี่ก็ยังเป็นเรื่องการปรึกษาเรื่องท้องหรือไม่ท้อง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้มีการใช้แชตบอตในการตอบคำถาม โดยทีมงานได้เอาประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีการอินบอกซ์มาตลอด 4 ปี เป็นฐานในการสร้างข้อมูลเพื่อตอบคำถามให้คำแนะนำในเรื่องเพศ



นอกจากนี้ ยังมีรวมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่มีการเสริมเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อความครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ หรือเรื่องของความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีทั้งข้อมูลทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้  รวมไปถึงคำแนะนำ ที่คำนึงความเท่าเทียมกันทางเพศ ทัศนคติทางเพศ เพศวิถี และความเป็นวัยรุ่น ซึ่งอยากจะย้ำว่า เรื่องความเท่าเทียมและเคารพกันทางเพศเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะมุมหนึ่งมันคือการแก้ปัญหาข่มขืน

ทางทีมพัฒนาโปรแกรมยืนยันว่า การย่อยข้อมูลเหล่านี้เสนอด้วยภาษาเป็นกันเอง มีอารมณ์ขัน รวมถึงสอนทัศนคติทางเพศ โดยไม่ใช่การสั่งสอนทางศีลธรรม หรือเป็นการตัดสินผู้ที่เข้ามาปรึกษา แต่เป็นการพูดคุยกันด้วยความเข้าใจ ช่วยแก้ปัญหา ด้วยรูปแบบการทำงานคือการโพสต์หน้าเพจ และในการปรึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศ ก็สามารถส่งข้อความอินบอกซ์เข้ามาได้ โดยมีแชทบอตมาตอบ หรือขอคุยกับแอดมินที่เป็นคนก็ได้

ทั้งนี้ จะมีการพัฒนาโปรแกรมไปเรื่อยๆ เพื่อให้ “เจน sex bot” เป็นตัวละครสมมุติที่สามารถตอบคำถามครอบคลุมประเด็นมากขึ้นและขยายแพลทฟอร์มให้ไปถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น  มันเป็นสิ่งที่ดีที่ในเมื่อการให้คำปรึกษาเรื่องเพศในประเทศไทยยังเป็นสิ่งลี้ลับอับอาย ก็ต้องมีองค์กรหรือโปรแกรมอะไรที่ทำให้เด็กที่เข้าไปพูดคุยด้วยรู้สึกปลอดภัย เป็นกันเอง เพื่อการเรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ป้องกันตัวเองได้ รับผิดชอบตัวเองได้ และเกิดจากความยินยอมพร้อมใจ
เรื่องความต้องการทางเพศเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ ถ้าไม่อยากเสรีก็ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยที่คุยกันได้.
.........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย "บุหงาตันหยง" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น