อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ขุมทรัพย์พม่า

จีนเป็นประเทศผู้บริโภคโลหะอันดับ 1 ของโลก และเมียนมาเป็นประเทศผู้ผลิตแร่ดีบุก รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย และจากข้อมูลของสมาคมดีบุกระหว่างประเทศ หรือ ไอทีเอ ( International Tin Association) ในปี 2563 กว่า 95 % ของหัวแร่ดีบุกที่จีนสั่งนำเข้าทั้งหมด ไปจากเมียนมา  พุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.

กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างความวิตกกังวลแก่จีน พี่ใหญ่เพื่อนบ้าน ซึ่งกลัวว่าการจัดส่งโลหะและแร่ธาตุข้ามแดนจากเมียนมา อาจจะสะดุด และการยึดอำนาจเกิดขึ้นในขณะที่แร่ดีบุก ทองแดง และแร่ธาตุหายาก ในตลาดโลก ราคาสูงอยู่แล้ว
 
ข้อมูลรวบรวมโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า จีนเป็นประเทศผู้บริโภคโลหะอันดับ 1 ของโลก และเมียนมาเป็นประเทศผู้ผลิตแร่ดีบุก รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย และจากข้อมูลของสมาคมดีบุกระหว่างประเทศ หรือ ไอทีเอ ( International Tin Association) ในปี 2563 กว่า 95% ของหัวแร่ดีบุกที่จีนสั่งนำเข้าทั้งหมด ไปจากเมียนมา 
 
หัวแร่ดีบุกใช้ถลุงเป็นดีบุกบริสุทธิ์ ซึ่งจะใช้เป็นโลหะบัดกรีแผงวงจร
 
แม้จีนจะผลิตดีบุกได้มากที่สุดในโลก (85,000 ตันในปี 2562 อินโดนีเซีย 80,000 ตัน และเมียนมา 54,000 ตัน) แต่จีนยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 30–35 % ของปริมาณการบริโภคทั้งหมดในประเทศ ในแต่ละปี
 
การขนส่งดีบุกจากเมียนมาข้ามแดนไปยังมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางถลุงแร่ดีบุกของจีน ทางภาคใต้ตอนกลาง ลดลง 13.5% เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากปัญหาติดขัด จากผลกระทบการระบาดของไวรัสโควิด-19
 
แต่เนื่องจากพื้นที่หลักในการทำเหมืองแร่ดีบุกของเมียนมา อยู่ในเขตปกครองตนเองว้า ทางตอนบนของรัฐฉาน หรือไทใหญ่ ซึ่งไม่ขึ้นกับรัฐบาลกลางในกรุงเนปิดอว์ ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจในเมียนมา และการส่งออกดีบุกข้ามแดนยังมีความเป็นไปได้
 
รายงานของไอทีเอ ระบุว่า การส่งออกหัวแร่ดีบุกจากเขตว้า ข้ามแดนไปยังมณฑลยูนนาน ยังดำเนินอยู่ตามปกติในเดือน ก.พ.
 
เหมืองแร่ดีบุกทางภาคใต้ของเมียนมา มีแนวโน้มสูงที่จะลดการผลิต และอาจจะระงับปฏิบัติการในที่สุด เนื่องจากด่านข้ามแดนระหว่างเมืองหมู่แจ้ ทางตอนบนสุดของรัฐฉาน กับเมืองลุ่ยลี่ หรือเมืองมาว ในเขตปกครองตนเองชนชาติไท มณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักขนส่งแร่ดีบุก ถูกปิดตาย
 
เหมืองแร่ทางภาคใต้ของเมียนมา ครองส่วนแบ่งผลผลิตประมาณ 20% ของทั้งประเทศ
 
ส่วนแร่อื่น ๆ จีนเป็นประเทศผู้ผลิตแร่ธาตุหายาก (rare earths) รายใหญ่ที่สุดของโลก แร่ธาตุหายากประกอบด้วยแร่ 17 ชนิด ใช้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค และอุปกรณ์กองทัพ แต่จีนต้องพึ่งพาหัวแร่ธาตุหนักเมียนมา ประมาณครึ่งหนึ่งของการใช้ในประเทศทั้งหมด ในปี 2563

นายไรอัน กาสติลโย กรรมกรรมการผู้จัดการบริษัทอาดามาส อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า เมียนมาเป็นผู้จัดส่งแร่ธาตุหายากที่ “สำคัญมากเป็นพิเศษ” สำหรับจีน วัตถุดิบจากเมียนมาคือส่วนสำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ลากจูง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกังหันลม หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และอุปกรณ์ทางทหารในแผ่นดินใหญ่
 
ตอนนี้การส่งออกแร่ธาตุหายาก ข้ามแดนจากเมียนมาไปจีน ยังไม่มีปัญหา เนื่องจากเหมืองผลิตส่วนใหญ่ อยู่ในพื้นที่เขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย แต่กาสติลโยบอกให้จับตามอง ช่วงหลังเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เมื่อโรงงานผลิตในจีนกลับมาเดินเครื่องใหม่เต็มสูบในเดือนมี.ค. จะทราบได้ชัดเจนว่า การส่งออกจากเมียนมาจะถูกขัดขวางหรือไม่
 
อีกโลหะสำคัญของเมียนมาที่ส่งออกไปจีนคือ ทองแดง จากข้อมูลของกลุ่ม International Copper Study Group เมียนมาเป็นประเทศผู้ผลิตแร่ทองแดงขนาดใหญ่อันดับ 18 ของโลกในปี 2562 โดยผลผลิตทั้งหมด มาจากเหมืองแร่สัมปทาน 2 แห่ง ที่ดำเนินกิจการโดยบริษัทหวั่นเปา ไมนิ่ง ของจีน ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของบริษัทโนรินโค ผู้จัดส่งอุปกรณ์กองทัพรายใหญ่
 
ในปี 2563 จีนนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ จากหลายประเทศทั่วโลกรวม 4.5 ล้านตัน โดย 108,584 ตันในจำนวนดังกล่าว ไปจากเมียนมา ดังนั้น หากการส่งออกข้ามแดนจากเมียนมาเกิดปัญหา จะไม่ส่งผลกระทบต่อจีนมากนัก.

----------------------

เลนซ์ซูม        

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

            

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 97