อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564

พ่อค้าไอติมอินดี้ขาแดนซ์ แจกปันน้ำใจ-ไม่อิ่มเพิ่มฟรี

"นิกกี้" สมพงษ์ คุณที พ่อค้าไอติมรวยน้ำใจ แจกแบ่งปัน ไม่อิ่มตักเพิ่มให้ฟรี เชื่อยิ่งให้ยิ่งได้ เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.


ชีวิตของคนเรานั้นไม่แน่นอน บางทีพื้นฐานชีวิตดูจะไปได้สวย แต่สุดท้ายกลับเจออุปสรรค ทำให้ชีวิตผกผัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อเจอปัญหาแล้ว เราไม่ย่อท้อ กล้าที่จะเผชิญและยอมรับความจริง พร้อมก้าวเดินต่อไป

เชื่อว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ระหว่างทางต้องไม่ลืมเรื่องของความมีน้ำใจ การแบ่งปัน 

เฉกเช่น "สมพงษ์ คุณที" (นิกกี้) หรือชื่อเล่นจริงๆ คือคำหนุน อายุ 45 ปี พ่อค้าไอศกรีมอารมณ์ดี รวยน้ำใจ แบ่งปันช่วยเหลือ แห่งบ้านดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา 





"นิกกี้" เป็นพ่อค้าไอศกรีมที่เด็กๆ และชาวบ้านรู้จักเป็นอย่างดี ด้วยมีสไตล์การขายที่มีเอกลักษณ์ ชอบร้องเพลง ชอบเต้น เวลาตักไอศกรีมให้ลูกค้า คนไหนไม่อิ่มเพิ่มให้ฟรี บางคนไม่มีก็ให้ฟรี แถมยังไปแจกเด็กๆ นักเรียนให้กินฟรีเป็นประจำ

เรื่องราวชีวิตของ "นิกกี้" น่าสนใจไม่น้อย เมื่อสมัยเด็กๆ ถือว่าเป็นคนเรียนเก่ง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของชั้นเรียนทุกเทอม และยังเคยเป็นประธานนักเรียนด้วย แต่ด้วยชีวิตที่ไม่แน่นอน ทำให้พลาดขาดโอกาสไปหลายๆ อย่าง เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ได้ประกอบอาชีพหลากหลาย ทั้งเคยทำงานก่อสร้าง เคยขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทั้งเคยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่ชีวิตก็เหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และคิดว่าอาชีพที่เคยทำงานมาเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง จนเมื่อปี 2546 ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวลงทุนต่อพ่วงรถจักรยานยนต์เพื่อจะขายไอศกรีมกะทิ โดยมีการประดับตกแต่งให้เป็นที่น่าสนใจมีจุดเด่น ให้มีป้าย มีโลโก้ มีดอกไม้ประดับสร้างสีสัน แล้วขี่เร่ขายไปตามถนนหนทางหมู่บ้าน หน้าโรงเรียน ในเขต อ.บัวใหญ่ เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและส่งเสียลูกสาวเรียนหนังสือ 



เดิมทีตอนขายแรกๆ "นิกกี้" อายมากที่มาขายไอศกรีม ถึงขั้นต้องสวมหมวกกันน็อกขายเพื่อปิดบังหน้ากันเลยทีเดียว ยืนตักไอติมไปด้วยร้องเพลงคาราโอเกะไปขาก็สั่นด้วย จากนั้นเรื่อยมาก็เริ่มมีลูกค้ามาช่วยซื้อช่วยอุดหนุนไอศกรีม จนมีเงินมีรายได้พอเลี้ยงลูกเลี้ยงชีพได้บ้าง ก็ไม่มีความอายแล้ว กลับเริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่ยอดขายนั้นก็ไม่ได้มากมายเท่าที่ควร ซึ่งบ่อยครั้งมีจุดสะดุดของชีวิต บางวันก็ขายได้บ้าง บางวันก็ขายไม่ได้เลย จนบางครั้งก็รู้สึกท้อเหมือนกัน 

แต่อาชีพที่ "นิกกี้" เลือกทำนั้น ดูแล้วอาจไม่ได้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เขาก็ทำด้วยความสุข ด้วยการแบ่งปันไอศกรีมให้กับผู้ไม่มีเงิน หรือแม้แต่เด็กนักเรียน



