อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ข้าวแพง

ตลาดข้าวโลกยังได้รับผลกระทบ จากภาวะฝนแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้การส่งออกข้าวของไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลก ลดลงกว่า 25% ระหว่างเดือน ม.ค.- พ.ย. 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.

อุปทานอาหารพื้นฐานทั่วโลกตึงตัว และระบบขนส่งติดขัด จากผลพวงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ราคาข้าว อาหารหลักสำคัญที่สุด ของประชากรโลกหลายพันล้านคนสูงขึ้น

จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ราคาอาหารสูงขึ้น สร้างความกังวลให้กับกลุ่มประเทศ ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ราคาข้าวเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง ในหลายพื้นที่ของเอเชียและแอฟริกา ราคาข้าวพุ่งสูง ทำให้เกิดการประท้วงรุนแรง ถึงขั้นจลาจลเผาเมือง ในหลายประเทศ ในช่วงที่เกิดวิกฤติอาหารโลก ในปี 2551

ราคาข้าวอ้างอิงพุ่ง 20 – 45% ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ความต้องการข้าวคุณภาพต่ำกว่า เพื่อใช้เป็นอาหารทางเลือกเลี้ยงสัตว์ และค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งพุ่งสูง สร้างความวิตกมากขึ้น ในกลุ่มประเทศยากจนกว่า ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลน


Al Jazeera English

เชอร์ลีย์ มุสตาฟา นักเศรษฐศาสตร์ข้าว ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) แห่งกรุงโรม อิตาลี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอุปทานในแอฟริกา แต่ถ้าหากการส่งออกจากเอเชียถูกควบคุม มันอาจจะนำไปสู่ความวิตก ในช่วงระหว่างเดือนมิ.ย.-ต.ค. ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วงผลผลิตข้าวน้อย ทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของแอฟริกา

ปัญหาระบบโลจิสติกส์ติดขัด อาจนำไปสู่ภาวะเสบียงอาหารขาดแคลน และราคาอาหารเฟ้อ ซึ่งนั่นจะทำให้ความทุกข์ยากเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ จากการระบาดของโควิด-19 เลวร้ายหนักยิ่งกว่าเดิม

ภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮารา ซึ่งครอบคลุม 46 ประเทศ ประชากรรวม 1,100 ล้านคน เป็นผู้ซื้อข้าวเพื่อการบริโภครายใหญ่ ภูมิภาคนี้ต้องนำเข้าข้าว 40 % ของการบริโภคทั้งหมด ขณะที่หลายพื้นที่ของเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นผลิตและส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก ข้าวถือเป็นอาหารหลักของทุกมื้อ

ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น เกิดขึ้นในขณะที่มาตรการยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเส้นทางจัดส่งอาหารทั่วโลกในปี 2563 เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหาร

และจากข้อมูลของเอฟเอโอ ในรอบปีที่ผ่านมา ความต้องการเพิ่มอย่างมากของจีน ทำให้ราคาธัญพืชโลก สูงสุดในรอบ 6 ปี การบริโภคธัญพืชที่แข็งแกร่งในจีน ไม่เพียงแต่ทำให้ปริมาณในคลังเสบียงของประเทศ ที่เคยมีมากมหาศาล ร่อยหรอ แต่ยังทำให้การนำเข้าสูงเป็นสถิติ และช่วยดันราคาข้าวโพด ข้าวฟ่าง และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เป็นอาหารสัตว์ สูงขึ้นตาม

ข้าวโพด ส่วนผสมหลักของอาหารสัตว์ ราคาพุ่งขึ้น 25% ส่งผลกระทบต่อข้าวระดับคุณภาพที่ใช้เป็นอาหารมนุษย์ เมื่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์บางส่วน หันมาหาผลิตภัณฑ์ข้าวราคาถูก ที่สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้ด้วย เช่น ข้าวหัก 100% ซึ่งราคาในเดือน ม.ค. 2564 ขยับขึ้นเป็นตันละ 280 ดอลลาร์สหรัฐ (8,386 บาท) รวมค่าขนส่ง ที่ท่าเรือหลายแห่งในอินเดีย จากตันละ 260 ดอลลาร์ ในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มราคาจะสูงขึ้นอีก

นายฮิมานชู อาการ์วาล ผู้อำนวยการบริหาร บริษัทสัตยัม บาลาจี แห่งเมืองมุมไบ ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่สุดของอินเดีย เผยว่า ตามปกติกลุ่มประเทศในแอฟริกา จะซื้อข้าวหัก 100% เมื่อราคาถูกลง แต่ล่าสุด หลายประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนามและจีน เริ่มหันมาซื้อข้าวหัก 100% โดยให้ราคาดีกว่ากลุ่มผู้ซื้อในแอฟริกาเสียอีก

จีนเป็นประเทศผู้ผลิตข้าว รายใหญ่อันดับ 1 ของโลก แต่สั่งซื้อข้าวจากอินเดียเป็นครั้งแรก ในรอบ 30 ปี เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายอาการ์วาลเผยว่า จีนซื้อข้าวหัก 100% เพื่อนำไปทำบะหมี่ และใช้เป็นอาหารสัตว์ด้วย

ตลาดข้าวโลกยังได้รับผลกระทบ จากภาวะฝนแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้การส่งออกข้าวของไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของโลก ลดลงกว่า 25 % ระหว่างเดือน ม.ค.–พ.ย. 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562

ราคาข้าวหัก 5% มาตรฐาน จากไทยและเวียดนาม สูงขึ้น 19% และ 45% ตามลำดับ จากปีที่แล้ว ขณะที่ราคาข้าวเปลือกภายในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ สูงขึ้นประมาณ 25%.
..................
เลนซ์ซูม   

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 94