อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

เทียบมาตรฐาน "มอเตอร์ไซค์" ไทย-เทศ"ไอเทม"ไหนอ่อนด้อย !!

จากการคำนวณอัตราเสียชีวิต ในกลุ่มผู้ขับขี่รถจยย. เทียบกับจำนวนจดทะเบียน พบว่า ในบ้านเราอัตราการตายอยู่ที่ 81 รายต่อแสนคัน ขณะที่ยุโรปมีสัดส่วนการตายต่ำกว่าประมาณ 11 รายต่อแสนคัน หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือมาตรฐานตัวรถ อังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันจะเห็นประเทศเวียดนามใช้รถจักรยานยนต์ (จยย.:มอเตอร์ไซค์) มากสุด ตามมาน่าจะเป็นมาเลเซีย พิจารณาเผินๆหน้าตาของรถจักรยานยนต์ที่ใช้กันแพร่หลายในบ้านเราไม่ได้แตกต่างจากหลายประเทศที่นิยมใช้จยย.เป็นพาหนะในการสัญจร ...แต่เมื่อนำมาจับเทียบกับจยย.รุ่นใกล้เคียงกันเห็นทีจะถึงบางอ้อ!! ด้วยเหตุผลที่ต้องลดทอนสเปกและรองรับค่านิยมของประเทศนั้นๆ

เวทีสัมนาออนไลน์คุยเรื่องถนน เทียบมาตรฐาน มอเตอร์ไซค์ ไทย-เทศไอเทมไหนอ่อนด้อยโดยแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) ภายใต้การสนับสนุนขอ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดขึ้น

ศิริวรรณ สันติเจียรกุล นักวิจัยโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย เปิดเผยว่า จากการคำนวณอัตราเสียชีวิต ในกลุ่มผู้ขับขี่รถจยย. เทียบกับจำนวนจดทะเบียน พบว่า ในบ้านเราอัตราการตายอยู่ที่ 81 รายต่อแสนคัน ขณะที่ยุโรปมีสัดส่วนการตายต่ำกว่าประมาณ 11 รายต่อแสนคัน หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือมาตรฐานตัวรถ โดยหากเทียบกับสเปกที่ขายในบ้านเรา ค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้



1. จุดติดตั้งไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณเตือนที่น้อยกว่า โดยเฉพาะใน จยย. ขนาด110 ซีซี รุ่นยอดนิยมที่คนไทยใช้เยอะมากพบว่ารถจยย.ที่จำหน่ายในมาเลเซียมีตำแหน่งไฟที่ด้านหน้าถึง3 จุดแต่ในบ้านเรามีแค่จุดเดียว

2.การกำหนดหน้าปัดความเร็ว หรือ Speed meter ในอัตราที่ไม่สูงมากนัก โดยในอังกฤษกำหนดความเร็วรถที่110 และ 125 ซีซี แต่ขับได้สูงสุดที่ 90 กม.ต่อชม.เมื่อเกินจากนี้มีขีดแดงเตือน ในเม็กซิโก มาเลเซีย และญี่ปุ่น ใช้ความเร็ว110 ซีซี สูงสุดที่ 120 กม.ต่อชม. และเริ่มใช้สีแดงเตือนที่หน้าปัด ตั้งแต่ความเร็วเกิน 80 กม.ต่อชม. ก้มมองดูหน้าปัดความเร็วบ้านเราในรถขนาด 110 ซีซี ความเร็วสูงสุดที่ 140-160 กม.ต่อชม. โดยไม่มีการใช้สีแจ้งเตือนอันตรายที่หน้าปัดความเร็ว ทำให้เด็กบิดไปที่ความเร็วให้ถึง 160 กม.ต่อชม. ให้ได้เมื่อไปไม่ถึงจะไปปรับแต่ง



3. ตำแหน่งติดตั้งตะกร้าหน้ารถที่เหมาะสม ป้องกันสิ่งของบดบังแสงไฟ พบว่าแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุนี้ถึง1พันรายเมื่อใส่ของเต็มตระกร้ารถปิดปังแสงไฟ ที่ญี่ปุ่นได้แก้ปัญหาโดยนำโคมไฟมาติดไว้ที่หน้าตะกร้า ไม่ว่าจะใส่ของเยอะแค่ไหนไฟก็ส่องสว่างชัดเจน

4.ในรถที่ซีซีเท่ากันพบว่า จยย. ที่ขายในประเทศไทย มีหน้ายางที่แคบกว่าแต่วงล้อกว้างกว่า ซึ่งช่วยในเรื่องของความเร็วและความคล่องตัวเป็นหลัก

5.พบว่ารถจยย.ที่ขายในประเทศไทยมีน้ำหนักน้อยกว่า มุ่งประโยชน์เรื่องประหยัดน้ำมัน และทำความเร็วได้มากกว่า และรถมีระดับความสูงของเบาะต่ำกว่าในหลายๆประเทศ เอื้อให้เด็กและเยาวชนขี่ง่าย อย่างไรก็ตามรถที่มีน้ำหนักมากกว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุโอกาสรอดชีวิตจะมากกว่ารถเล็ก เพราะเบรกได้ง่ายกว่าและมีความมั่นคง แต่ข้อเสียที่บ้านเราไม่ชอบคือซิกแซกยาก ซึ่งขัดกับจุดขายในบ้านเรา

