อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

จำผมได้ไหมครับ

ครั้งหนึ่งผมเคยชอบพี่ อยากบอกว่า “ผมชอบพี่ครับ”...ใกล้วันวาเลนไทน์ จึงซื้อช็อกโกแลตอย่างดีไว้ให้ เพื่ออยากจะมอบให้รุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้ พุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.


ผม ม.2 เท่านั้นตอนที่ตัดสินใจจะแอบชอบใครสักคน ยังเด็กมาก อายุไม่ห่างกันมาก ก็แค่รุ่นพี่ ผู้หญิง ม.4 อายุห่างกันแค่ 2 ปี แต่ถ้าคุณผู้อ่านย้อนรำลึกความหลังถึงวัยในตอนนั้น มันห่างไกลราวกับอยู่กันคนละโลก

มันเริ่มจากอะไร แถวโรงเรียนที่ต้องเข้าตอนเช้า แล้วก็จะได้เห็นรุ่นพี่ผู้หญิงเดินผ่านโถงทางเดินไปเข้าแถวในตึกเรียน ตอนนั้นเด็ก ม.2 จะได้เห็นรุ่นพี่สวย ๆ เดินมากันเป็นทิวแถว มันเหมือนเวทีแคตวอล์กจำลอง ที่ซึ่งมองแล้วมีความสุขล้นปรี่ ความสามารถวัดกันที่ใครจะจำชื่อรุ่นพี่ผู้หญิงได้มากกว่ากัน พี่คนนี้ ห้องนี้ แฟนคนนั้น น่ารักแค่ไหน ต่าง ๆ นานา สำหรับผม ผู้หญิงร่างสูงโปร่งผิวขาว ผมสั้นคลอบ่า เดินผ่านมา ผมก็ดีใจแล้ว

ขั้นตอนต่อไปล่ะ สำหรับโลกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน คุณจะต้องไปถ่ายรูปในสตูดิโอ ถ่ายภาพสวย ๆ งาม ๆ แล้วภาพมันก็จะหลุดมาถึงมือคนที่แอบปลื้ม ทุกคนจะยินดีกับการมีรูปในครอบครอง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากมีเบอร์มือถือก็จะยิ่งเท่เข้าไปใหญ่



เราจะนั่งมองเบอร์แล้วจินตนาการว่าจะโทรฯ ไปพูดอย่างไรดี แต่ความกล้าหาญมันเหมือนลูกโป่งถูกปล่อยลม ไม่นานมันก็แฟบหายไปหมด ผมแค่นึกขึ้นได้ว่ายิ่งมองยิ่งชอบ ยิ่งมองยิ่งนิยม ใกล้วันวาเลนไทน์ จึงซื้อช็อกโกแลตอย่างดีไว้ให้ เพื่ออยากจะมอบให้รุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้ ความกล้าตอนคุณอายุ ม.2 มันไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือมากอย่างใด ซื้อมาแล้ว แต่จะมอบอะไรให้ได้ จะเอาความห้าวหาญฮึกเหิมมาจากไหนเล่า

แค่สบตามองหน้าในช่วงพัก ก็รู้สึกหัวใจคับพองไปแล้ว เพื่อนอาจจะแกล้งดึงผ้าพันคอลูกเสื้อตัวดีออก เพื่อจะไปให้รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นถือไว้ บ้าชะมัด! เขินเป็นบ้า! น่าอายที่สุด ผมก็สั้นติดหนังหัว ทุเรศลูกกะตาตัวเอง จะเอาอะไรไปเปรียบเทียบสู้กับเขาได้ ไม่มีความหล่อเป็นอาวุธ ที่จริงไม่มีอะไรเลย เลิกเรียนก็กลับบ้าน ไม่มีความร่ำรวย แค่ลูกคนธรรมดาในประเทศนี้

ความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นมายาคติที่ทำให้ผมหยุดความกล้าลง แค่ซื้อช็อกโกแลตแล้วเอามากินกับเพื่อนคงจะดีกว่า โลกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน มือถือไม่ใช่ของพกพาซื้อง่ายสะดวกแบบนี้ แต่มันเป็นเรื่องเกินจำเป็น ในยุคที่คุณกำเหรียญหยอดโทรศัพท์สาธารณะจีบสาวยังเห็นเป็นปกติ



แต่เคยคุยกับพี่เขาไหม

เคยคุยสิ จำได้ว่าเพื่อนกดโทรฯ ไป เพื่อนผู้ซึ่งจีบรุ่นพี่ผู้หญิงแล้วจะอกหักในเวลาต่อมา จากการดูหนังด้วยกัน 1 เรื่อง เพื่อนผู้ที่จะคิดเตลิดไปไกล ความสุขในตอนนั้นคือ คุณกล้ารักและกล้าเจ็บ กล้าที่จะอกหัก เพราะเราไม่รู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นอย่างไร

สวัสดีครับ...”

