อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

จบศึกซักฟอก "พปชร." รอร้าวรอบใหม่

กลายเป็นว่าสิ่งที่ร้อนแรงกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจกับเป็น “สนิมเนื้อใน”ของพรรคพลังประชารัฐ ที่แต่ละคน แต่ละกลุ่มเสมือน แม่น้ำคนละสาย เปรียบเสมือ “ปิง-วัง -ยม –น่าน”  ที่มารวมกันเป็น “แม่น้ำเจ้าพระยา” ก่อกำเนิดพรรคพลังประชารัฐ ที่รวมกันแบบเฉพาะกิจ  เพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น!! ศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.


นับถอยหลังอีกไม่กี่วันโฟกัสการเมืองถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรกับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เตรียมขึงพืด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และรัฐมนตรี รวม 10 คน  เปิดคิวเชือด 4 วัน 4 คืน ก่อนลงมติใน วันเสาร์ที่ 20 ก.พ.64 เวลา10.30น.เป็นต้นไป



โดยสุดสัปดาห์นี้ เสี่ยวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระดม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล กว่า 100 ชีวิต เปิดโรงแรมดัง ย่านสุขุมวิท ติวเข้ม รมต. สู้ศึกซักฟอก วันที่ 13-14 ก.พ.นี้  เพื่อเก็งข้อสอบและเตรียมข้อมูลตอบโต้ พร้อมตั้ง “องค์รักษ์” คอยพิทักษ์ รัฐมนตรี เหมือนการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา



โดยวันที่ 13 ก.พ.เปิดประเดิมด้วย “เสี่ยเฮ้ง”นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  “หมอหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์  “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ส่วนวันที่ 14 ก.พ. ถึงคิว “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย  “ครูตั๊น” นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณรมว.ศึกษาธิการ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย



แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่ร้อนแรงกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจกับเป็น “สนิมเนื้อใน”ของพรรคพลังประชารัฐ ที่แต่ละคน แต่ละกลุ่มเสมือน แม่น้ำคนละสาย เปรียบเสมือ “ปิง-วัง -ยม –น่าน”  ที่มารวมกันเป็น “แม่น้ำเจ้าพระยา” ก่อกำเนิดพรรคพลังประชารัฐ ที่รวมกันแบบเฉพาะกิจ  เพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น!!



ดังนั้นจึงใหญ่ทุกก๊ก ทุกกลุ่ม และไม่มีใครยอมใคร  มีการทะยอยรวบรวมส.ส.เข้าสังกัด ขยายต่อท่อน้ำเลี้ยงทั้งในพรรคและนอกพรรค เพื่อเพิ่มฐานอำนาจให้แต่ละก๊ก ซึ่งมีมากกว่า “สามก๊ก” และเกือบทุกก๊กก็สถาปนาตัวเองเป็นเด็กวัด ของ “หลวงพ่อป้อม” วัดป่ารอยต่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค ขณะที่ “ก๊กนกหวีด”สถาปนาเป็นเด็กวัดหลวงพ่อตู่” ตึกไทยคู่ฟ้า ที่กล้าประกาศส่งเมียรักลงชิงผู้ว่า กทม. หักหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค



ซึ่งรอยร้าวข้อหา “หมั่นไส้” เริ่มมาตั้งแต่ประกาศตัวเป็นปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์1 พลังประชารัฐ  และสะสมปัญหามาเรื่อยๆ ทั้งส.ส.กทม. และส.ส.ต่างจังหวัด โดยเฉพาะจากการบริหารงานที่กระทรวงศึกษาและบางเรื่อง ที่ไม่สนองต่อส.ส. “ขาใหญ่” ในพรรค จนกลายมาเป็นการก่อคลื่นใต้น้ำ  “30 งูเห่า” พร้อมฉกโหวตสวนให้กับ “เสมา 1” 



ล่าสุดมีการประลองกำลังเช็คเสียง ส.ส.กันอย่างดุเดือดในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้ายการลงมติเชื่อว่าเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในพรรคร่วมรัฐบาล เสียงโหวตยังไงก็ผ่านฉลุยทุกคน แต่คะแนนอาจจะไม่เท่ากันอย่างแน่นอน



ซึ่งตรงนี้ต้องขึ้นกับ “ฝีมือ”และ “แทคติก” ในการวิ่งเต้น ล็อบบี้ขอคะแนนเสียง ไม่ให้ได้คะแนนน้อยที่สุดในบรรดา 10 คน



เพราะคะแนนตรงนี้จะนำไปสู่การปรับ ครม. โดยเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐ ที่ตอนนี้กำลังสู้กันฝุ่นตลบจาก  ซีก “รัฐมนตรีช่วย” ที่อยากอัพเกรดขึ้นเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” เต็มตัว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น