อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ค่าแรงอเมริกา

การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลางสหรัฐครั้งใหม่ ไม่ใช่ปรับขึ้นรวดเดียวกว่าเท่าตัวตามที่ระบุ ร่างกฎหมายปรับขึ้นค่าแรง Raise the Wage Act ที่พรรคเดโมแครตนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา กำหนดให้ปรับขึ้นเป็นระยะ โดยครั้งแรกเป็น 9.50 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง 3 เดือนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จากนั้นทยอยปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง ในระยะ 5 ปี จนถึง 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง  ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.

ความพยายามผลักดันของสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐกลุ่มหัวก้าวหน้า ในการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง จากชั่วโมงละ 7.25 ดอลลาร์ (216.2 บาท) เป็น 15 ดอลลาร์ (447.3 บาท) ต่อชั่วโมง บรรลุผลกว่าค่อนครึ่งแล้ว เมื่อนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ร่างกฎหมายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลางเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง จะถูกบรรจุรวมอยู่ในแผนงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ที่สภาล่างเตรียมเสนอต่อวุฒิสภา
 
ฝ่ายสนับสนุนการปรับขึ้นค่าแรง กล่าวว่า การปรับขึ้นกว่าเท่าตัวถือว่าสมควรแล้ว เพราะไม่มีการปรับขึ้นมานานกว่า 10 ปี และค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายในปัจจุบัน น้อยเกินไปสำหรับการดำรงชีพอย่างพอเพียงในอเมริกา
 
เปโลซี กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรง จะมีผู้ได้ประโยชน์ประมาณ 27 ล้านคน โดย 70% ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง
 
รัฐบาลกลางสหรัฐเริ่มกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรก ด้วยกฎหมาย รัฐบัญญัติมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม (Fair Labor Standards Act) ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส และมีผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. 1938 หรือ พ.ศ. 2481 และนับจากนั้นก็มีการปรับขึ้นเป็นระยะ ตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม จนกระทั่งครั้งสุดท้าย ปรับจากชั่วโมงละ 5.15 ดอลลาร์ เป็น 7.258 ดอลลาร์ ในปี 2550


ABC News


ปัจจุบันมี 21 รัฐของสหรัฐอเมริกา ที่ยึดมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง ที่ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ส่วนที่เหลือ 29 รัฐค่าแรงสูงกว่า เช่น แคลิฟอร์เนีย ริมฝั่งตะวันตก ที่มีชาวไทยและชาวเอเชียอาศัยอยู่มากที่สุด เพิ่งปรับขึ้นอีก 1 ดอลลาร์ เป็น 14.00 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา และรัฐแมสซาชูเซตส์ ริมฝั่งตะวันออกตอนบน ปรับเพิ่ม 75 เซนต์ เป็นชั่วโมงละ 13.50 ดอลลาร์ 
 
และมี 25 รัฐที่ห้ามเมืองต่าง ๆ และเขตปกครองเคาน์ตี ในเขตรัฐ กำหนดอัตราค่าแรงท้องถิ่นสูงกว่าอัตราของรัฐ
 
การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลางสหรัฐครั้งใหม่ ไม่ใช่ปรับขึ้นรวดเดียวกว่าเท่าตัวตามที่ระบุ ร่างกฎหมายปรับขึ้นค่าแรง Raise the Wage Act ที่พรรคเดโมแครตนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา กำหนดให้ปรับขึ้นเป็นระยะ โดยครั้งแรกเป็น 9.50 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง 3 เดือนหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ จากนั้นทยอยปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง ในระยะ 5 ปี จนถึง 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง 
 
ร่างกฎหมายยังเสนอให้ปรับขึ้น ฐานการจ่าย สำหรับพนักงานเสิร์ฟ หรือพนักงานอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาเงินทิปจากลูกค้า เป็น 4.95 ดอลลาร์ (147.6 บาท) ต่อชั่วโมง ภายใน 3 เดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2564


 
ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานสหรัฐ ทำการคิดคำนวณรายปี หาค่ากลางของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง สำหรับพนักงานลูกจ้างทั้งหมด โดยแต่ละปีที่ค่ากลางเพิ่มขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง จะปรับขึ้นในเปอร์เซนต์เดียวกัน
 
ฝ่ายคัดค้านการปรับขึ้นค่าแรง อ้างรายงานผลการศึกษาเมื่อปี 2562 ของสำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภา (Congressional Budget Office) ซึ่งพบว่า หากปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ จะมีคนงานตกงานอย่างน้อย 1.3 ล้านคน
 
แต่ฝ่ายสนับสนุนอ้างรายงานฉบับเดียวกันว่า การปรับขึ้นจะทำให้ประชาชน 1.3 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน และคนงานได้เพิ่มค่าแรง 27 ล้านคน สรุปแล้วมีผลดีมากกว่าผลเสียเยอะ
 
การยืนยันจะบรรจุการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรัฐบาลกลาง ในงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโควิด-19 มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากวุฒิสภาสหรัฐลงมติ ข้อตกลงที่ไม่มีผลผูกมัด ห้ามปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในช่วงที่ยังเกิดการระบาดของโควิด-19
 
ส.ส.พรรคเดโมแครตในสภาล่างเสนอแนวทางปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ให้สอดคล้องกับ แผนกอบกู้อเมริกา (American Rescue Plan) ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยเชื่อว่า การเพิ่มค่าแรงแก่คนงานหลายล้านคน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ พรรคเดโมแครตกำลังเตรียมผลักดันแผน โดยผ่านกระบวนการเร่งรัด ที่เรียกกันว่า การประนีประนอมงบประมาณ ซึ่งไม่จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน
 
เปโลซีกล่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ว่า สภาผู้แทนราษฎรต้องการผ่าน งบเยียวยาโควิด-19 ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะยื่นเสนอแผนต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาเป็นด่านสุดท้าย.

-----------------
      
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AP

         

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 92