อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564

ฝุ่นควันพิษ PM 2.5 อยากได้ยินนโยบายแก้ไข

อย่างที่เรารู้ๆ คือ กทม.เป็นเมืองที่มีการก่อสร้างเยอะ และมีการจราจรติดขัดแออัดมาก ของเหล่านี้มันทำให้เกิดฝุ่นควันพิษได้ทั้งสิ้น ซึ่งแก้ปัญหาไม่หายมีผลกระทบต่อสุขภาพ คนไปวิ่งสวนลุมพินีเช้าๆ ยังบ่นว่าแสบคอเหมือนจะมีเสมหะ พฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


ช่วงนี้ชาว กทม. บ่นๆ เอาเรื่องอยู่ว่า มีหลายวันที่ตื่นมาแล้วพบกับบรรยากาศ “ฟ้าหลัว” ยังกะหมอกลง ก็เพราะฝุ่นควันพิษในอากาศที่ทำให้ทัศนวิสัยแย่ อย่างที่เรารู้ๆ คือ กทม.เป็นเมืองที่มีการก่อสร้างเยอะ และมีการจราจรติดขัดแออัดมาก ของเหล่านี้มันทำให้เกิดฝุ่นควันพิษได้ทั้งสิ้น ซึ่งแก้ปัญหาไม่หายมีผลกระทบต่อสุขภาพ คนไปวิ่งสวนลุมพินีเช้าๆ ยังบ่นว่าแสบคอเหมือนจะมีเสมหะ และก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับอากาศแบบนี้

ปัญหาฝุ่นควันพิษของ กทม.เป็นอย่างไร ? หน่วยงาน Rocket media lab ซึ่งเป็นหน่วยงานทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล (แนวๆ เดียวกับการประเมินบิ๊กดาต้า) ได้รวบรวมข้อมูลมาว่า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พบว่า ฝุ่นจิ๋วในประเทศไทยมีความเข้มข้นตั้งแต่ปี 2541-2559 โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ น่าน พะเยา เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เช่นเดียวกันกับในกรุงเทพมหานคร



ซึ่งในภาคเหนือนั้น ฝุ่นเกิดจากการเผา อาทิ การเผาซังข้าวโพดเพื่อเตรียมปลูกรอบใหม่ กระทั่งการเผาป่าบางจุดเพื่อหาเห็ดเผาะ (แล้วมันก็ลามไหม้ไปเรื่อยๆ) ประกอบกับภูมิศาสตร์ของภาคเหนือมันมีความเป็นเทือกเขาแอ่งกระทะ ทำให้ฝุ่นก็ไม่รู้ระบายไปไหน เชียงใหม่บางช่วงกลายเป็นเมืองที่ฝุ่นหนามาก และบางทีฝุ่นก็พัดลงมาถึง กทม. ซ้ำอีก ในบางวันนั้นระดับฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.สูงมากแบบสู้ๆ กับเมืองอย่างนิวเดลีเลยทีเดียว

Rocket media lab อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา กทม. อยู่ในระดับสีแดงหรืออากาศที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มากถึง 14 วัน คิดเป็น 3.86% อยู่ในระดับระดับสีส้มหรืออากาศในระดับปานกลางแต่อันตรายต่อกลุ่มเสี่ยง 68 วัน คิดเป็น 18.73% ระดับสีเหลืองหรืออากาศปานกลาง 210 วัน คิดเป็น 57.85% และระดับสีเขียวหรืออากาศดี 71 วัน คิดเป็น 19.56% ซึ่งในปีก่อน วันที่อากาศเลวร้ายสุดคือ 11 ม.ค.63

และตลอดทั้งเดือน มค.63 ที่ผ่านมา ไม่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียวหรืออากาศดีเลย แต่เดือนที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุดก็คือเดือน กพ.ซึ่งไม่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียวหรืออากาศดีเลย ส่วนวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางหรือสีเหลือง มีจำนวน 6 วัน วันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้มหรืออากาศระดับปานกลางแต่เป็นอันตรายต่อกลุ่มเสี่ยง มีจำนวน 14 วัน และมีวันที่ฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คือสีแดงหรือไม่ดีต่อสุขภาพ มีจำนวน 9 วัน

ค่าฝุ่นพิษใน กทม. สูงติดอันดับโลกหลายวัน อย่างไรก็ตามค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งๆ อาจจะมีบางเขตของ กทม. ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย สำหรับเดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2563 ของ กทม.คือเดือน มิ.ย. มีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแถบสีเขียวหรืออากาศดี มากถึง 18 วัน



ที่น่าสนใจคือ จากงานของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน หากเทียบดูแล้วเท่ากับ เดือน กพ.63 ที่ค่าฝุ่นเลวร้ายที่สุด  เท่ากับคน กทม.สูบบุหรี่จำนวน 166.90 มวน