นี่คือคำทักทายแรกที่พูดกับพี่เขา เพื่อนเอามือถือโทรฯ ไปหารุ่นพี่คนนั้น แล้วยื่นให้คุย นี่คือความกล้าที่สุดแล้ว ได้พบได้คุย จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร แต่ลงท้ายว่าครับ ๆ กันตลอด เรียบร้อยชะมัด เหมือนพี่เขาคุยกับเด็กน้อยประถมศึกษา ไม่มีอะไร ไม่มีความน่าสนใจ แต่จำได้ว่าเสียงพี่เขาแหบ แหบแบบมีเสน่ห์ นั่นแหละครับ...หัวใจพองโตอยู่ได้หลายวัน

จริง ๆ เราเคยถ่ายภาพกับพี่เขา จำได้ไหม มันเป็นช่วงกีฬาสี พี่เขาอยู่สีน้ำเงิน เราอยู่สีม่วง ย้อมผมนิด ๆ ช่วงนั้นมันช่วงปล่อยผี ใครอยากทะเล้นอะไรก็ได้

เราขอพี่เขาถ่ายภาพ พี่เขายอม เรายืนหน้าพี่เขา ซึ่งสูงโปร่งแต่เราตัวเล็ก เหมือนเด็กประถมถ่ายคู่กับเด็กมหา’ลัย ไม่ได้มีความโรแมนติกอะไรเลย เขินชะมัดยาก พี่เขาก็ยอมถ่ายรูป แต่ภาพนั้นหายไปแล้ว มันไม่ได้อวดโฉมให้โลกเห็น แต่อยู่ในความทรงจำของผม จำแม่นยากจะลืมเลือน

มันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ในโลกแห่งมัธยมต้น 2 ปีผ่านไป เมื่อเข้าสู่ ม.4 เริ่มแตกหนุ่ม เริ่มเรียนกับเพื่อนผู้หญิง รุ่นพี่คนนี้อยู่ ม.6 เขาไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์ แต่เหมือนเราไม่ได้สนใจแล้ว น่าแปลกความชอบมันจืดจางมีวันหมดอายุได้อย่างไร เหลือเชื่อ ได้สบตา ได้เดินผ่าน แต่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันเลย

จำภาพที่พี่เขาเดินมาเข้าแถวตอนเช้า อากาศหนาว ลมพัดมาทำผมพี่เขาปลิว ไปแตะที่ริมฝีปาก แสงตะวันส่องลงมาพอดี ภาพตรงหน้าสวยมาก สวยโดยไม่ต้องมีฝีมือแบบช่างภาพ ก็เห็นว่างดงาม ที่สำคัญมันอยู่ในสายตาและความทรงจำของตัวเรา พี่เขาค่อย ๆ เอามือปลิดผมออก

ดีโคตร ๆ ....



หลายปีผันผ่าน เคยเสิร์ชดูชื่อพี่เขา เห็นว่าไปเข้ามหาวิทยาลัย แล้วก็ดูเหมือนจะเงียบหายไป เหมือนตัวตนเขาเงียบหาย ชีวิตที่ผันผ่านความรักมาบ้าง หลายครั้งเราไม่อาจได้เคียงคู่กับใครที่เราอยากอยู่ใกล้ แต่แค่บอกรักเขาไปกลับรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง แม้จะรู้ว่าคำตอบมันจะล้มเหลว ไม่สำเร็จ แต่เราจำเป็นต้องบอก ถึงจุดหนึ่งจำเป็นต้องพูด ทำไมล่ะ! ทั้ง ๆที่รู้ว่าจะล้มเหลวนะเหรอ

นั่นแหละชีวิต คุณจะเก็บงำสิ่งที่อยู่ในใจไปทำไม พูดไปเถอะ คำตอบอาจเหมือนเดิม แต่การได้บอกชอบ บอกรักไป มันงดงาม ไม่ได้เป็นไรผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม อย่าเก็บงำความลับนี้ไปชั่วชีวิต

ไม่รู้ว่าพี่เขาจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้แล้ว มีครอบครัว มีความรักงดงาม ล้มเหลว ทำงาน เป็นอย่างไรยากจะตอบได้ แต่แค่อยากบอกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตผมเคยเตรียมช็อกโกแลตไว้ให้พี่นะครับ แค่ไม่กล้า เพื่อน ๆ ก็เลยกินสบายใจ ครั้งหนึ่งผมเคยชอบพี่ อยากบอกว่า “ผมชอบพี่ครับ”....เก็บงำมานาน แต่ได้พิมพ์ได้พูดก็รู้สึกดีไม่ใช่น้อย

แด่วันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ความรักนั้นงดงาม ความรักที่ดีหาใช่การครอบครอง แต่คือการไว้ใจและได้เคียงคู่กับคนนั้น เราเป็นเรา เขาเป็นเขา แค่เราคู่กัน เท่านั้นเอง...

ไม่รู้บทความนี้จะไปไกลถึงผู้อ่านแค่ไหน แต่หากพ้องพานใกล้ชิดใคร ไม่รู้ว่าพี่จะจำผมได้ไหม

ช่วงชีวิตหนึ่งตอน ม.2 ตอนเช้า ลมหนาวโปรยมา ตะวันส่องมาอย่างพอดี ในช่วงเวลานั้นพี่อยู่ในใจผมไม่เคยเดินห่างหายไปไหน...ผมจำความรู้สึกนั้นได้ ชั่วนิจนิรันดร์...
...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    63%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

ความคิดเห็น