ผมเกิดความเชื่ออย่างสนิทใจว่า "ยิ่งให้ยิ่งได้" คำว่ายิ่งให้ยิ่งได้ไม่ได้หมายถึงว่าตัวเองนั้นมีกำไรจากการขายไอศกรีมมากมาย แต่ที่ยิ่งให้ยิ่งได้ในความคิดของผมคือ มีคนรู้จักมากขึ้น มีมิตรมาก มีลูกค้ามาก มีทั้งลูกค้าประจำ ลูกค้าขาจร พบเห็นผมเมื่อไรก็มีความยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกันตลอดทางในการขายไอศกรีม เพราะเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมมีความเป็นมิตรต่อทุกคน ผมมีจิตใจอยากให้อยากแจกอยากแถมไอศกรีมให้กับทุกคน และยิ่งผู้ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนท้อง คนชรา ซึ่งเริ่มขายได้ไม่นานก็สังเกตว่าชีวิตเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จากที่ต้องขับขี่รถสามล้อพ่วงข้างออกเร่ขายตามถนนหนทางตามหมู่บ้านหรือจุดที่ขายประจำๆ จากที่ขายเคยใช้เวลานานหรือต้องใช้ระยะทางในการเดินทางไปขายไกลๆ กว่าไอศกรีมจะหมด 1 ถัง เริ่มใช้เวลาน้อยลงใช้ระยะทางสั้นลง และบ่อยครั้งถึงขนาดไอศกรีมหมดถังระหว่างกลางทางก็มี จากวันนั้นถึงวันนี้ขายไอศกรีมกะทิสูตรของตัวเองซึ่งมีรสชาติธรรมดาๆ ไม่แตกต่างจากคนขายไอศกรีมคนอื่นทั่วไป 

"จากวันนั้นเมื่อปี 2546 ถึงปัจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 16 ปีแล้ว ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยจากการขาย แจก-แถม ไอศกรีมกะทิ แต่ผมก็มีความสุขมาก มีชีวิตพออยู่พอกิน มีเงินส่งเสียเล่าเรียนแก่ลูกสาวคนเดียว ซึ่งอีกแค่ 2 ปี ก็เรียนจบปริญญาแล้ว ชีวิตนี้ก็มีความสุขมากแล้วจริงๆ"



นายเจนุวัตร จงเจือกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนตาเถร และนางละเอียด ปรีดีวงศ์ ครูชำนาญการพิเศษ ได้เปิดเผยว่า คุณสมพงษ์ คุณที หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ จะรู้จักกันคือพี่นิกกี้คนขายไอติมใจดี ซึ่งคุณนิกกี้นั้นมักจะมาแจกไอศกรีมแก่เด็กๆ ในโรงเรียนบ้านโนนตาเถรนั้นเป็นประจำ ซึ่งคุณนิกกี้เขาสงสารเห็นใจเด็กๆ นักเรียนในโรงเรียนนี้เป็นพิเศษเพราะเด็กๆ โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กในหมู่บ้านที่ครอบครัวมีฐานะยากจน ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาเกษตรกร และด้วยงบประมาณการบริหารต่างๆ ก็มีอยู่อย่างจำกัดมาก เพราะมีเด็กนักเรียนอยู่เพียงประมาณ 50-60 รายเท่านั้น ก็ได้คุณนิกกี้คนนี้ที่มาแจกไอศกรีมให้เด็กๆ ได้มีความอิ่ม ทำให้เด็กๆ ได้มีความสุข และทุกครั้งที่คุณนิกกี้มาแจกไอศกรีม เด็กๆ จะร้องเล่นเต้นรำกินไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย เด็กๆ มีความสุขกันมากเลยทีเดียว และเด็กๆ โรงเรียนบ้านโนนตาเถรนี้มีความสามารถมีความชำนาญอย่างเดียวที่จะตอบแทนความขอบคุณของคุณนิกกี้ที่มาแจกไอศกรีมได้คือการร้องเพลงโคราชเพลงขอบคุณลุงนิกกี้ 





เรื่องราวของ "นิกกี้" สะท้อนชีวิตของใครหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี จน "เสือสมุทร" นึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาทันที นั่นคือ "อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา" 
...................................
คอลัมน์ "คนดีของสังคม"
โดย "เสือสมุทร"
ข้อมูล-ภาพ "รภูชิตพงศ์ ทิพย์พรชัย" จ.นครราชสีมา
อ่านเรื่องราว "คนดีของสังคม" เพิ่มเติม..

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น