ส่วนในเดือนแม้แต่ในเดือนที่มีอากาศดีที่สุดแห่งปี 2563 คือเดือน มิ.ย.เทียบได้กับว่า คน กทม. สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 66.70 มวน แต่คิดโดยรวมแล้วในปี 2563 ที่ผ่านมาคน กทม.สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมดจำนวน 1,270.07 มวน ซึ่งฟังแล้วก็น่าตกใจอยู่ไม่น้อย แล้วอย่างนี้ กทม.จะแก้ปัญหาฝุ่นพิษอย่างไร ที่เห็นเป็นข่าวก็เอาน้ำไปฉีดๆ อยู่แถวถนนอโศก หรือไม่ก็จะไปฉีดน้ำจากตึกใบหยก

แต่คงไม่สิ้นหวังขนาดนั้น เพราะ Rocket media lab รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาฝุ่นก็พบว่ามีหลายโครงการอยู่  อาทิ โครงการ 62027379217 จ้างผลิตวีดิทัศน์ เรื่อง อาชีวะอาสาลดควัน ลดฝุ่น ประดิษฐ์เครื่องพ่นละอองน้ำช่วยบรรเทาอากาศพิษ PM2.5 ของกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักอำนวยการ '[ประมาณ 35,000 บาท โครงการ 63027449850 จ้างผลิตโปสเตอร์และแผ่นพับ รณรงค์ปัญหา PM2.5 งบประมาณ 36,000 บาท

โครงการ 63027178209 จ้างเหมาจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนและป้องกันตนเองจากอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) จำนวน 6 รายการ งบประมาณ 500,000 บาท และนอกจากโครงการประชาสัมพันธ์แล้วยังมีโครงการลักษณะอื่นๆ เช่น  โครงการ 62087496935 จ้างที่ปรึกษาศึกษาแหล่งกำเนิดฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และสารมลพิษตั้งต้นของฝุ่นทุติยภูมิ (Secondary PM2.5)  งบประมาณ 500,000 บาท



โครงการ 63027015453 จ้างตรวจวัดและบริการวิเคราะห์ฝุ่น PM2.5 จำนวน 1 งาน งบประมาณ 344,400 บาท โครงการ 62117384825 จ้างเหมาจัดหาและรวบรวมข้อมูลดาวเทียมที่มีศักยภาพให้ข้อมูล PM2.5 โดยตรงและดาวเทียมที่ให้ข้อมูลปัจจัยทางกายภาพที่เกี่ยวข้องและมีผลต่อ PM 2.5 งบประมาณ 250,000 บาท โครงการ 63067010922 ซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 ประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 500 ชิ้น งบประมาณ 63,000 บาท

หรือมีการจัดกิจกรรมเช่น Big Cleaning ปฏิบัติการล้างทำความสะอาดพื้นที่เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต ในวันที่ 18 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา และก็พบโครงการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์จำพวกเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หัวฉีดน้ำ ฯลฯ อีกมากมาย  ในขณะที่โครงการที่ปรากฏตามข่าวในปีที่แล้ว เช่น การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศบนหลังคารถเมล์นั้น เป็นงบประมาณจากกระทรวงคมนาคม

ส่วนโครงการของกรุงเทพมหานครอื่นๆ ที่มีการพูดถึงในข่าว เช่น หอฟอกอากาศ จำนวน 24 หอ งบประมาณราว 127 ล้านบาท ยังไม่ปรากฏมีการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหอฟอกอากาศนี่ตอนเป็นข่าวจะจัดซื้อจัดจ้างคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ว่าจะมีเหมือนฮ่องกง แต่ก็ไม่รู้จะใช้ได้จริงแค่ไหนเหมือนอุโมงค์ระบายน้ำพระรามเก้า ที่บางคนยังเหน็บแนมอยู่เลยว่าสงสัยเป็นอุโมงค์ทิพย์ ไม่เห็นช่วยน้ำท่วมได้ อันนี้ก็ต้องให้ประชาชนร่วมมือเรื่องทิ้งขยะให้เป็นที่กันด้วย

แค่ปัญหาฝุ่นเดียว ก็ทำให้ กทม.ไม่ใช่ “พื้นที่ดีๆ ชีวิตที่ลงตัว”ไปแล้ว เพราะแค่อยู่เฉยๆ ก็มีปัจจัยมากระทบต่อสุขภาพซะอย่างนั้น สิ่งแวดล้อมนี่เป็นโจทย์สำคัญระดับชาติไม่ใช่แค่ผู้ว่า ฯ กทม.พรรคการเมืองก็ยังเสนอแนวทางลดฝุ่นอย่างพรรคภูมิใจไทยก็เสนอเรื่องการให้ทำงานที่บ้านบ้าง เพื่อลดการจราจรที่ทำให้เกิดฝุ่น ตอนนี้ก็เห็น “บางคน”เสนอตัวจะลงผู้ว่าฯ กทม.แล้ว อย่าเพิ่งทำคลิปทำความรู้จัก แต่ลองเสนอวิสัยทัศน์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมดูหน่อยสิ

แล้วจะน่าสนใจขึ้นไปอีกว่าจะสร้าง “ชีวิตที่ลงตัว” ให้ชาวกรุงอย่างไร.
.....................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย "บุหงาตันหยง" 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น