ศิริวรรณ ยังบอกอีกว่าข้อความในการโฆษณาเน้นความเร็ว แรง แซงดีเยี่ยมและ ประหยัดน้ำมันจึงสอดคล้องกับการต้องทำให้รถมีน้ำหนักเบา และกลุ่มพรีเซ็นเตอร์ยังเป็นกลุ่มวัยรุ่น ทั้งที่เป็นรถจยย.แบบครอบครัว เน้นภาพโฆษณาขับไปท่องเที่ยว ไม่ส่งเสริมว่าเป็นยานพาหนะเมื่อทำธุระหรือไปทำงาน โฆษณาไม่เน้นแถมหมวกกันน็อค และพรีเซ็นเตอร์ไม่สวมหมวกกันน็อค เมื่อสวมหมวกจะเน้นการขับขี่แบบผาดโผน จะเห็นว่าความจำเป็นในการใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ซึ่งการตลาดส่งเสริมความเร็ว หน้ายางรถก็แคบ ถนนก็ไม่เอื้อ ผู้ขับขี่อายุก็น้อยแล้วพ่อแม่บอกว่าขี่ดีๆนะ...ถามว่าจะรอดไหม??



รถจักรยานยนต์เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ใช้ในไทยตายมากถึง 1 คน ทุกครึ่งชม. แพทย์หญิงชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย ระบุถึงอันตรายของยานพาหนะยอดนิยมของคนไทย

จากรายงานล่าสุดการเฝ้าระวังจากหลายแหล่งเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่รถจักรยานยนต์ปลอดภัย ประเทศไทย (Update report from combined data sources surveillance for social mobilization towards motorcycle safety, Thailand) ระบุว่า ผู้ใช้รถจยย.ยังเป็นตัวเลข 80% ของผู้บาดเจ็บและตายจากอุบัติเหตุขนส่งในประเทศไทยเป็นปีที่ 25 นับแต่รายงานเป็นทางการครั้งแรกโดยกระทรวงสาธารณสุขเมื่อ พศ. 2538 ข้อมูลล่าสุด ผู้ใช้รถจยย.ตายกว่า 17,000 คนต่อปี (ข้อมูลบูรณาการ 3 ฐาน และระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บระดับชาติ พ. ศ. 2562)

แพทย์หญิงชไมพันธุ์ กล่าวว่า ขนาดของรถจยย.เล็กยอดนิยม (Family model) ประเทศไทย ที่รุ่นเดียวกันและซีซีท่ากันยังแตกต่างจากในกลุ่มประเทศยุโรป และเอเชีย ด้วยกัน คือมีเส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อที่กว้าง 17 นิ้ว และหน้ายางที่แคบกว่าคือ 70-90 มม. (ประเทศอื่นวงล้อ 12-14 นิ้วและหน้ายางกว้าง 90 – 150 มม. แต่เริ่มพบมีหน้ายางแคบขายประปรายตั้งแต่ช่วงการระบาดของ Covid 19 ) ขณะที่น้ำหนักรถ 75 - 78 กก. เบากว่าประเทศอื่น 3 - 5 กก. (ประเทศอื่นเป็น 79 – 103 กก.)

แพทย์หญิงชไมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยควรมีมาตรฐาน motorcycle safety specification เหมือนในประเทศจีน ไต้หวัน เวียดนาม และ ประเทศที่พัฒนาแล้ว และควรมีระบบใบขับขี่หน้าใหม่แบบเป็นขั้นตอนตาม อายุ และ ประสบการณ์ผู้ขับขี่ (Graduated driver licensing system) ที่สัมพันธ์กับความเร็ว และ ซีซีของรถจักรยานยนต์ และต้องไม่อนุญาตหรือผ่อนผันใด ๆ เกี่ยวกับกฎกระทรวง พ.ศ. 2548 ที่จำกัดให้เด็กอายุ 15 - 17 ปี ขออนุญาตและขับขี่รถจยย.ได้ไม่เกิน 110 ซีซี นอกจากนี้ กฎกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 ต.ค. 2563 ซึ่งจะบังคับใช้ในเดือนก.พ.นี้ ควรกำหนดบิ๊กไบค์ตั้งแต่ 246 ซีซี ขึ้นไปซึ่งจะช่วยรักษาชีวิตผู้ใช้รถจยย. แรง เร็ว ได้เพิ่มเกือบ 2 เท่าของกฎกระทรวงนี้ และต้องเพิ่มการกำหนดอายุผู้ซื้อ หรือ ผู้ที่จะทำใบขับขี่ บิ๊กไบค์ ไว้ที่อายุ 21-24 ปีขึ้นไป



เช่นเดียวกัน ควรปรับปรุงการจำแนกประเภทของรถเครื่องขนาดเบา (L category) ตามตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ให้มีประเภทรถ ความเร็วไม่เกิน 45 กม.ชม. เพื่อจัดระบบความปลอดภัยตามกฎหมาย เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม ซึ่งในเวียดนามคนขี่จยย.ประสบอุบัติเหตุต่ำกว่าบ้านเราทั้งๆที่ใช้รถจักรยานยนต์มากกว่า

แนวทางการระบุความเร็วที่ต่ำเพื่อเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มเด็กที่ต้องใช้จยย.ไปโรงเรียน เพราะไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ แต่เมื่อไปดูข้อกฏหมายของขนส่งแล้วไม่อนุญาตให้รถต่ำกว่า 50ซีซีจดทะเบียน

วันนี้ สาเหตุการตายจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์คงจะพูดว่าเป็นเรื่องประมาทเพียงอย่างเดียวอาจไม่แฟร์ เมื่อผ่าระบบของรถจยย.และกลไกของภาครัฐออกมาแสดงให้เห็นว่าขาดความรับผิดชอบต่อชีวิต !!ของประชาชน
--------------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น